โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ย้อนรอย ‘KEX’ ตั้งแต่เข้า IPO จนถึงวันที่ต้อง ‘ถอนตัว’ จากตลาดหุ้นไทย

Positioningmag

อัพเดต 02 พ.ค. 2568 เวลา 11.35 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2568 เวลา 10.36 น. • TopTen

ในวันที่ตลาดอีคอมเมิร์ซ เมืองไทยเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ธุรกิจ โลจิสติกส์ ก็โตเป็นเงาตามตัว โดย Kerry Express หรือ KEX ในปัจจุบัน ก็ถือเป็นผู้เล่นเอกชนรายแรก ๆ ที่เข้ามาทำตลาดในไทย และเติบโตจนสามารถ IPO แต่ปัจจุบัน KEX กำลัง ถอนตัวออกจากหุ้นไทย

Kerry Express (เคอรี่ เอ็กซ์เพรส) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2549 โดยบริษัท Kerry Logistics Network (KLN) จากฮ่องกง โดยในช่วง 5 ปีก่อนที่บริษัทจะ IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในไทย Kerry สามารถเติบโต และทำกำไรได้ทุกปี โดย

  • ปี 2558: รายได้1,515 ล้านบาท กำไร134 บาท

  • ปี 2559: รายได้ 3,206 ล้านบาท กำไร307 บาท

  • ปี 2560: รายได้ 6,577 ล้านบาท กำไร 732 บาท

  • ปี 2561: รายได้ 13,565 ล้านบาท กำไร 1,185 ล้านบาท

  • ปี 2562: รายได้ 19,894 ล้านบาท กำไร 1,328 ล้านบาท

จนกระทั่งวันที่ 11 พฤษภาคม 2563 Kerry Express ก็ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายใต้ชื่อย่อ KEX และหลังจาก IPO ได้ 1 ปี ในปี 2564 บริษัทก็ยังมีกำไรสุดแกร่งที่ 1,405 ล้านบาท แม้รายได้จะลดลงเล็กน้อยที่19,010 ล้านบาท และด้วยผลประกอบการดังกล่าว เคยดันราคาหุ้นไปสู่ระดับสูงสุดที่ 73 บาทต่อหุ้น จากที่เปิดจองซื้อหุ้น IPO ที่ 28 บาทต่อหุ้น
อย่างไรก็ตาม มาปี 2564 ผลประกอบการของ Kerry Express ก็ค่อย ๆ ปรับตัวลดลง จากกำไรระดับ พันล้าน เหลือเพียง 46 ล้านบาท จากรายได้ 18,972 ล้านบาท จนมาปี 2565 บริษัทก็มีรายได้ลดลงเหลือ17,145 ล้านบาท แถมยัง ขาดทุนถึง 2,829 ล้านบาท และนับจากปี 2565 บริษัทก็ขาดทุนมาโดยตลอด โดยในปี 2566 บริษัทรายได้ 11,470 ล้านบาท ขาดทุน 3,880 ล้านบาท
จนมาวันที่ 6 ก.พ. 2567 Kerry Express ก็ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขายกิจการพร้อมหุ้น 100% ให้ บริษัท เอสเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทย่อยของS.F. Holding Co. ยักษ์ใหญ่ด้านขนส่งจากจีน ทำให้ผู้ถือหุ้นมีการเปลี่ยนแปลง และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น KEX
แต่แม้ว่าบริษัทจะได้ผู้ร่วมทุนรายใหม่ที่เป็นยักษ์ใหญ่ของจีน แต่รายได้กลับยังลดลงเหลือ 9,449 ล้านบาท และ ขาดทุนถึง 5,911 ล้านบาท จนถึงปัจจุบัน KEX ขาดทุนแล้วถึง 13 ไตรมาสติด ในขณะที่ราคาหุ้นเคยลงไป ต่ำกว่า 1 บาท
ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ผลประกอบการ Kerry Express หรือ KEX ค่อย ๆ ลดลง หนีไม่พ้นเรื่อง การแข่ง ขัน เพราะในวันที่ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้มีจำนวนผู้เล่นในตลาดโลจิสติกส์เพิ่มขึ้นตาม ไม่ว่าจะเป็นFlash Express, J&T Express, BEST Express รวมถึงเบอร์ 1 อย่างไปรษณีย์ไทย นอกจากนี้ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซส่วนใหญ่ต่างก็มี ขนส่งของตัวเอง เช่น SPX Express ของ Shopee หรือLazada express ของ Lazada
ไม่ใช่แค่การแข่งขันที่สูงจนเกิด สงครามราคา แต่สิ่งที่พุ่งขึ้นสวนทางก็คือ ต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นค่าเชื้อเพลิงพลังงาน หรือ ค่าแรง ก็ตาม ยิ่งทำให้บริษัทมีความสามารถในการทำกำไรได้น้อยลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2567 ลดลงอย่างมากจาก -25% กลายมาเป็น -33.4%
จนในที่สุด KEX แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับการเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัทฯ จากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และการกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 (ราคา Tender Offer 1.50 บาทต่อหุ้น) ผ่านรายงานมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 4/2568 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568
โดยมีมติให้เสนอต่อที่ประชุมฯ ครั้งที่ 1/68 เพื่อพิจารณาและอนุมัติการเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัทฯ จากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หลังจากฝั่งผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง บริษัท เอสเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ SFTH ที่ถือหุ้น 81.43% เสนอให้เพิกถอนหุ้นออกตลากตลาดหลักทรัพย์โดยสมัครใจ
และแจ้งความประสงค์ที่จะเป็นผู้ทำคำเสนอซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทที่ไม่ได้ถือโดย SFTH ซึ่งรวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น651,017,806 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 18.57% ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท เพื่อเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัท จากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในราคาเสนอซื้อหุ้นที่ราคา1.50 บาทต่อหุ้น (คำเสนอซื้อเพื่อเพิกถอนหลักทรัพย์)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...