รอมา 5 ปี คีรี ลั่น ไม่ถอดใจ เจรจาอีอีซี พร้อมลุย ’เมืองการบินอู่ตะเภา’ ไม่รอไฮสปีดเทรน
รอมา 5 ปี คีรี ลั่นไม่ถอดใจ เจรจาอีอีซี พร้อมลุย ’เมืองการบินอู่ตะเภา’ ไม่รอไฮสปีดเทรน
นับจาก บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ซึ่งเป็นการร่วมทุนของ 2 เจ้าสัว และหนึ่งยักษ์รับเหมา ประกอบด้วยบมจ.การบินกรุงเทพ (BA) บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง (BTS) และ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) สะบัดปากกาเซ็นสัญญากับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563
เพื่อร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เนื้อที่ 6,500 ไร่ ซึ่งได้ทุ่มจ่ายผลตอบแทนให้รัฐถึง 305,555 ล้านบาท เพื่อแลกสัมปทาน 50 ปี เนรมิตอาณาจักรแห่งใหม่เพื่อเป็นเกตเวย์ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
จากวันนั้นถึงวันนี้ โครงการยังไม่ได้เริ่มนับหนึ่งในการก่อสร้าง รอทาง ”อีอีซี” ออกหนังสือเริ่มงาน หรือ NTP เคลียร์สัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เนื่องด้วยทั้งสองโครงการถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่และหัวใจสำคัญในการพัฒนาพื้นที่อีอีซี
ถ้าหากรถไฟความเร็วสูงไม่มา การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาสู่สนามบินนานาชาติหลักแห่งที่ 3 ของประเทศไทย และศูนย์กลางการบินในระดับภูมิภาค คงยากที่จะเกิดขึ้นได้ในเร็ววัน เพราะสนามบินเองก็ต้องอาศัยผู้โดยสารที่เดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมโยงการเดินทาง สร้างความสะดวกให้กับผู้มาใช้บริการภายในสนามบินด้วยเช่นกัน
ล่าสุด ”คีรี กาญจนพาสน์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จํากัด (UTA) ผู้รับสัมปทานโครงการ กล่าวว่า บริษัทได้ทำหนังสือไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เพื่อสอบถามการให้เริ่มงานการก่อสร้างโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกที่จะครบกำหนดต้องให้เริ่มงานภายใน 5 ปี ในวันที่ 18 มิถุนายน 2568 นี้ จะสามารถเดินหน้าโครงการอย่างไร เนื่องจากบริษัทรอต่อไปไม่ได้แล้ว และพร้อมเดินหน้าก่อสร้างโครงการ โดยไม่รอโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) เนื่องจากโครงการล่าช้ามาเกือบ 5 ปีแล้ว
“ทำหนังสือถึงอีอีซีเพื่อเตือนว่าจะครบ 5 ปีแล้ว ขอความชัดเจนจะได้เริ่มโครงการ เราได้ลงทุนไปแล้วกว่า 4,000 ล้านบาท จ้างที่ปรึกษา ออกแบบต่างๆ ไม่อยากให้ล่าช้าอีก รวมถึงจะได้ตอบคำถามพันธมิตรที่จะร่วมลงทุนกับเราด้วย คงต้องคุยกับอีอีซีว่าจะเดินหน้าอย่างไร ซึ่งแนวทางคือ ถ้าไม่มีรถไฟความเร็วสูง คงต้องลดขนาดโครงการเฟสแรกลง เมื่อมีรถไฟความเร็วสูงก็ขยายขีดความสามารถเพิ่มภายหลังได้ ซึ่งรถไฟความเร็วสูงมีความสำคัญต่อผู้โดยสารที่มาใช้บริการสนามบินลดลงถ้าไม่มี แต่ถ้าถึงเดือนมิถุนายนแล้ว อีอีซียังไม่มีคำตอบ หรือออกหนังสือให้เริ่มงาน หรือ NTP ได้ เรามีสิทธิยกเลิกสัญญาได้ แต่เราไม่คิดจะเลิกสัญญา เพราะเรามีศักยภาพพร้อมจะทำต่อและไม่ถอดใจ” คีรีกล่าว
นอกจากนี้ ”คีรี” ยังกล่าวถึงโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีโครงการ แต่ในอนาคตยังไม่แน่ ซึ่งต้องรอความชัดเจนด้านกฎหมายจากรัฐบาลก่อน อย่างไรก็ตามโครงการนี้ตนเชื่อว่าทุกคนให้ความสนใจหมด
ด้าน ”วีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จํากัด (UTA) กล่าวว่า แนวทางเงื่อนไขที่เสนอต่ออีอีซีคือ หากไม่มีรถไฟความเร็วสูงจะปรับลดการพัฒนาเฟสแรกในส่วนของอาคารผู้โดยสารจากเดิมออกแบบให้รองรับได้ 12 ล้านคน เหลือ 6 ล้านคน ส่วนลานจอด รันเวย์ อุปกรณ์ความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ยังคงเดิม เพราะเป็นเรื่องของมาตรการ ทั้งนี้หลังทำหนังสือถึงอีอีซีแล้วได้รับแจ้งว่าอยู่ระหว่างดำเนินการเรื่องแก้ไขสัญญารถไฟความเร็วสูง น่าจะมีข้อสรุปในเร็วๆ นี้
ปัจจุบันแผนการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาได้แบ่งการพัฒนาออกเป็น 6 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1 รองรับผู้โดยสาร 12 ล้านคน, ระยะที่ 2 ปี 2570 รองรับผู้โดยสาร 15.9 ล้านคน, ระยะที่ 3 รองรับผู้โดยสาร 22.5 ล้านคน, ระยะที่ 4 ปี 2577 รองรับผู้โดยสาร 30 ล้านคน, ระยะที่ 5 ปี 2590 รองรับผู้โดยสาร 45 ล้านคน และระยะที่ 6 ปี 2603 รองรับผู้โดยสาร 60 ล้านคน
ขณะที่รายงานข่าวจาก สกพอ.กล่าวว่า ทาง UTA ทำหนังสือมาเพื่อย้ำว่าพร้อมเดินหน้าโครงการเมืองการบินอู่ตะเภา แต่ขอดูเงื่อนไขกรณีไม่มีรถไฟความเร็วสูง จะสามารถเดินหน้าอย่างไรได้ ซึ่งในสัญญาระบุว่าให้บริษัทบริหารจัดการพื้นที่ได้ เช่น ปรับลดขนาดโครงการ โดยที่ไม่ต้องแก้ไขสัญญาเหมือนกับรถไฟความเร็วสูง และหากสนามบินพร้อมส่วนไหนก็สามารถเปิดบริการได้ก่อน ทั้งนี้สำหรับรถไฟความเร็วสูง ทางอีอีซีรอรัฐบาลอนุมัติร่างสัญญาแก้ไขของโครงการ
โดยจะเสนอร่างสัญญาให้คณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทยพิจารณาในวันที่ 27 มีนาคมนี้ หากได้รับการอนุมัติจะส่งร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจร่างในเดือนเมษายน และเสนอบอร์ดอีอีซีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติภายในเดือนพฤษภาคม คาดว่าเดือนมิถุนายนนี้จะจบ และเริ่มออก NTP เริ่มงานได้ทั้งรถไฟความเร็วสูงและเมืองการบินอู่ตะเภา ทั้งนี้เอกชนทั้งสองโครงการยังไม่ถอดใจ แม้โครงการล่าช้ามาหลายปีก็ตาม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รอมา 5 ปี คีรี ลั่น ไม่ถอดใจ เจรจาอีอีซี พร้อมลุย ’เมืองการบินอู่ตะเภา’ ไม่รอไฮสปีดเทรน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th