โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิแพ้ผิวหนังคืออะไร อาการ และแนวทางในการรักษา

Campus Star

อัพเดต 22 ต.ค. 2567 เวลา 04.44 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2567 เวลา 04.43 น.

ภูมิแพ้ผิวหนังคืออะไร

ภูมิแพ้ผิวหนัง หรือ ผื่นแพ้สัมผัส (Contact Dermatitis) เป็นปฏิกิริยาการอักเสบของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้หรือสารระคายเคือง ภูมิแพ้ผิวหนังทำให้เกิดอาการคัน ผื่นแดง และอาการอื่น ๆ บนผิวหนัง ภูมิแพ้ผิวหนังแบ่งอาการออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่
1. ภูมิแพ้ผิวหนังชนิดระคายเคือง (Irritant Contact Dermatitis) เกิดจากการสัมผัสสารเคมีหรือวัตถุที่ระคายเคืองผิวหนังโดยตรง เช่น สบู่ น้ำยาทำความสะอาด หรือสารเคมีต่าง ๆ
2. ภูมิแพ้ผิวหนังชนิดภูมิไวเกิน (Allergic Contact Dermatitis) เกิดจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ของร่างกายต่อสารก่อภูมิแพ้ เช่น โลหะ น้ำหอม ยา หรือพืชบางชนิด

ภูมิแพ้ผิวหนังอาการอย่างไร

อาการของภูมิแพ้ผิวหนังอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปมักพบอาการ ดังต่อไปนี้
1. ผื่นแดง ผิวหนังบริเวณที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้จะมีลักษณะแดงและอักเสบ
2. อาการคัน ผู้ป่วยมักรู้สึกคันอย่างรุนแรงในบริเวณที่เกิดผื่น
3. บวม ผิวหนังอาจบวมขึ้นเล็กน้อยถึงปานกลาง
4. ตุ่มน้ำ ในบางกรณี อาจพบตุ่มน้ำเล็ก ๆ เกิดขึ้นบนผิวหนัง
5. ผิวแห้งและลอก ผิวหนังอาจแห้งและลอกเป็นขุย โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ระยะการหาย
6. ความเจ็บปวดหรือแสบร้อน ในบางรายอาจรู้สึกเจ็บหรือแสบร้อนบริเวณที่เกิดผื่น
ภูมิแพ้ผิวหนัง ที่มีอาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นทันทีหลังสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ หรืออาจใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวันจึงจะปรากฏอาการ ขึ้นอยู่กับชนิดของภูมิแพ้และความไวของแต่ละบุคคล

แนวทางในการรักษาภูมิแพ้ผิวหนัง

การรักษาภูมิแพ้ผิวหนังมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและสาเหตุ แนวทางการรักษาที่พบบ่อยมี ดังนี้
1. หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ วิธีที่ดีที่สุดในการรักษาคือการระบุและหลีกเลี่ยงสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้
2. การใช้ยาทาเฉพาะที่ เช่น ยาสเตียรอยด์ชนิดทา ช่วยลดการอักเสบและอาการคัน ยาทากลุ่ม Calcineurin inhibitors เช่น Tacrolimus หรือ Pimecrolimus สำหรับกรณีที่เรื้อรังหรือไม่ตอบสนองต่อสเตียรอยด์
3. ยารับประทาน ได้แก่ ยาแก้แพ้ (Antihistamines) ช่วยบรรเทาอาการคัน และยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทาน สำหรับกรณีที่มีอาการรุนแรง (ใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น)
4. การดูแลผิวพื้นฐาน ด้วยการใช้ครีมหรือโลชั่นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนจัดและการใช้สบู่ที่มีฤทธิ์รุนแรง
5. การรักษาด้วยแสง (Phototherapy) ในบางกรณีที่เรื้อรัง แพทย์อาจแนะนำการรักษาด้วยแสง UVB
6. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สวมถุงมือป้องกันเมื่อต้องสัมผัสกับสารเคมีหรือน้ำเป็นเวลานาน เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวแพ้ง่าย เช่น ผลิตภัณฑ์ปราศจากน้ำหอมและสารก่อภูมิแพ้
สำหรับผู้เป็นภูมิแพ้ผิวหนังมีอาการ การพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการวินิจฉัยและคำแนะนำในการรักษาที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในกรณีที่มีอาการรุนแรงหรือเรื้อรัง การรักษาแต่เนิ่น ๆ และการดูแลผิวอย่างถูกวิธีจะช่วยป้องกันไม่ให้อาการลุกลามและช่วยให้ผิวหนังฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...