โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ถึงจะมีวีซ่าแต่ก็อาจเข้าสหรัฐไม่ได้ หลายประเทศเตือนให้ระวังการเดินทาง

The Better

อัพเดต 24 มี.ค. 2568 เวลา 06.58 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2568 เวลา 06.45 น. • THE BETTER

ขณะนี้เดนมาร์ก สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฟินแลนด์ และแคนาดา ได้ประกาศเตือนพลเมืองของตนที่ต้องการเดินทางไปยังสหรัฐฯ หลังจากที่รัฐบาลทรัมป์ทำการปราบปรามผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย และมีการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองอย่างเข้มงวด ซึ่งในหลายกรณีถึงกับทำการควบคุมตัวไว้หลายวัน และเนรเทศชาวต่างชาติออกจากประเทศ

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงการต่างประเทศของเยอรมนีได้ปรับคำแนะนำการเดินทางสำหรับพลเมืองเยอรมนีที่ต้องการจะเดินทางไปยังสหรัฐฯ หลังจากมีรายงานว่าพลเมืองของเยอรมนีหลายคนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯจับกุมและควบคุมตัวขณะเดินทางเข้าสหรัฐฯ

การตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ เข้มงวดมากถึงขนาดที่ทางการเยอรมนีได้เตือนพลเมืองว่าการเดินทางเข้าสหรัฐฯ ผ่านระบบอนุญาตเดินทางทางอิเล็กทรอนิกส์ (ESTA) หรือแม้แต่การวีซ่าก็อาจจะไม่ได้รับประกันสิทธิในการเข้าประเทศ

คำแนะนำของกระทรวงการต่างประเทศของเยอรมนีระบุว่า เนื่องจากเจ้าหน้าที่ชายแดนสหรัฐฯ (หรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง) มีอำนาจขั้นสุดท้ายในการตัดสินใจว่าบุคคลใดสามารถเข้าประเทศได้หรือไม่ รัฐบาลเยอรมนีจึงไม่สามารถดำเนินการใดๆ เพื่อย้อนกลับคำตัดสินปฏิเสธการเข้าประเทศได้ คำแนะนำดังกล่าวแนะนำให้ผู้เดินทางควรจะมีแสดงหลักฐานการเดินทางกลับประเทศ เช่น ตั๋วเครื่องบินเที่ยวกลับ เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

ในขณะที่สหราชอาณาจักรยังเตือนประชาชนให้ปฏิบัติตามกฎการเข้าเมืองทั้งหมด มิฉะนั้น "อาจถูกจับกุมหรือกักขัง" หลังจากมีรายงานว่านักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรถูกเจ้าหน้าที่ ICE (หรือ U.S. Immigration and Customs Enforcement) จับกุมและกักขังที่ชายแดนสหรัฐฯ-แคนาดาเมื่อต้นเดือนนี้

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของฟินแลนด์อ้างถึงคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ระบุว่าปัจจุบันสหรัฐฯ อนุญาตให้มีเพศได้เพียง 2 เพศ คือ ชายและหญิง และระบุว่าหากเพศที่ระบุในหนังสือเดินทางของผู้สมัครไม่ตรงกับเพศที่กำหนดไว้เมื่อแรกเกิด ใบอนุญาตเดินทางหรือคำร้องขอวีซ่าของพวกเขาอาจถูกปฏิเสธได้

ส่วนกระทรวงการต่างประเทศของเดนมาร์กได้ปรับปรุงแนวทางการขอวีซ่าไปยังสหรัฐฯ พร้อมคำเตือนที่คล้ายกัน โดยแจ้งผู้ที่ยื่นขอวีซ่าหรือ ESTA ไปยังสหรัฐฯ ว่าประเทศนี้อนุญาตให้เลือกเพศได้เพียง 2 เพศเท่านั้น สำหรับนักเดินทางที่มีเครื่องหมาย X ในหนังสือเดินทางหรือเครื่องหมายที่ต่างจากเพศที่กำหนดไว้เมื่อแรกเกิด กระทรวงแนะนำให้ติดต่อสถานทูตสหรัฐฯ เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

แคนาดายังได้อัปเดตแนวทางการเดินทางเข้าสหรัฐฯ เว็บไซต์ของรัฐบาลแคนาดาเตือนว่า ชาวแคนาดาและชาวต่างชาติที่เข้าประเทศสหรัฐฯ เกิน 30 วัน "จะต้องลงทะเบียนกับรัฐบาลสหรัฐฯ" และการไม่ปฏิบัติตามอาจส่งผลให้ "ได้รับโทษ ปรับ และดำเนินคดีในความผิดทางอาญา" และเสริมว่าประชาชนสามารถตรวจสอบเว็บไซต์สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติสหรัฐฯ เพื่อดูว่าตนต้องลงทะเบียนหรือไม่ และต้องลงทะเบียนอย่างไร

ทั้งนี้ มีกรณีที่น่าสนใจก็คือ หญิงชาวแคนาดาชื่อแจสมิน มูนีย์ เล่าว่าว่าเธอถูกควบคุมตัวเมื่อต้นเดือนนี้ หลังจากที่เธอไปยื่นขอวีซ่าที่ชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก ในระหว่างถูกควบคุมตัวรู้สึกเหมือนถูก “ลักพาตัว”

“จู่ๆ ฉันก็อยู่ในสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกำลังคุยกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับวีซ่าทำงานของฉัน … จู่ๆ ฉันก็ถูกบอกให้เอามือพิงกำแพง และถูกตบตัวเหมือนอาชญากร ก่อนจะถูกส่งไปที่ศูนย์กักกันของ ICE โดยไม่มีโอกาสได้คุยกับทนายความ” มูนีย์ กล่าวในบทความที่เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ Guardian ของอังกฤษ

จากการรายงานของ Yahoo Canada ระบุว่ามีผู้ใช้ X รายหนึ่งกล่าว “เราจำเป็นต้องออกคำเตือนเรื่องการเดินทาง สหรัฐอเมริกาไม่ปลอดภัยสำหรับชาวแคนาดาอีกต่อไปแล้ว”

ทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo *- คริสตี้ โนเอม รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (ขวา) มองดูเจ้าหน้าที่ศุลกากรและป้องกันชายแดนตรวจสอบผู้คนในรถยนต์ขณะผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาริโปซา-โนกาเลส ในเมืองโนกาเลส รัฐแอริโซนา วันที่ 15 มีนาคม 2025 (ภาพโดย Alex Brandon / POOL / AFP)*

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...