โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเหตุสิ้นพระชนม์ “พระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสี” พระราชธิดา “เจ้าดารารัศมี” ในรัชกาลที่ 5

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 22 ส.ค. 2568 เวลา 09.16 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2568 เวลา 09.14 น.
พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสี กับเจ้าดารารัศมี พระราชชายา

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสี เป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าดารารัศมี พระราชชายา ทรงเจริญพระชันษาได้ 3 ปี 4 เดือน กับอีก 19 วัน ก็สิ้นพระชนม์ เหตุการณ์นี้ทำให้รัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงเป็นสมเด็จพระบรมชนกนาถ และเจ้าดารารัศมี ทรงเศร้าโศกเสียพระทัยยิ่ง แล้วพระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสีสิ้นพระชนม์ด้วยสาเหตุใด?

พระเจ้าลูกเธอ ผู้ประเสริฐไม่มีมลทินของเมืองเชียงใหม่

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสี (อ่านว่า วิ-มน-นาก-นะ-พี-สี) ประสูติเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2432 ต่อมารัชกาลที่ 5 โปรดให้มีพิธีขึ้นพระอู่ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน

พิธีขึ้นพระอู่เริ่มขึ้นในช่วงเช้า โดยรัชกาลที่ 5 โปรดให้เลี้ยงพระ ณ ตำหนักที่ประสูติ จากนั้นเวลาค่ำ รัชกาลที่ 5 พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จลงสมโภชตามโบราณราชประเพณีทั้งแบบไทยและลาว มีบายศรีพื้นเมืองอย่างเชียงใหม่ ทั้งบายศรีโต๊ะเงิน บายศรีโต๊ะทอง

รัชกาลที่ 5 พระราชทานสมโภชสำหรับพระอู่ เป็นทองคำหนัก 5 ตำลึง เงินราง 6 แท่ง เงินวางข้างพระอู่ 10 ชั่ง ขันลงยาสำหรับหนึ่ง กาทองคำกาหนึ่ง แต่เงิน 100 ชั่งได้งดไว้พระราชทานวันอื่น

ต่อมาทรงมีพระราชดำริว่า พระญาติวงศ์ของพระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสีมากันพรั่งพร้อมเป็นการครึกครื้น จึงพระราชทานเงินเพิ่มอีก 100 ชั่ง รวมเป็น 200 ชั่ง และโปรดให้ทำ “ชื่อเงิน ชื่อทอง ชื่อนากอย่างลาว” สำหรับผูกพระหัตถ์ข้างละ 3 ข้อ พระบาทข้างละ 3 ข้อ จากนั้นทำพิธีผูกข้อไม้ข้อมือตามประเพณีทางเหนือ

จากนั้นรัชกาลที่ 5 พระราชทานพระนามว่า “พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสี” แปลว่า “ผู้ประเสริฐไม่มีมลทินของเมืองเชียงใหม่” เป็นอันเสร็จพิธีขึ้นพระอู่ โดยรัชกาลที่ 5 ตรัสเรียกพระเจ้าลูกเธอพระองค์นี้ว่า “ลูกหญิงวิมลนาค”

ทว่าผ่านไปราว 2 ปีกว่า พระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสีก็ประชวร และสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2435 ยังความโทมนัสสู่รัชกาลที่ 5 และเจ้าดารารัศมีอย่างยิ่ง

พระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสีสิ้นพระชนม์ด้วยสาเหตุใด?

รศ. (พิเศษ) นพ. เอกชัย โควาวิสารัช สูตินรีแพทย์ที่มีประสบการณ์ในวิชาชีพกว่า 35 ปี ได้นำหลักการทางวิทยาศาสตร์การแพทย์มาวิเคราะห์อาการป่วยของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ โดยอิงจากหลักฐานชั้นต้นและชั้นรองเท่าที่สืบค้นได้มากที่สุด ได้สันนิษฐานถึงเหตุสิ้นพระชนม์ของพระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสีไว้ในผลงานเล่มล่าสุด “ชันสูตรประวัติศาสตร์ ไขปริศนาเหตุสิ้นพระชนม์” (สำนักพิมพ์มติชน) ว่า

มีเอกสารชั้นต้นเพียงชิ้นเดียวที่กล่าวถึงพระอาการประชวรของพระองค์ไว้ก่อนสิ้นพระชนม์ คือ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 9 แผ่นที่ 48 วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ร.ศ. 111 (พ.ศ. 2435) ดังความตอนหนึ่งว่า (จัดย่อหน้าใหม่เพื่อความสะดวกในการอ่าน-กอง บก. ศิลปวัฒนธรรม)

“…ข่าวสิ้นพระชนม์

เปนที่อนาถใจ ในการที่พระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสี มาสิ้นพระชนม์ลงโดยพระโรคอันไม่หวังใจว่า จะทำให้หทัยของพระองค์ ถึงแก่ความทำลายไปได้โดยฉับไว เพราะฉนั้นจึ่งเปนเหตุให้พระบรมวงษานุวงษ์ทรงพระอาไลยโดยมาก

พระเจ้าลูกเธอพระองค์นี้ได้ประสูติเมื่อวันพุฒ ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 4 ปีฉลู เอกศก ศักราช 1251 ตรงกับวันที่ 2 ตุลาคม รัตนโกสินทร์ศก 108 พระราชทานนามว่า พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสี ประชวรลงในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร์ศก 111 เวลาเย็น มีพระอาการพระองค์ร้อนเล็กน้อย แลพระอาเจียน

พระสุขมาลบริหารว่าเปนพระโรคเพื่อพระวาโยเปนพิศม์ ได้ประกอบพระโอสถถวาย ครั้นเวลา 2 ทุ่มเศษ บันทมหลับไป จนเวลา 5 ทุ่มเศษ มีพระอาการหนัก ให้กระตุกแลหายพระไทยเหนื่อยหอบไม่สดวก หมอประกอบพระโอสถแก้ก็ไม่สามารถที่จะทำพระโรค ซึ่งเปนอยู่นั้นให้หายฤาทุเลาลงไปได้

หมอรัชได้ตรวจพระอาการว่า เปนพระโรคลมจับหทัย ยังหาทันที่จะประกอบพระโอสถถวายไม่ พอเวลา 5 ทุ่มเศษ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสีสิ้นพระชนม์ คำนวณพระชนม์พรรษาตามสุริยคติกาลได้ 3 ปี 4 เดือน กับ 19 วัน ฤานับเรียงวันได้ 1238 วัน…”

รศ. (พิเศษ) นพ. เอกชัย บอกว่า จากการค้นคว้าตำราแพทย์โบราณ ไม่พบว่ามีการเขียนถึงโรค “พระวาโยเปนพิศม์” จึงไม่สามารถชันสูตรได้ว่าคือพระโรคใดกันแน่

อย่างไรก็ตาม นายแพทย์นักเขียนผู้นี้ได้ชันสูตรพระโรคว่า จากพระอาการที่เริ่มจากมีไข้ บ่งบอกว่าน่าจะมีพระโรคติดเชื้อ และต่อมาทรงชักกระตุก ซึ่งเป็นอาการของระบบประสาท

พระอาการที่ทรงเป็นนี้ สันนิษฐานว่าอาจเป็นไปได้ 2 โรค คือพระโรคเยื่อหุ้มพระมัตถลุงค์อักเสบ (โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ) หรือพระโรคพระมัตถลุงค์อักเสบ (โรคสมองอักเสบ)

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อของระบบประสาทส่วนกลาง เป็นสาเหตุของภาวะไข้ร่วมกับอาการ และอาการแสดงของโรคในระบบประสาทส่วนกลางที่พบในเด็ก การติดเชื้อไวรัสของระบบประสาทส่วนกลางพบบ่อยกว่าเชื้อแบคทีเรีย และพบมากกว่าเชื้อรา (Fungus) และเชื้อปรสิต

การติดเชื้อของโรคนี้จะเริ่มต้นที่เยื่อหุ้มสมอง ขณะที่การติดเชื้อของโรคสมองอักเสบเริ่มต้นที่เนื้อสมอง แต่เนื่องจากเยื่อหุ้มสมองและเนื้อสมองอยู่ชิดติดกัน ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงมักมีการติดเชื้อทั้งเยื่อหุ้มสมองและเนื้อสมองร่วมกัน

ผู้ป่วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบส่วนใหญ่ร้อยละ 80 มักมีอาการไข้ อาเจียน และปวดศีรษะอย่างรุนแรง แต่ในระยะแรกๆ ของโรคและในเด็กเล็ก อาการและอาการแสดงของโรคมักจะไม่จำเพาะนัก

เมื่อพิจารณาพระอาการของพระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสีแล้ว รศ. (พิเศษ) นพ. เอกชัย เห็นว่า มีพระอาการหลายอย่างที่ชวนให้สงสัยว่าอาจเป็นพระโรคเยื่อหุ้มพระมัตถลุงค์อักเสบได้ เช่น มีพระอาการไข้ ทรงอาเจียน ทรงชัก และจากการที่พระอาการของพระองค์ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว จึงคิดว่าพระองค์น่าจะเป็นพระโรคเยื่อหุ้มพระมัตถลุงค์อักเสบ

ดังนั้น สาเหตุที่ทำให้พระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสีสิ้นพระชนม์ จึงน่าจะเป็นพระโรคเยื่อหุ้มพระมัตถลุงค์อักเสบ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

เอกชัย โควาวิสารัช. ชันสูตรประวัติศาสตร์ ไขปริศนาเหตุสิ้นพระชนม์. กรุงเทพฯ : มติชน, 2567.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 กันยายน 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดเหตุสิ้นพระชนม์ “พระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสี” พระราชธิดา “เจ้าดารารัศมี” ในรัชกาลที่ 5

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...