โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คนมีบ้านควรรู้ Refinance & Retention คืออะไร ? เลือกแบบไหนคุ้มกว่า ในวันที่ต้องการลดภาระดอกเบี้ย

Wealthy Thai

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 19 ก.ย 2567 เวลา 03.15 น.

การมีบ้านสักหนึ่งหลัง นอกจากบริหารจัดการด้านการเงินในช่วงเริ่มต้นแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือการวางแผนทางการเงินระยะยาว เพื่อให้การซื้อบ้านเป็นไปอย่างราบรื่น เพราะโดยปกติแล้ว ราคาบ้านมักมีราคาที่สูงมาก ผู้บริโภคส่วนใหญ่จึงนิยมซื้อบ้านด้วยวิธีการผ่อนชำระมากกว่าการซื้อด้วยเงินสด
ซึ่งสิ่งที่ตามมาจากการผ่อนชำระคือ ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามระยะเวลา ทำให้หลายครั้งมักจะมีคำเตือนจากผู้มีประสบการณ์ตรงด้านการผ่อนบ้าน ออกมาเปิดเผยถึงตัวเลขดอกเบี้ยและเงินต้นที่ทำการผ่อนชำระ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการผ่อนชำระค่าบ้านแต่ละงวด เงินที่จ่ายไปมักจะเป็นการจ่ายในส่วนของดอกเบี้ยเป็นส่วนใหญ่ แต่ในส่วนของเงินต้นแทบจะไม่ลดลง
ดังนั้นในวันนี้ Wealthy Thai จะชวนไปทำความรู้จักกับการ Refinance และ Retention เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระด้านดอกเบี้ย เพื่อให้การซื้อบ้านไม่กลายเป็นความทุกข์ระยะยาวของใครหลายๆ คน โดยก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับความหมายของการ Refinance และ Retention รวมถึงความแตกต่างของ 2 สิ่งนี้กันก่อน
Refinance คือ การขอยื่นกู้สินเชื่อบ้านกับธนาคารใหม่ เพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยบ้านที่ต่ำลง ซึ่งจะช่วยให้ยอดผ่อนต่อเดือนน้อยลงและผ่อนบ้านได้หมดไวยิ่งขึ้น
Retention คือ การขอลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กับธนาคารเดิม เมื่อผ่อนบ้านในอัตราดอกเบี้ยคงที่จนครบ 3 ปีแล้ว จะสามารถทำการยื่นเรื่องกับธนาคารเดิมที่ทำเรื่องกู้บ้านเพื่อขอต่อรองอัตราดอกเบี้ยใหม่ได้
สำหรับความแตกต่างของ 2 รูปแบบนี้ คือ Refinance เป็นการนำที่อยู่อาศัยที่ผู้กู้ผ่อนชำระอยู่มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการขอสินเชื่อใหม่ เพื่อนำเงินมาปิดหนี้ยอดเงินกู้เดิมที่ยังเหลืออยู่ ทำให้หนี้ที่มีกับธนาคารหรือสถาบันการเงินเดิมนั้นสิ้นสุดลง พร้อมๆ กับการเกิดขึ้นของหนี้ใหม่กับธนาคารหรือสถาบันการเงินใหม่ ส่วน Retention เป็นการติดต่อขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมนั่นเอง
ส่วนข้อดีและข้อเสียของแต่ละรูปแบบ มีดังนี้

Refinance

ข้อดี
-ได้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ใหม่ในเรทต่ำกว่าเดิม
-ช่วยให้ปิดบ้านได้เร็วขึ้น จากดอกเบี้ยที่ถูกลง ทำให้ค่างวดที่จ่ายไปตัดเงินต้นได้มากขึ้น
-สามารถเลือกเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยได้หลายธนาคาร เพื่อเลือกข้อเสนอที่คุ้มค่ามากที่สุด
-บางกรณีอาจขอวงเงินกู้เพิ่มและได้รับโปรโมชันดอกเบี้ยพิเศษเพิ่มเติม

ข้อเสีย
-ต้องจัดเตรียมเอกสารการยื่นขอกู้ใหม่ทั้งหมดฃ
-มีค่าธรรมเนียมในการ Refinance ที่ต้องจ่ายเพิ่ม เช่น การจัดการสินเชื่อตามสัญญาใหม่ 0-3%
-ใช้ระยะเวลาในการพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อนานกว่า Retention

Retention

ข้อดี
-ไม่ต้องเสียเวลายื่นเอกสาร เตรียมเอกสารแค่สัญญาเงินกู้, ทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชน
-รู้ผลการอนุมัติเร็วกว่า Refinance
-ไม่ต้องประเมินราคาหลักทรัพย์ใหม่
-ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมต่างๆ มีเพียงแค่ค่าธรรมเนียมการ Retention สินเชื่อ 1-2% ของวงเงินกู้

ข้อเสีย

-ส่วนใหญ่อัตราดอกเบี้ยจะลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับการ Refinance แต่ยังต่ำกว่าปีที่ 4 ที่ปรับขึ้นมา และอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมจากธนาคารได้
ทั้งนี้ เพื่อให้เห็นถึงความแตกต่างของการเลือกลดดอกเบี้ยจากทั้ง 2 รูปแบบ Wealthy Thai จึงได้หยิบยกตัวอย่างจาก ธนาคารทหารไทยธนชาต เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น โดยใช้สมมติฐานภายใต้วงเกินกู้ จำนวน 2,858,783 บาท ระยะเวลาผ่อนชำระ 30 ปี โดยมีค่างวดผ่อนชำระ 12,600 บาท/เดือน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

อัตราดอกเบี้ย

-Refinance อยู่ที่ 3.39% ต่อปี ส่วนปีที่ 4 เป็นต้นไป อยู่ที่ 5.75% ต่อปี
-Retention ปีที่ 1-3 อยู่ที่ 4.59% ต่อปี ส่วนปีที่ 4 เป็นต้นไป อยู่ที่ 5.82% ต่อปี

ค่างวด

-Refinance ปีที่ 1-3 อยู่ที่ 453,600 บาท แบ่งเป็นเงินต้น 184,478 บาท และดอกเบี้ย 269,112 บาท
-Retention ปีที่ 1-3 อยู่ที่ 453,600 บาท แบ่งเป็นเงินต้น 69,843 บาท และดอกเบี้ย 383,757 บาท

ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติม

-Refinance กรณีเลือกชำระค่าจดจำนองเอง มูลค่า 1% = 28,588 บาท
-Retention ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
โดยสรุป ภายใต้สมมติฐานนี้จะพบว่าหากเลือกการลดดอกเบี้ยในรูปแบบ Retention จะสามารถประหยัดดอกเบี้ยได้ 86,319 บาท ขณะที่การเลือกลดดอกเบี้ยด้วยรูปแบบ Refinance จะสามารถประหยัดดอกเบี้ยได้สูงถึง 200,964 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...