โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จับตามอง 5 เทรนด์ การศึกษาแห่งอนาคต พัฒนาทักษะภาษาคู่กับการเรียนรู้แบบองค์รวม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 มี.ค. 2568 เวลา 15.30 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. 2568 เวลา 08.30 น.

ในโลกอนาคต ความสามารถสองภาษาไม่ใช่แค่ข้อได้เปรียบ แต่เป็นสิ่งจำเป็น ทักษะทางภาษาจะต้องก้าวไปไกลกว่าการสื่อสารทั่วไป อะไรคือสิ่งที่เด็กยุคใหม่ต้องมี เพื่อก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลง

วันที่ 2 มีนาคม 2568 โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ซิตี้แคมปัส (Shrewsbury International School Bangkok City Campus) เผย 5 เทรนด์หลักด้าน การศึกษาแห่งอนาคต ที่จะพลิกโฉมวิธีการเรียนรู้ เปิดโอกาส และเตรียมความพร้อมให้เด็ก ๆ มีศักยภาพครบทุกด้านในการทำงานและใช้ชีวิต

1. ภาษาจีนและภาษาอังกฤษจะกลายเป็นภาษาหลักของโลก :

ในยุคที่โลกไร้พรมแดน สามารถติดต่อกันได้ผ่านอินเทอร์เน็ต ภาษาจีนและภาษาอังกฤษกลายเป็นเหมือนพาสปอร์ตใบสำคัญที่เปิดประตูสู่โอกาสมากมาย เนื่องจากเป็นสองภาษาที่มีอิทธิพลมากที่สุดในวงการการศึกษาและธุรกิจทั่วโลก โดยภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารกันอย่างแพร่หลาย ครอบคลุมเนื้อหาบนเว็บไซต์เกือบ 26% ขณะที่ภาษาจีนเป็นภาษาที่ใช้โดยประชากรมากกว่า 1.2 พันล้านคนทั่วโลก ประกอบกับอิทธิพลทางเศรษฐกิจของประเทศจีนที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ยังเป็นแรงขับเคลื่อนให้ภาษาจีนก้าวขึ้นเป็นภาษาที่สำคัญอีกภาษาหนึ่ง

การเปิดโอกาสให้สามารถเรียนรู้ทั้งสองภาษาตั้งแต่เด็ก ไม่เพียงทำให้นักเรียนมีความรู้ทางภาษาที่กว้างขวางขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้นักเรียนได้สัมผัสวัฒนธรรมที่หลากหลาย และพร้อมที่จะก้าวไปสู่เวทีโลกอย่างมั่นใจในอนาคต

2. ความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมที่แตกต่าง :

การเรียนรู้ภาษาหลายภาษานั้นเปรียบเสมือนการปูพื้นฐานด้านวัฒนธรรมที่หลากหลาย เข้าใจความเป็นมา และบ่มเพาะความสามารถในการปรับตัวที่แข็งแกร่งในวัฒนธรรมที่แตกต่าง ซึ่งจะช่วยเปิดทางสู่โอกาสต่อไปในอนาคต

3. ทักษะทางอารมณ์และสังคมในยุคดิจิทัล :

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ ทักษะที่สำคัญที่สุดคือทักษะแห่งการอยู่ร่วมกัน และทักษะทางอารมณ์ หรือ Emotional Intelligence การเรียนรู้สองภาษาจะช่วยปลูกฝังทักษะเหล่านี้ให้กับนักเรียนตั้งแต่วัยเยาว์ ทำให้สามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ สามารถควบคุมอารมณ์ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขโดยเฉพาะเมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว[1] ทั้งยังจะเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์การสรรหาบุคลากรของบริษัทต่าง ๆ ภายในปี 2030 อีกด้วย

4. การทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม :

เมื่อโลกเชื่อมโยงกันได้ง่ายมากขึ้น ภาษาจึงมีบทบาทสำคัญในการใช้ชีวิต รวมไปถึงการสื่อสารระหว่างบุคคลและองค์กรในที่ทำงาน ซึ่งบริษัทที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง พบว่ามีผลกำไร 36% มากกว่าบริษัทที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมต่ำ อีกทั้งการทำงานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายยังช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานในด้านของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากมีการแบ่งขั้วและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น ความต้องการทักษะเฉพาะทางบางกลุ่ม รวมถึงทักษะทางภาษาที่หลากหลาย (Multilingualism skill) มีเพิ่มขึ้นถึง 32.4% ซึ่งความสามารถในการเข้าใจมุมมองที่หลากหลายผ่านภูมิหลังทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกันนี้ สามารถเพิ่มศักยภาพในการเป็นผู้นำและส่งเสริมทักษะด้านนวัตกรรมในอนาคตอีกด้วย

5. การศึกษาสองภาษาตั้งแต่วัยเด็กช่วยเสริมสร้างการพัฒนาสมองของเด็ก :

วัยเด็กเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเริ่มต้นการศึกษาสองภาษา 90% ของการพัฒนาสมองเกิดขึ้นในช่วงวัยเด็กสอดคล้องกับเทรนด์การศึกษาสองภาษาในช่วงวัยเด็ก โดยเฉพาะในเด็กช่วงอายุ 0-5 ปี ที่กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเน้นการเรียนรู้แบบบูรณาการที่สนุกสนานและสอดคล้องกับวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ทางภาษาและความยืดหยุ่นทางปัญญา

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...