“ดอกเบี้ยขาลง” หนุน “Infra Fund” กลับมาโดดเด่น... โชว์ปันผลเฉลี่ยกว่า 7% “DIF” แชมป์ปันผลสูงสุด 11.40% ส่วน “BTSGIF” ยืนหนึ่งกองทุน “ไร้ปันผล” ในรอบปี !!!
สาระ Fund วันละนิด: “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน” (Infrastructure Fund: Infra Fund) เป็นกองทุนอีกประเภทที่ได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยขาขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
และแน่นอนว่าเป็นกองทุนที่กำลังกลับมาอยู่ในเรดาร์การลงทุนของนักลงทุนอีกครั้งเช่นกัน ในช่วงดอกเบี้ยกำลังกลับทิศสู่ “วงจรขาลง” อีกครั้ง
ด้วย “จุดเด่น” ของกระแสรายได้ที่สม่ำเสมอจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทำให้ “Infra Fund” เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่อยู่ในพอร์ตของนักลงทุนสถาบันชั้นนำของไทยเสมอมา
ปีนี้ ตั้งแต่ต้นปีมา “ผลตอบแทนรวมตลาดหุ้นไทย” (SET TRI) ติดลบ -6.31% ส่วน “PF&REIT TRI” +0.41% กลุ่ม “Infra Fund” ติดลบเล็กน้อย -2.23% มีสัญญาณฟื้นตัวค่อนข้างชัดเจน (ที่มา: setsmart.com, วันที่ 9 ส.ค. 24)
โดยมี “อัตราเงินปันผล” 12 เดือนล่าสุดเฉลี่ยกว่า 7% !!!
ทั้ง 8 “Infra Fund” ตั้งแต่ต้นปี ผลงานเป็นยังไงกันบ้างนั้น วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ สรุปเอาไว้ให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
8 "Infra Fund" ปีนี้ติดลบเฉลี่ย -2.28% โชว์ปันผลเฉลี่ยกว่า 7%…“DIF” แชมป์ปันผลสูงสุด 11.40% ส่วน “BTSGIF” ยังไร้ปันผล
ปัจจุบันมี “Infra Fund” ในอุตสาหกรรมกองทุน 8 กอง แบ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้าน “การผลิตไฟฟ้า” มากสุด 4 กอง ได้แก่ KBSPIF, SUPEREIF, BRRGIF และ EGATIF
ตามมาด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้าน “โทรคมนาคม” 2 กอง ได้แก่ DIF และ 3BBIF ปิดท้ายด้วยโครงสร้างพื้นฐาน “คมนาคม” 2 กอง ได้แก่ TFFIF เป็นทางด่วน และ BTSGIF เป็นขนส่งระบบราง
ตั้งแต่ต้นปีมาให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -2.28% มี 3 กอง คิดเป็น 37% ที่ผลตอบแทนเป็น ‘บวก’ในขณะที่อีก 5 กอง คิดเป็น 63% ที่ผลตอบแทนยัง ‘ติดลบ’
โดยให้อัตราเงินปันผล 12 เดือนล่าสุดเฉลี่ย 6.98% มีเพียง “BTSGIF” กองเดียวเท่านั้น ที่ “ไร้ปันผล” ในจำนวนนี้ มี 4 กอง คิดเป็น 50% ที่ปันผลสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ประกอบด้วย
1) “DIF” (โทรคมนาคม ดิจิทัล) ให้ปันผล 40% กองทุนเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิในการรับประโยชน์จากรายได้สุทธิที่เกิดจากกลุ่มทรัพย์สิน (portfolio) ประเภทเสาโทรคมนาคมจำนวน 16,059เสา
2) “KBSPIF” (โรงไฟฟ้า กลุ่มน้ำตาละครบุรี) ปันผล 123% ลงทุนในผลประโยชน์คิดเป็นอัตรา 62%ของรายได้ค่าไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากการประกอบกิจการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขนาดเล็ก (SPP) ประเภทพลังงานความร้อนร่วมซึ่งใช้กากอ้อยเป็นเชื้อเพลิงหลัก ของ ‘บจ.ผลิตไฟฟ้าครบุรี’ โดยระยะเวลาของสัญญาโอนผลประโยชน์จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค. 2582
3) “SUPEREIF” (โรงไฟฟ้า ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี) ปันผล 20% ลงทุนในสิทธิในรายได้สุทธิของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของ ‘บจ. 17อัญญวีร์ โฮลดิ้ง’ (17AYH) และ ‘บจ.เฮลท์ แพลนเน็ท เมเนจเม้นท์ (ปทท.)’ (HPM) โดยระยะเวลาการลงทุนในสิทธิในรายได้สุทธิประมาณ 22 ปี (วันสิ้นสุดสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิคือวันที่ 26 ธ.ค. 2584)
4) “BRRGIF” (โรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลบุรีรัมย์) ปันผล 82% ลงทุนในสิทธิในรายได้สุทธิของโรงไฟฟ้าชีวมวล (กากอ้อย) ของ ‘บจ.บุรีรัมย์พลังงาน’และ ‘บจ.บุรีรัมย์เพาเวอร์’ ทั้งนี้ระยะเวลาของสัญญาโอนสิทธิรายได้ดังกล่าวมีอายุประมาณ 18 ปี (สิ้นสุดสัญญาวันที่ 6 เม.ย. 2578)
“ส่วน 4 กอง ‘Infra Fund’ ที่เหลือนั้น ปันผล 12 เดือนล่าสุดแพ้ค่าเฉลี่ยกลุ่ม ได้แก่ EGATIF 6.57%, TFFIF 6.52%, 3BBIF 4.11%ตามลำดับ ในขณะที่ BTSGIF เป็นกองเดียวที่ไม่จ่ายปันผลในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา”
สำหรับนักลงทุนที่มองหารายได้ที่สม่ำเสมอและดีกว่าผลตอบแทนจาก “ตราสารหนี้” กลุ่ม “กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน” (Infra Fund) เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว ด้วยกระแสรายได้ที่สม่ำเสมอและมั่นคง ในช่วงดอกเบี้ยตลาดเป็นขาลง ถือเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้กลุ่ม “Infra Fund” กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง