เหยื่อผู้หญิงของ Andrew Tate เกรงไม่ได้รับความเป็นธรรม และคดีอาจถูกแทรกแซง หลังการกดดันของคณะรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์
หากยังจำกันได้ เมื่อเดือนธันวาคมปี 2022 อินฟลูเอนเซอร์คนดัง และดาว Tiktok เจ้าของคอนเทนต์ที่เรียกตัวเองว่าเป็น ‘คนเกลียดผู้หญิง’ (Misogynist) แอนดรูว์ เทต (Andrew Tate) ถูกจับกุมพร้อมกับน้องชายของเขา ทริสตัน เทต (Triston Tate) ใกล้ๆ กับเมือง Bucharest เมืองหลวงของโรมาเนีย ด้วยข้อหาค้ามนุษย์ มีเพศสัมพันธ์กับผู้เยาว์ รวมถึงข้อหาฟอกเงิน และการจัดตั้งองค์กรอาชญากรรมที่แสวงหาประโยชน์จากผู้หญิง
ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวว่าคณะบริหารของโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมากดดันเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ในโรมาเนียให้ผ่อนปรนการเดินทางเข้าออกประเทศของแอนดรูว์ และ ทริสตัน ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาคดี และถูกจำกัดสิทธิ์ในการเดินทางออกนอกประเทศอยู่ ณ ขณะนี้
การออกมาเคลื่อนไหวของคณะประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งผลให้เหยื่อผู้หญิงจำนวน 4 รายผู้ที่ฟ้องร้องว่าพี่น้อง Tate ล่วงละเมิดทางเพศและใช้กำลังบีบบังคับควบคุมพวกเธอ กังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และคดีอาจถูกแทรกแซง พร้อมกับเรียกร้องให้สหรัฐฯ ‘อยู่ห่างๆ’ การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐฯ ของโรมาเนียในครั้งนี้
“เราได้แต่หวังว่าเจ้าหน้าที่โรมาเนียและอังกฤษ ประเทศต้นทางของพี่น้องเทต จะสามารถทำงานของพวกเขาได้โดยไม่ถูกแทรกเเซง” เหยื่อหญิงทั้ง 4 รายกล่าวในสเตทเมนต์
Financial Times รายงานว่า นาย ริชาร์ด เกรเนลล์ (Richard Grenell) ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ยกหูคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศของโรมาเนียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีการอ้างอิงจากแหล่งข่าวด้วยว่าได้มีการเจรจาขอต่อรองโดยสหรัฐฯ ต้องการให้รัฐบาลโรมาเนียคืนพาสปอร์ตเดินทางให้กับทั้งแอนดรูว์และทริสตัน เพื่อผ่อนปรนให้พวกเขาสามารถเดินทางไปมาระหว่างประเทศได้ในระหว่างการพิจารณาคดี และดำเนินการทางกฎหมายต่างๆ เพราะตั้งแต่ทั้งคู่ถูกจับกุมตัว พวกเขาก็เพิ่งได้รับอิสรภาพจากการถูกคุมขังในบ้าน (House Arrest) ไปหมาดๆ เมื่อเดือนที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศแต่อย่างใด
ด้านศาลโรมาเนียได้ออกมากล่าวถึงประเด็นนี้ว่า พวกเขาได้อนุมัติการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับอังกฤษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่พี่น้องเทตจะได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับประเทศเพื่อไปรับโทษในอังกฤษได้ก็ต่อเมื่อหลังจากจบขั้นตอนทางกฎหมายในโรมาเนียแล้วเท่านั้น เช่นเดียวกับทนายความของบรรดาเหยื่อผู้หญิงทั้ง 4 ดังกล่าว ที่ก็ออกมาให้ความเห็นว่า มันอาจจะเป็นเรื่องน่าขายหน้าอย่างมาก หากรัฐบาลอังกฤษทิ้งความรับผิดชอบของพวกเขา และยอมให้สหรัฐฯ เข้ามาแทรกแซง
“พี่น้องตระกูลเทต กระทำความผิดฐานข่มขืนและค้ามนุษย์ภายในสหราชอาณาจักร และเจ้าหน้าที่ตำรวจของเราก็กำลังเร่งดำเนินการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนเพื่อให้พวกเขากลับไปรับโทษ พวกเขาต้องได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม โดยที่ไม่มีอะไรมาขัดขวางหรือแทรกแซง และรัฐบาลอังกฤษก็ควรต้องยืนยันความชัดเจนกับสหรัฐฯ ในเรื่องนี้ด้วย” ตัวแทนผู้พิพากษาศาลโรมาเนียที่ดูแลคดีนี้กล่าว
เทต คืออินฟลูเอนเซอร์คนดังที่มีผู้ติดตามหลักล้านในโลกออนไลน์ ผู้เป็นที่รู้จักจากการทำคอนเทนต์ในเชิงปลูกฝังค่านิยมชายเป็นใหญ่ พร้อมกับพยายามสร้างทัศนคติเกลียดชังผู้หญิง (Misogyny) ให้กับคนรุ่นใหม่ จนเขาเป็นกลายเป็นหนึ่งคนที่มีอิทธิพลทางความคิดต่อคนหนุ่มสาวในยุคนี้อย่างมาก ถึงขนาดเคยมีงานวิจัยเมื่อปีที่แล้วที่พบว่า ผู้ชายอเมริกันรุ่นใหม่เชื่อในตัวเทต มากกว่าอดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน (Joe Biden) เสียอีก ซึ่งหลายคนมองว่าสิ่งที่เทตพยายามทำคือการปลุกปั่นให้คนหนุ่มสาวเกิดความสับสนและเกิดความสงสัยในจริยธรรมของตัวเอง และกำลังทำให้ความก้าวร้าวรุนแรงกลายเป็นความชอบธรรม เพื่อให้คนรุ่นใหม่ใช้มันสู้กับแนวคิดเฟมินิสต์ในทางอ้อมอีกด้วย
การออกโรงของรัฐบาลสหรัฐฯ กับคดีของพี่น้องตระกูลเทต ผู้ซึ่งนอกจากจะมีแนวคิดขวาจัดอย่างชัดเจนแล้ว อิทธิพลความร่ำรวยระดับเศรษฐีเบอร์ต้นๆ ของพวกเขายังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันคลุมเครือที่สื่อหลายสำนักออกมาตั้งข้อสังเกตถึงผลประโยชร์ระหว่างพวกเขา กับจุดยืน และการสนับสนุนทางการเมืองต่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ รวมถึงความสัมพันธ์กับคนวงในของทรัมป์อย่างรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ (JD Vance) และผู้สนับสนุนหลักของทรัมป์อย่างอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ด้วยว่าน่าจะมีความเกี่ยวข้องกันไม่มากก็น้อย จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่สหรัฐฯ จะพยายามยื่นมือเข้ามามีบทบาทกับคดีของพี่น้องเทตครั้งนี้
อ้างอิง
https://www.independent.co.uk/news/world/europe/andrew-tate-donald-trump-tristan-b2700474.html
https://www.theguardian.com/news/2025/feb/21/andrew-tate-trump-administration
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- เหยื่อผู้หญิงของ Andrew Tate เกรงไม่ได้รับความเป็นธรรม และคดีอาจถูกแทรกแซง หลังการกดดันของคณะรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์
- ไม่ใช่แค่ Hunter Schafer แต่ทรานส์ทั่วอเมริกา กำลังเผชิญความลำบากจากการระบุเพศบนพาสปอร์ตให้ตรงเพศกำเนิด ไม่ตรงเพศสภาพ ตามนโยบายทรัมป์
- “ฉันเกลียดใคร คนอื่นต้องเกลียดด้วย” ‘Relational Aggression’ การบูลลี่ลับหลัง ด้วยการนินทา ใส่ร้าย สุมไฟ บงการให้คนอื่นเกลียดตาม ที่สร้างบาดแผลทางใจไม่น้อยกว่าทำร้ายกันตรงๆ
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com