โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รอมา 5 ปี คีรี ลั่น ไม่ถอดใจ เจรจาอีอีซี พร้อมลุย ’เมืองการบินอู่ตะเภา’ ไม่รอไฮสปีดเทรน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 มี.ค. 2568 เวลา 12.47 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2568 เวลา 04.11 น.

รอมา 5 ปี คีรี ลั่นไม่ถอดใจ เจรจาอีอีซี พร้อมลุย ’เมืองการบินอู่ตะเภา’ ไม่รอไฮสปีดเทรน

นับจาก บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ซึ่งเป็นการร่วมทุนของ 2 เจ้าสัว และหนึ่งยักษ์รับเหมา ประกอบด้วยบมจ.การบินกรุงเทพ (BA) บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง (BTS) และ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) สะบัดปากกาเซ็นสัญญากับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563

เพื่อร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เนื้อที่ 6,500 ไร่ ซึ่งได้ทุ่มจ่ายผลตอบแทนให้รัฐถึง 305,555 ล้านบาท เพื่อแลกสัมปทาน 50 ปี เนรมิตอาณาจักรแห่งใหม่เพื่อเป็นเกตเวย์ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

จากวันนั้นถึงวันนี้ โครงการยังไม่ได้เริ่มนับหนึ่งในการก่อสร้าง รอทาง ”อีอีซี” ออกหนังสือเริ่มงาน หรือ NTP เคลียร์สัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เนื่องด้วยทั้งสองโครงการถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่และหัวใจสำคัญในการพัฒนาพื้นที่อีอีซี

ถ้าหากรถไฟความเร็วสูงไม่มา การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาสู่สนามบินนานาชาติหลักแห่งที่ 3 ของประเทศไทย และศูนย์กลางการบินในระดับภูมิภาค คงยากที่จะเกิดขึ้นได้ในเร็ววัน เพราะสนามบินเองก็ต้องอาศัยผู้โดยสารที่เดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมโยงการเดินทาง สร้างความสะดวกให้กับผู้มาใช้บริการภายในสนามบินด้วยเช่นกัน

ล่าสุด ”คีรี กาญจนพาสน์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จํากัด (UTA) ผู้รับสัมปทานโครงการ กล่าวว่า บริษัทได้ทำหนังสือไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เพื่อสอบถามการให้เริ่มงานการก่อสร้างโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกที่จะครบกำหนดต้องให้เริ่มงานภายใน 5 ปี ในวันที่ 18 มิถุนายน 2568 นี้ จะสามารถเดินหน้าโครงการอย่างไร เนื่องจากบริษัทรอต่อไปไม่ได้แล้ว และพร้อมเดินหน้าก่อสร้างโครงการ โดยไม่รอโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) เนื่องจากโครงการล่าช้ามาเกือบ 5 ปีแล้ว

“ทำหนังสือถึงอีอีซีเพื่อเตือนว่าจะครบ 5 ปีแล้ว ขอความชัดเจนจะได้เริ่มโครงการ เราได้ลงทุนไปแล้วกว่า 4,000 ล้านบาท จ้างที่ปรึกษา ออกแบบต่างๆ ไม่อยากให้ล่าช้าอีก รวมถึงจะได้ตอบคำถามพันธมิตรที่จะร่วมลงทุนกับเราด้วย คงต้องคุยกับอีอีซีว่าจะเดินหน้าอย่างไร ซึ่งแนวทางคือ ถ้าไม่มีรถไฟความเร็วสูง คงต้องลดขนาดโครงการเฟสแรกลง เมื่อมีรถไฟความเร็วสูงก็ขยายขีดความสามารถเพิ่มภายหลังได้ ซึ่งรถไฟความเร็วสูงมีความสำคัญต่อผู้โดยสารที่มาใช้บริการสนามบินลดลงถ้าไม่มี แต่ถ้าถึงเดือนมิถุนายนแล้ว อีอีซียังไม่มีคำตอบ หรือออกหนังสือให้เริ่มงาน หรือ NTP ได้ เรามีสิทธิยกเลิกสัญญาได้ แต่เราไม่คิดจะเลิกสัญญา เพราะเรามีศักยภาพพร้อมจะทำต่อและไม่ถอดใจ” คีรีกล่าว

นอกจากนี้ ”คีรี” ยังกล่าวถึงโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีโครงการ แต่ในอนาคตยังไม่แน่ ซึ่งต้องรอความชัดเจนด้านกฎหมายจากรัฐบาลก่อน อย่างไรก็ตามโครงการนี้ตนเชื่อว่าทุกคนให้ความสนใจหมด

ด้าน ”วีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จํากัด (UTA) กล่าวว่า แนวทางเงื่อนไขที่เสนอต่ออีอีซีคือ หากไม่มีรถไฟความเร็วสูงจะปรับลดการพัฒนาเฟสแรกในส่วนของอาคารผู้โดยสารจากเดิมออกแบบให้รองรับได้ 12 ล้านคน เหลือ 6 ล้านคน ส่วนลานจอด รันเวย์ อุปกรณ์ความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ยังคงเดิม เพราะเป็นเรื่องของมาตรการ ทั้งนี้หลังทำหนังสือถึงอีอีซีแล้วได้รับแจ้งว่าอยู่ระหว่างดำเนินการเรื่องแก้ไขสัญญารถไฟความเร็วสูง น่าจะมีข้อสรุปในเร็วๆ นี้

ปัจจุบันแผนการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาได้แบ่งการพัฒนาออกเป็น 6 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1 รองรับผู้โดยสาร 12 ล้านคน, ระยะที่ 2 ปี 2570 รองรับผู้โดยสาร 15.9 ล้านคน, ระยะที่ 3 รองรับผู้โดยสาร 22.5 ล้านคน, ระยะที่ 4 ปี 2577 รองรับผู้โดยสาร 30 ล้านคน, ระยะที่ 5 ปี 2590 รองรับผู้โดยสาร 45 ล้านคน และระยะที่ 6 ปี 2603 รองรับผู้โดยสาร 60 ล้านคน

ขณะที่รายงานข่าวจาก สกพอ.กล่าวว่า ทาง UTA ทำหนังสือมาเพื่อย้ำว่าพร้อมเดินหน้าโครงการเมืองการบินอู่ตะเภา แต่ขอดูเงื่อนไขกรณีไม่มีรถไฟความเร็วสูง จะสามารถเดินหน้าอย่างไรได้ ซึ่งในสัญญาระบุว่าให้บริษัทบริหารจัดการพื้นที่ได้ เช่น ปรับลดขนาดโครงการ โดยที่ไม่ต้องแก้ไขสัญญาเหมือนกับรถไฟความเร็วสูง และหากสนามบินพร้อมส่วนไหนก็สามารถเปิดบริการได้ก่อน ทั้งนี้สำหรับรถไฟความเร็วสูง ทางอีอีซีรอรัฐบาลอนุมัติร่างสัญญาแก้ไขของโครงการ

โดยจะเสนอร่างสัญญาให้คณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทยพิจารณาในวันที่ 27 มีนาคมนี้ หากได้รับการอนุมัติจะส่งร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจร่างในเดือนเมษายน และเสนอบอร์ดอีอีซีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติภายในเดือนพฤษภาคม คาดว่าเดือนมิถุนายนนี้จะจบ และเริ่มออก NTP เริ่มงานได้ทั้งรถไฟความเร็วสูงและเมืองการบินอู่ตะเภา ทั้งนี้เอกชนทั้งสองโครงการยังไม่ถอดใจ แม้โครงการล่าช้ามาหลายปีก็ตาม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รอมา 5 ปี คีรี ลั่น ไม่ถอดใจ เจรจาอีอีซี พร้อมลุย ’เมืองการบินอู่ตะเภา’ ไม่รอไฮสปีดเทรน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...