โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

The Substance โลกจำลองแสนบ้าคลั่ง ของผู้หญิงที่ต้องดิ้นรนหนีความร่วงโรยภายใต้กับดักของคำว่า ‘เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด’

Mirror Thailand

อัพเดต 21 ต.ค. 2567 เวลา 08.03 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2567 เวลา 08.03 น.
ภาพไฮไลต์

*บทความเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของหนัง

เวลานี้หนังที่กำลังถูกพูดถึงมากที่สุด คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก ‘The Substance’ จากฝีมือการเขียนบทและกำกับของ คอราลี ฟาร์ฌาต์ (Coralie Fargeat) หนึ่งในผู้กำกับหญิงที่ทำงานกับประเด็นความรุนแรงของผู้หญิงได้ไม่เหมือนใคร จนไม่เพียงคว้ารางวัล Best Screenplay จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ปีนี้มาครอง มันยังได้รับเสียงชื่นชมว่าเล่นกับประเด็นความรุนแรงของผู้หญิงได้อย่างเลือดสาด เกรี้ยวกราด และบ้าคลั่งที่สุดด้วย

The Substance คือหนังเเนว Body Horror ที่จำลองโลกของผู้หญิงที่ต้องต่อสู้กับความรุนแรงภายในอย่างการเกลียดและหมกมุ่นกับตัวเอง ความรู้สึกว่าไม่ดีพอ บกพร่อง ไม่สมบูรณ์แบบ ผ่านสัจธรรมของชีวิตและความร่วงโรยของสังขาร อีกทั้งยังต้องเผชิญกับความรุนแรงภายนอกในสังคมปิตาธิปไตยที่ซ้อนทับไปกับโลกทุนนิยม ซึ่งเชื่อว่าเรา หรือผู้หญิงคนไหนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ก็คงรู้สึกถึงความหนักหนาของมันได้ไม่ต่างกัน

เหตุการณ์ใน The Substance เกิดขึ้นท่ามกลางกลิ่นอายของฮอลลีวูดในยุค 80s กับความล้ำของโลกอนาคต ว่าด้วยเรื่องของ อลิซาเบธ สปาร์เคิล (Elisabeth Sparkle) โค้ชสอนเต้นสาวใหญ่วัย 50 ที่อาชีพการงานกำลังมาถึงช่วงขาลง และรู้สึกว่าตัวเองกำลังหมดประโยชน์ในอุตสาหกรรมบันเทิงนี้ลงไปทุกที ตั้งแต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าผู้หญิงวัย 50 อย่างเธอสมควรต้อง ‘ปลดระวาง’ ได้แล้ว เพราะเธอทั้งแก่และเก่าเกินไปแล้วสำหรับความบันเทิงยุคใหม่

จนกระทั่งวันหนึ่ง อลิซาเบธได้รับข้อเสนอบางอย่างที่สามารถช่วยให้เธอกลายเป็น ‘คนใหม่’ ได้ในชั่วข้ามคืน เพียงแค่ฉีด ‘น้ำยาอมฤต’ เข้าร่าง แล้วจากนั้นตัวเธอก็จะ ‘แยก’ ออกจากร่างเก่ากลายเป็นเธอคนใหม่ในอีกร่างหนึ่งที่สาวกว่า สวยกว่า ก้นไม่เหี่ยว นมไม่ย้อย แบบเพอร์เฟ็กไร้ที่ติทุกส่วน แต่มีข้อแม้นิดหน่อยว่าร่างใหม่นี้สามารถใช้งานได้นานแค่ 7 วันเท่านั้น และต้องสลับกลับไปใช้ร่างเก่าอีก 7 วัน เพื่อให้แต่ละร่างได้รับการฟื้นฟู ซึ่งหากถ้าไม่ปฏิบัติตามข้อแม้นี้อย่างเคร่งครัดก็จะเกิดผลร้ายตามมา

แล้วคำโฆษณาชวนเชื่อของบริษัทน้ำอมฤตที่ว่า ‘คุณเคยฝันถึงตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดไหม’ นี่เองที่เปลี่ยนชีวิตของอลิซาเบธไปแบบเรียกกลับคืนมาไม่ได้ตลอดกาล เมื่อการได้เป็น ‘ดาราหน้าใหม่’ เหมือนที่เธอเคยเป็นเมื่อนานมาแล้วในยุคสูงสุดของอาชีพมันช่างหอมหวานกว่ามาก จนไม่อยากกลับไปเป็น ‘คนเก่า’ ที่ร่วงโรยพร้อมโดนโละทิ้งอีกแล้ว

ความเจ็บปวดของ The Substance คือการที่มันเล่นกับโควตซึ่งเรามักจะได้ยินคนพูดกันบ่อยๆ ว่า ‘จงเป็นตัวเราในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด’ ได้อย่างร้ายกาจ ด้วยการตั้งคำถามกับเราว่า แล้วไอ้ตัวเราในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดนี้น่ะ หน้าตามันเป็นอย่างไร และจุดไหนถึงจะเรียกว่า ‘ดีที่สุด’ กันนะ แล้วคำพูดที่ฟังเผินๆ เหมือนจะ ‘Empower’ นี้ คนพูดรู้ตัวหรือเปล่าว่าต้องมีส่วนรับผิดกับผลลัพธ์อันใหญ่หลวงที่ตามมาอย่างไร หากเราทุกคนพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่ง ‘เวอร์ชั่นที่ดีที่สุด’ อันนั้น

เป็นความจริงอันโหดร้ายของโลกทุนนิยมที่ว่า เมื่อผู้หญิงมาถึงจุดหนึ่งของอาชีพการงาน ไม่แค่เฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้รูปลักษณ์หน้าตาทำมาหากินเท่านั้น แต่หมายรวมถึงทุกอาชีพที่ต้องการความสดใหม่ของคลื่นลูกใหม่ๆ ที่เด็กกว่าเดิม เป๊ะกว่าเดิม เพอร์เฟ็กต์กว่าเดิมอยู่ตลอดเวลา นั่นทำให้ผู้หญิงยิ่งต้องทำใจยอมรับกับความเปลี่ยนแปลงของสังขารตัวเองอย่างยากเย็น พร้อมกับต้องรับแรงกดดันจากสังคมภายนอกที่คาดหวังความเพอร์เฟ็กต์เหล่านี้อีก อย่างการที่หนังใส่ตัวละครชายที่แสนจะ Toxic ในรูปแบบต่างๆ หรือตัวละครโปรดิวเซอร์ปากจัดชื่อ ‘ฮาร์วีย์’ กับบรรดานายทุนหุ้นส่วนของเขาที่เป็นภาพแทนของสังคม ‘ชายแทร่’ ผู้มีอำนาจและทรงอิทธิพลที่พร้อมพากันรุมทึ้งตักตวงผลประโยชน์จากผู้หญิงอยู่เสมอ

และเมื่อความสดใหม่ของผู้หญิงเหล่านั้นกลายเป็นความเก่า ความรู้สึกไร้ประโยชน์ หมดคุณค่า ไร้ตัวตน และรู้สึกเหมือนกำลังจะ ‘หายไป’ ก็จะมาเยือนในที่สุด นี่คือสิ่งที่หนังท้าทายเราว่า จะยินยอมทำอะไรก็ได้หรือไม่ เพื่อรักษาความสดใหม่นั้นให้คงอยู่ตลอดไป

ทว่าสิ่งที่บริษัทผู้ผลิตนำ้ยาอมฤต The Substance ไม่ได้บอกกับผู้ใช้ของมันทั้งหมดตั้งแต่แรกก็คือผลกระทบจากการที่เราพยายามรักษาความสดใหม่นี้ว่า ‘ความสวยไม่จีรัง ความพังอยู่ตลอดไป’ เพราะขณะที่เราลงทุนมากมายเพื่อให้ได้มาซึ่ง ‘ตัวเราในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด’ แต่ระหว่างทางไปสู่จุดนั้น ไม่ว่าจะพอใจกับผลลัพธ์ของมันหรือไม่ เราก็ไม่สามารถย้อนกลับมายังจุดเดิมที่เคยเป็นได้อีกแล้ว

และเมื่อไรก็ตามที่เราไม่เคารพกฎเกณฑ์ของความสมดุลตามเงื่อนไขของสัจธรรมนี้ เมื่อนั้นเองหายนะสยดสยองก็จะตามมาในที่สุดเหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับอลิซาเบธและร่างเวอร์ชั่นใหม่ของเธอ

The Substance เป็นเหมือนภาพจำลองว่าวันหนึ่งหากเราไปสุดทางกับคำว่า ‘เวอร์ชั่นที่ดีที่สุด’ ของตัวเราแล้ว ในวันนั้นเราจะ ‘เป็น’ อย่างไร และมันเหมือนกับภาพที่เราฝันถึงตัวเองเอาไว้ไหม เมื่อคำพูดของบริษัทนำ้ยาอมฤตย้อนกลับมาตอกย้ำว่า ‘คุณไม่สามารถหนีไปจากตัวเองในเวอร์ชั่นเดิมได้หรอก’ เพราะไม่ว่าเราจะเกลียด จะขยะเเขยงตัวเราคนเก่าจนลงทุนเจ็บตัว ฉีกทึ้งตัวเองเพื่อแลกกับการได้ตัวเราคนใหม่มามากแค่ไหน สุดท้ายทั้งหมดมันก็คือตัวเรา เป็นเรา ‘คนเดียวกัน’ อยู่ดี และผลจากการฉีกทึ้งตัวเองของเราที่เคยทำไว้ทุกอย่างนี่แหละที่จะค่อยๆ กัดกินเราให้ร่อยหรอไปทุกวัน

เหมือนที่ชายแก่อัปลักษณ์ผู้หยิบยื่นโอกาสของการมีร่างใหม่ให้กับอลิซเบธ พูดกับเธอในวันที่ทั้งสองร่างเริ่มสร้างความเสียหายให้แก่กันว่า “คุณรู้สึกไหมว่าตัวเองเริ่มหายไปทุกที หล่อนเริ่มกลืนกินคุณไปแล้วหรือยังล่ะ?”

และนี่คงเป็นแมสเสจที่ The Substance พยายามบอกเราว่า เมื่อไปถึงวันนั้น ‘เวอร์ชั่นที่ดีที่สุด’ ที่เราได้มา อาจสูบเอาเลือดเนื้อของตัวเราเองมาใช้จนไม่เหลืออะไรแล้วก็เป็นได้

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...