The Substance โลกจำลองแสนบ้าคลั่ง ของผู้หญิงที่ต้องดิ้นรนหนีความร่วงโรยภายใต้กับดักของคำว่า ‘เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด’
*บทความเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของหนัง
เวลานี้หนังที่กำลังถูกพูดถึงมากที่สุด คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก ‘The Substance’ จากฝีมือการเขียนบทและกำกับของ คอราลี ฟาร์ฌาต์ (Coralie Fargeat) หนึ่งในผู้กำกับหญิงที่ทำงานกับประเด็นความรุนแรงของผู้หญิงได้ไม่เหมือนใคร จนไม่เพียงคว้ารางวัล Best Screenplay จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ปีนี้มาครอง มันยังได้รับเสียงชื่นชมว่าเล่นกับประเด็นความรุนแรงของผู้หญิงได้อย่างเลือดสาด เกรี้ยวกราด และบ้าคลั่งที่สุดด้วย
The Substance คือหนังเเนว Body Horror ที่จำลองโลกของผู้หญิงที่ต้องต่อสู้กับความรุนแรงภายในอย่างการเกลียดและหมกมุ่นกับตัวเอง ความรู้สึกว่าไม่ดีพอ บกพร่อง ไม่สมบูรณ์แบบ ผ่านสัจธรรมของชีวิตและความร่วงโรยของสังขาร อีกทั้งยังต้องเผชิญกับความรุนแรงภายนอกในสังคมปิตาธิปไตยที่ซ้อนทับไปกับโลกทุนนิยม ซึ่งเชื่อว่าเรา หรือผู้หญิงคนไหนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ก็คงรู้สึกถึงความหนักหนาของมันได้ไม่ต่างกัน
เหตุการณ์ใน The Substance เกิดขึ้นท่ามกลางกลิ่นอายของฮอลลีวูดในยุค 80s กับความล้ำของโลกอนาคต ว่าด้วยเรื่องของ อลิซาเบธ สปาร์เคิล (Elisabeth Sparkle) โค้ชสอนเต้นสาวใหญ่วัย 50 ที่อาชีพการงานกำลังมาถึงช่วงขาลง และรู้สึกว่าตัวเองกำลังหมดประโยชน์ในอุตสาหกรรมบันเทิงนี้ลงไปทุกที ตั้งแต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าผู้หญิงวัย 50 อย่างเธอสมควรต้อง ‘ปลดระวาง’ ได้แล้ว เพราะเธอทั้งแก่และเก่าเกินไปแล้วสำหรับความบันเทิงยุคใหม่
จนกระทั่งวันหนึ่ง อลิซาเบธได้รับข้อเสนอบางอย่างที่สามารถช่วยให้เธอกลายเป็น ‘คนใหม่’ ได้ในชั่วข้ามคืน เพียงแค่ฉีด ‘น้ำยาอมฤต’ เข้าร่าง แล้วจากนั้นตัวเธอก็จะ ‘แยก’ ออกจากร่างเก่ากลายเป็นเธอคนใหม่ในอีกร่างหนึ่งที่สาวกว่า สวยกว่า ก้นไม่เหี่ยว นมไม่ย้อย แบบเพอร์เฟ็กไร้ที่ติทุกส่วน แต่มีข้อแม้นิดหน่อยว่าร่างใหม่นี้สามารถใช้งานได้นานแค่ 7 วันเท่านั้น และต้องสลับกลับไปใช้ร่างเก่าอีก 7 วัน เพื่อให้แต่ละร่างได้รับการฟื้นฟู ซึ่งหากถ้าไม่ปฏิบัติตามข้อแม้นี้อย่างเคร่งครัดก็จะเกิดผลร้ายตามมา
แล้วคำโฆษณาชวนเชื่อของบริษัทน้ำอมฤตที่ว่า ‘คุณเคยฝันถึงตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดไหม’ นี่เองที่เปลี่ยนชีวิตของอลิซาเบธไปแบบเรียกกลับคืนมาไม่ได้ตลอดกาล เมื่อการได้เป็น ‘ดาราหน้าใหม่’ เหมือนที่เธอเคยเป็นเมื่อนานมาแล้วในยุคสูงสุดของอาชีพมันช่างหอมหวานกว่ามาก จนไม่อยากกลับไปเป็น ‘คนเก่า’ ที่ร่วงโรยพร้อมโดนโละทิ้งอีกแล้ว
ความเจ็บปวดของ The Substance คือการที่มันเล่นกับโควตซึ่งเรามักจะได้ยินคนพูดกันบ่อยๆ ว่า ‘จงเป็นตัวเราในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด’ ได้อย่างร้ายกาจ ด้วยการตั้งคำถามกับเราว่า แล้วไอ้ตัวเราในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดนี้น่ะ หน้าตามันเป็นอย่างไร และจุดไหนถึงจะเรียกว่า ‘ดีที่สุด’ กันนะ แล้วคำพูดที่ฟังเผินๆ เหมือนจะ ‘Empower’ นี้ คนพูดรู้ตัวหรือเปล่าว่าต้องมีส่วนรับผิดกับผลลัพธ์อันใหญ่หลวงที่ตามมาอย่างไร หากเราทุกคนพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่ง ‘เวอร์ชั่นที่ดีที่สุด’ อันนั้น
เป็นความจริงอันโหดร้ายของโลกทุนนิยมที่ว่า เมื่อผู้หญิงมาถึงจุดหนึ่งของอาชีพการงาน ไม่แค่เฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้รูปลักษณ์หน้าตาทำมาหากินเท่านั้น แต่หมายรวมถึงทุกอาชีพที่ต้องการความสดใหม่ของคลื่นลูกใหม่ๆ ที่เด็กกว่าเดิม เป๊ะกว่าเดิม เพอร์เฟ็กต์กว่าเดิมอยู่ตลอดเวลา นั่นทำให้ผู้หญิงยิ่งต้องทำใจยอมรับกับความเปลี่ยนแปลงของสังขารตัวเองอย่างยากเย็น พร้อมกับต้องรับแรงกดดันจากสังคมภายนอกที่คาดหวังความเพอร์เฟ็กต์เหล่านี้อีก อย่างการที่หนังใส่ตัวละครชายที่แสนจะ Toxic ในรูปแบบต่างๆ หรือตัวละครโปรดิวเซอร์ปากจัดชื่อ ‘ฮาร์วีย์’ กับบรรดานายทุนหุ้นส่วนของเขาที่เป็นภาพแทนของสังคม ‘ชายแทร่’ ผู้มีอำนาจและทรงอิทธิพลที่พร้อมพากันรุมทึ้งตักตวงผลประโยชน์จากผู้หญิงอยู่เสมอ
และเมื่อความสดใหม่ของผู้หญิงเหล่านั้นกลายเป็นความเก่า ความรู้สึกไร้ประโยชน์ หมดคุณค่า ไร้ตัวตน และรู้สึกเหมือนกำลังจะ ‘หายไป’ ก็จะมาเยือนในที่สุด นี่คือสิ่งที่หนังท้าทายเราว่า จะยินยอมทำอะไรก็ได้หรือไม่ เพื่อรักษาความสดใหม่นั้นให้คงอยู่ตลอดไป
ทว่าสิ่งที่บริษัทผู้ผลิตนำ้ยาอมฤต The Substance ไม่ได้บอกกับผู้ใช้ของมันทั้งหมดตั้งแต่แรกก็คือผลกระทบจากการที่เราพยายามรักษาความสดใหม่นี้ว่า ‘ความสวยไม่จีรัง ความพังอยู่ตลอดไป’ เพราะขณะที่เราลงทุนมากมายเพื่อให้ได้มาซึ่ง ‘ตัวเราในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด’ แต่ระหว่างทางไปสู่จุดนั้น ไม่ว่าจะพอใจกับผลลัพธ์ของมันหรือไม่ เราก็ไม่สามารถย้อนกลับมายังจุดเดิมที่เคยเป็นได้อีกแล้ว
และเมื่อไรก็ตามที่เราไม่เคารพกฎเกณฑ์ของความสมดุลตามเงื่อนไขของสัจธรรมนี้ เมื่อนั้นเองหายนะสยดสยองก็จะตามมาในที่สุดเหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับอลิซาเบธและร่างเวอร์ชั่นใหม่ของเธอ
The Substance เป็นเหมือนภาพจำลองว่าวันหนึ่งหากเราไปสุดทางกับคำว่า ‘เวอร์ชั่นที่ดีที่สุด’ ของตัวเราแล้ว ในวันนั้นเราจะ ‘เป็น’ อย่างไร และมันเหมือนกับภาพที่เราฝันถึงตัวเองเอาไว้ไหม เมื่อคำพูดของบริษัทนำ้ยาอมฤตย้อนกลับมาตอกย้ำว่า ‘คุณไม่สามารถหนีไปจากตัวเองในเวอร์ชั่นเดิมได้หรอก’ เพราะไม่ว่าเราจะเกลียด จะขยะเเขยงตัวเราคนเก่าจนลงทุนเจ็บตัว ฉีกทึ้งตัวเองเพื่อแลกกับการได้ตัวเราคนใหม่มามากแค่ไหน สุดท้ายทั้งหมดมันก็คือตัวเรา เป็นเรา ‘คนเดียวกัน’ อยู่ดี และผลจากการฉีกทึ้งตัวเองของเราที่เคยทำไว้ทุกอย่างนี่แหละที่จะค่อยๆ กัดกินเราให้ร่อยหรอไปทุกวัน
เหมือนที่ชายแก่อัปลักษณ์ผู้หยิบยื่นโอกาสของการมีร่างใหม่ให้กับอลิซเบธ พูดกับเธอในวันที่ทั้งสองร่างเริ่มสร้างความเสียหายให้แก่กันว่า “คุณรู้สึกไหมว่าตัวเองเริ่มหายไปทุกที หล่อนเริ่มกลืนกินคุณไปแล้วหรือยังล่ะ?”
และนี่คงเป็นแมสเสจที่ The Substance พยายามบอกเราว่า เมื่อไปถึงวันนั้น ‘เวอร์ชั่นที่ดีที่สุด’ ที่เราได้มา อาจสูบเอาเลือดเนื้อของตัวเราเองมาใช้จนไม่เหลืออะไรแล้วก็เป็นได้
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- The Substance โลกจำลองแสนบ้าคลั่ง ของผู้หญิงที่ต้องดิ้นรนหนีความร่วงโรยภายใต้กับดักของคำว่า ‘เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด’
- การเมือง / ปิตาธิปไตย / กับความเป็นหญิง ชวนมองหนัง ‘ซาตาน’ ที่สะท้อนความไม่มั่นคงทางสังคม และมีผลต่อบทบาทของผู้หญิงตั้งแต่ยุค 70s จนถึงปัจจุบัน
- Motherland นิทรรศการที่ใช้เซนส์แฟชั่นมาเฉลิมฉลอง ให้กับ ‘ขนตรงนั้น’ ของผู้หญิง
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com