โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เก็บค่าธรรมเนียมการจัดการขยะ ‘พรพรหม’ เคลียร์ชัด 3 ข้อสงสัย เช็กเลย!!

The Bangkok Insight

อัพเดต 31 ต.ค. 2567 เวลา 05.53 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2567 เวลา 05.53 น. • The Bangkok Insight

"พรพรหม" ไขข้อสงสัย ค่าธรรมเนียมการจัดการขยะ กทม. เพิ่มอัตราการเก็บ 3-4 เท่า ขึ้นอยู่กับปริมาณขยะ คิดแบบไหน เช็กเลย

นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนกรุงเทพมหานคร (Chief Sustainability Officer) โพสต์ไขข้อข้องใจ กรณี กทม.เตรียมจัดเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการขยะ โดยระบุว่า

การจัดการขยะ

ข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการขยะผ่านสภากรุงเทพมหานครเรียบร้อยแล้ว

วันนี้ทางสภากรุงเทพมหานครได้ผ่านข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการขยะของกรุงเทพฯ ที่ฝ่ายบริหารเราเสนอแล้ว

ที่ผ่านมา เราใช้ของปี 2546 เท่ากับว่าใช้ของเดิมมาเกิน 20 ปีแล้ว ซึ่งของเดิมก็ไม่สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน

แต่แน่นอนว่าเรื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ก็จะมีข้อสงสัยเยอะเป็นปกติ ผมเลยขอให้ข้อมูล 3 ประเด็นที่ได้รับการสอบถามมากที่สุด

1. จะเพิ่มอัตราเป็นเท่าไหร่? สำหรับใครบ้าง?

2. มีลดหย่อนสำหรับบ้านที่แยกขยะจริงไหม?

3. ทำไมถึงต้องเพิ่มอัตรา?

ประเด็นที่ 1 - จะเพิ่มอัตราเป็นเท่าไหร่? สำหรับใครบ้าง?

เราจะเพิ่มอัตราการเก็บ 3-4 เท่าจากปัจจุบัน ขึ้นอยู่กับปริมาณขยะของท่าน

กลุ่ม 1: ในกรณีที่ท่านมีขยะไม่เกิน 20 ลิตร (4 กก.) ต่อวัน ท่านจะอยู่ กลุ่ม 1 ซึ่งครัวเรือนส่วนมากจะอยู่ในกลุ่มนี้ มีอยู่เกิน 2 ล้านครัวเรือน

ที่ผ่านมาท่านจ่ายอยู่ 20 บาทต่อเดือน และเราจะเพิ่มขึ้นเป็น 60 บาทต่อเดือน หรือ 3 เท่า

อันนี้จะเป็นการจ่ายแบบ flat rate แปลว่าไม่ว่าท่านจะมีขยะ 1 ลิตร/วัน หรือ 20 ลิตร/วัน ท่านก็จะจ่ายเท่ากันที่ 60 บาท

แต่ข้อพิเศษของข้อบัญญัติฉบับนี้ สำหรับบ้านที่แยกขยะ กทม.จะเปิดให้ท่านลงทะเบียนเพื่อลดหย่อนค่าธรรมเนียมกลับมาเป็น 20 บาทได้ (เดี๋ยวรายละเอียดเพิ่มจะอยู่ในประเด็นที่ 2)

กลุ่ม 2: สำหรับผู้ที่มีขยะเกิน 20 ลิตร (4 กก.) ต่อวัน แต่ไม่เกิน 1,000 ลิตร (200 กก.) จะเป็นกลุ่ม 2 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นห้องแถว ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ

ท่านจะต้องจ่ายเป็น อัตราก้าวหน้า หรือจ่ายต่อหน่วย (หน่วยละ 20 ลิตร) ซึ่งจะต่างจากแบบ flat rate เหมือนกลุ่มที่ 1

ที่ผ่านมาท่านจ่ายหน่วยละ 40 บาท และเราจะเพิ่มเป็นหน่วยละ 120 บาท หรือเพิ่มขึ้น 3 เท่า (เท่ากับกลุ่ม 1)

ตัวอย่างเช่น ถ้าท่านเป็นร้านอาหารมีขยะ 100 ลิตรต่อวัน จะเท่ากับว่าท่านจะต้องจ่าย 5 หน่วย แปลว่าที่ผ่านมาท่านจ่าย 200 บาทต่อเดือน (5 × 40) แต่ในอัตราใหม่ ท่านจะต้องจ่าย 600 (5 × 120)

แต่ท่านต้องการที่จะลดค่าธรรมเนียม ท่านก็สามารถทำได้ถ้ามีการแยกขยะไปใช้ประโยชน์ ซึ่งจะทำให้ลดปริมาณขยะที่จะทิ้งให้กับกทม.

เช่น ถ้าขยะลดลงจาก 100 ลิตร/วัน เป็น 60 ลิตร/วัน จะเท่ากับหน่วยขยะลดลงจาก 5 หน่วยเป็น 3 หน่วย ซึ่งในอัตราใหม่ก็จะลดลงจาก 600 บาท/เดือน เป็น 360 บาท/เดือน

พรพรหม ณ.ส.วิกิตเศรษฐ์

กลุ่ม 3: สำหรับผู้ที่มีขยะเกิน 1,000 ลิตร (200 กก.) หรือ 1 ลบ.ม. จะเป็นกลุ่ม 3 ซึ่งสถานประกอบการต่างๆ เช่น ห้าง ตลาด สำนักงาน โรงแรม จะอยู่ในกลุ่มนี้

กลุ่ม 3 นี้ จะเป็นการจ่ายแบบ อัตราก้าวหน้า เหมือนกลุ่ม 2 โดยเราจะคิดเป็น หน่วยละ 1 ลบ.ม.

ที่ผ่านมาท่านจ่ายหน่วยละ 2,000 บาท และเราจะเพิ่มเป็นหน่วยละ 8,000 บาท หรือเพิ่มขึ้น 4 เท่า

เนื่องจากเป็นการจ่ายแบบ อัตราก้าวหน้า เหมือนกับกลุ่มที่ 2 กลุ่มนี้ก็จะสามารถลดอัตราค่าธรรมเนียมถ้ามีการลดปริมาณขยะที่ส่งให้กทม. ได้เช่นกัน

ท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมสำหรับกลุ่ม 1 กับ 2 เราเพิ่มอัตรา 3 เท่า แต่กลุ่ม 3 เราเพิ่ม 4 เท่า อันนี้มี 2 เหตุผลหลัก

1. กลุ่ม 3 ซึ่งเป็นสถานประกอบการขนาดใหญ่จะมีประสิทธิภาพในการลดขยะมากกว่าอีก 2 กลุ่ม ถ้ามีการคัดแยกขยะแล้วมีปริมาณรีไซเคิลอยู่มาก ก็จะสามารถขายได้ มีคนพร้อมมารับซื้อ ส่วนเศษอาหารถ้ามีปริมาณมากก็มีเกษตรกรพร้อมมารับถึงที่

2. เรามองว่าการเพิ่มค่าธรรมเนียมสำหรับประชาชนทั่วไปและ SME ในอัตราที่เท่ากับเอกชนรายใหญ่อาจจะไม่ใช่เรื่องที่เป็นธรรม

ประเด็นที่ 2 - มีลดหย่อนสำหรับบ้านที่แยกขยะจริงไหม?

สำหรับกลุ่มที่ 1 กทม.จะเปิดให้บ้านที่แยกขยะสามารถลงทะเบียนเพื่อลดหย่อนค่าธรรมเนียมกลับมาเป็น 20 บาท/เดือนได้ (จาก 60 บาท/เดือน)

มาตรการนี้นับว่าเป็น game changer อันสำคัญในมิติของการส่งเสริมให้ภาคครัวเรือนแยกขยะ

ที่ผ่านมาเราทำได้แค่ ส่งเสริม ขอความร่วมมือ สมัครใจ ซึ่งก็ดีแต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่พอ ถ้าคนทำดีก็ดีไป แต่คนส่วนใหญ่ที่ไม่สนใจ เราก็ทำอะไรเขาไม่ได้ ก็ต้องปล่อยไปตามเดิม

มาตรการนี้เป็นครั้งแรกที่จะมีการใช้ กลไกทางเศรษฐศาสตร์ เข้ามาช่วยในการส่งเสริมให้ประชาชนมีการแยกขยะ เป็นแรงจูงใจให้คนอยากแยกเพราะเนื่องจากประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ด้วย ส่วนถ้าไม่แยกก็จ่ายอัตราเต็มไป

แล้วจะรู้ได้อย่างไร ว่าใครแยก ไม่แยก?

ก่อนอื่นต้องให้ข้อมูลว่า กทม.จะมีเวลา 180 วันระหว่างวันที่ราชกิจจาฯ ออกกับวันบังคับใช้อัตราใหม่ ที่ทางกทม. จะออกระเบียบ จัดทำระบบรองรับ (ได้มีการเตรียมมาก่อนเสนอข้อบัญญัติอยู่แล้ว) และที่สำคัญจะต้องสื่อสารกับประชาชน ซึ่งเพราะวันนี้ข้อบัญญัติผ่านแล้ว เราจะเริ่มการสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจเรื่อย ๆ

แต่ในเบื้องต้นจะเป็นการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแยกขยะ บ้านนี้ไม่เทรวม + การส่งหลักฐานผ่านระบบที่เตรียมไว้ + จะมีแจกอุปกรณ์ส่งเสริมการคัดแยกที่จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สังเกตง่ายขึ้นด้วยครับ

ประเด็นที่ 3 - ทำไมถึงต้องเพิ่มอัตรา?

เรื่องนี้ผมเคยโพสต์แล้ว แต่อยากจะสื่อสารอีกครั้งถึงความจำเป็นที่จะต้องเพิ่ม เนื่องจากอัตราปัจจุบันทำให้สัดส่วนของรายจ่ายด้านจัดการขยะต่างกับรายได้จากค่าธรรมเนียมอย่างมาก

ผมได้เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายด้านการจัดการขยะ vs. รายได้ค่าเก็บขยะจากอัตราปัจจุบัน

ค่าบริหารจัดการขยะทั้งหมดต้องใช้งบประมาณ เกิน 7,000 ล้านบาท แต่จัดเก็บอยู่ที่ 522 ล้านบาท

ต่อ 1 บ้าน: กทม. มีค่าใช้จ่าย 9.12 บาท/วัน ซึ่งในอัตราปัจจุบันเราเก็บบ้านละ 0.67 บาท/วัน**

**ต่อ 1 กก.: กทม. มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 2.28 บาท แต่อัตราปัจจุบันเก็บเพียง 0.1675 บาท

เท่ากับว่ากทม. จ่ายอยู่ 93% ส่วนประชาชนจ่ายเพียง 7% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ตอนนี้อัตราที่ต่ำทำให้ภาระตกอยู่ที่ท้องถิ่นหมด ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่สนใจเพราะอัตราต่ำ และไม่มีแรงจูงใจให้ลดหรือคัดแยกขยะ

3 สาระสำคัญที่ผมได้เขียนในโพสต์นี้ อาจจะเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่อยากจะให้ข้อมูล และสื่อสารถึงที่มาและหลักคิดของมาตรการนี้ ซึ่งหลังจากวันนี้เราจะมีการให้ข้อมูลและสื่อสารประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...