โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มใหญ่ดับคาร่องสวน ญาติคาใจเงินหมื่นหายไปไหน เชื่อไม่มีทางเดินมาเองได้

มุมข่าว

เผยแพร่ 09 ต.ค. 2567 เวลา 06.42 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
หนุ่มใหญ่ดับคาร่องสวน ญาติคาใจเงินหมื่นหายไปไหน เชื่อไม่มีทางเดินมาเองได้

วันที่ 9 ตุลาคม 2567 จากกรณีเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ( 8 ตุลาคม 2567 ) เมื่อช่วงเวลา 22.24 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางขุนเทียน ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตลอยน้ำอยู่ภายในบริเวณร่องสวนกล้วย ภายในชุมชนริมคลอบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร

โดยที่เกิดเหตุเป็นลักษณะทางเดินเลียบสันเขื่อน รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้ อาสาสมัครต้องเดินแบกอุปกรณ์ส่องแสงสว่าง และอุปกรณ์เก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตไปตามทางเดินริมสันเขื่อนกว่า 1 กิโลเมตร

เมื่อถึงทางเข้าสถานที่เกิดเหตุตรงด้านหน้าทางเข้าจะมีศาลพระภูมิตั้งอยู่ เป็นลักษณะป่าหญ้ารกทึบ ด้านในจะเป็นสวนกล้วยที่เหมือนจะปล่อยทิ้งร้างมานานมากแล้ว อาสาสมัครต้องนำอุปกรณ์ส่องแสงสว่างเดินเท้าฝ่าป่าหญ้ารกทึบเข้าไปติดตั้งไฟส่องสว่างด้วยความทุลักทุเล เพราะด้านในเป็นดินเลนและเป็นป่าหญ้ารกทึบ และภายในจุดเกิดเหตุมีปริมาณน้ำฝนตกลงมาต่อเนื่อง

โดยพบร่างของผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย อยู่ภายในคลองร่องสวน โดยที่ร่างท่อนบนโผล่พ้นเหนือน้ำในลักษณะนอนหงายหน้า ส่วนใบหน้าครึ่งหนึ่งได้หายไป และที่บริเวณลำคอมีร่องรอยของสัตว์เลื้อยคลานกัดแทะ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาชื่อ นายวัชรชัย อายุ 51 ปี หรือนายก๋อย

ทางด้านหลานสาวของผู้ตายเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ได้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นไปไม่ได้ที่ผู้ตายจะเดินมาไกลถึงขนาดนี้ ระยะทางจากบ้าที่ซอยจอมทอง 12 มาถึงตรงจุดสวนกล้วยดังกล่าวจะมีระยะทาง 2-3 กิโลเมตร ซึ่งผู้ตายเดินนิดเดียวก็เหนื่อยแล้ว และในคืนเกิดเหตุได้ยินว่ามีการทะเลาะกับใครสักคน ตนเองก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามีการทะเลาะกัน แต่ตนเองก็ไม่ฟันธงว่าจะเกียวข้องกับเหตุการณ์นี้หรือไม่ และยังยืนยันคำเดิมว่าเงินสดของผู้ตายที่กดออกมาเกือบหมื่นบาทที่ผู้ตายพกติดตัวได้หายไป เพราะหาที่บ้านแล้วไม่มี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...