โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

เคล็ดลับยานยนต์ 5 วิธีแก้ง่วงขณะขับรถทางไกล

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 16 เม.ย. 2568 เวลา 11.40 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
เคล็ดลับยานยนต์ 5 วิธีแก้ง่วงขณะขับรถทางไกล

เคล็ดลับยานยนต์ 5 วิธีแก้ง่วงขณะขับรถทางไกล

ภาวะหลับใน คืออะไร ?
ภาวะหลับใน หรือการเผลอหลับระยะสั้น ๆ (Microsleep) คือ การเผลอหลับเฉียบพลัน โดยไม่รู้ตัวเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ราว 1-2 วินาที หรืออาจเป็นนานกว่านั้นก็ได้ แม้จะเป็นช่วงเวลาที่สั้นมาก แต่หากเกิดข้นระหว่างที่คุณขับรถ มาด้วยความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวรถก็จะสามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้ไกลถึง 25 – 50 เมตรเลยทีเดียว และอาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนนได้

นอกจากนี้กรมสุขภาพจิตระบุว่า “การหลับใน” เป็นอันตรายเช่นเดียวกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะผลต่อการทำงานของสมองส่วนประมวลผล (brain processing) ทำให้การตัดสนใจแย่ลง (Impair judgment) การตอบสนองช้าลง (slower reflexes)

ในขณะที่นักวิจัยจาก The University Of New south Wales และ University of Otago ค้นพบว่า การอดนอนเป็นเวลา 17-19 ชั่วโมง เปรียบเหมือนร่างกายมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเท่ากับ 0.05 (ระดับอ้างอิงตามกฎหมายต้องต่ำว่า 0.05) หมายความว่าหากเราอดนอน 17- 19 ชั่วโมงแล้วไปขับรถก็เท่ากับว่าทำผิดกฎหมาย

เคล็ดลับยานยนต์ 5 วิธีแก้ง่วงขณะขับรถทางไกล

1. พักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทาง
การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันอาการง่วงซึมขณะขับรถ ร่างกายที่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่จะตื่นตัวและพร้อมสำหรับการขับขี่ทางไกล หากรู้สึกว่านอนไม่พอ หรือมีอาการอ่อนเพลีย ควรเลื่อนการเดินทางออกไปก่อนเพื่อความปลอดภัย

อีกทั้งควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง เพื่อให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่

2. แวะพักเป็นระยะๆ ทุก 2-3 ชั่วโมง
การขับรถต่อเนื่องเป็นเวลานานจะทำให้ร่างกายและสายตาล้า แม้ว่าผู้ขับขี่จะยังรู้สึกว่าขับไหวก็ตาม ควรแวะพักผ่อนทุกๆ 2-3 ชั่วโมง หรือเมื่อรู้สึกเริ่มง่วง หาปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร หรือจุดพักรถที่ปลอดภัย จอดรถลงมายืดเส้นยืดสาย เดินเล่น หรือเข้าห้องน้ำ การพักผ่อนสั้นๆ จะช่วยให้ร่างกายและจิตใจสดชื่นขึ้น

3. ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในปริมาณที่เหมาะสม
เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มชูกำลัง สามารถช่วยกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวและลดความง่วงได้ แต่ควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสมและไม่มากเกินไป เพราะฤทธิ์ของคาเฟอีนจะอยู่ได้ชั่วคราว และเมื่อหมดฤทธิ์อาจทำให้รู้สึกอ่อนเพลียกว่าเดิม นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เพราะอาจทำให้ง่วงซึมได้หลังจากน้ำตาลในเลือดลดลง

4. หาเพื่อนร่วมทางและชวนคุย
การมีเพื่อนร่วมทางและพูดคุยกันระหว่างขับรถ จะช่วยลดความน่าเบื่อและป้องกันอาการง่วงได้ การมีคนคอยสังเกตอาการและผลัดเปลี่ยนขับรถก็เป็นทางเลือกที่ดี หากรู้สึกว่าไม่ไหวจริงๆ ควรจอดรถในที่ปลอดภัยและให้เพื่อนร่วมทางขับต่อ หรือพักผ่อนจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น

5. เปิดเพลงสนุกๆ หรืออากาศถ่ายเท
การเปิดเพลงที่มีจังหวะสนุกสนาน หรือการเปิดกระจกให้อากาศถ่ายเทเข้ามาในรถ จะช่วยกระตุ้นความรู้สึกและลดความง่วงได้ อากาศเย็นและเสียงเพลงที่เร้าใจจะช่วยให้คุณตื่นตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตาม วิธีนี้เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หากยังรู้สึกง่วงมาก ควรแวะพักผ่อนจะปลอดภัยกว่า

การป้องกันอาการง่วงขณะขับรถทางไกลเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หากรู้สึกว่าไม่ไหวจริงๆ อย่าฝืนขับต่อ ควรหาที่ปลอดภัยจอดพักผ่อนทันที เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและเพื่อนร่วมทาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...