โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปีที่เหนื่อยสุดของกลุ่ม Samart ในรอบ 10 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ต.ค. 2567 เวลา 04.32 น. • เผยแพร่ 27 ต.ค. 2567 เวลา 04.20 น.
วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์-รัฐนันท์ วิไลลักษณ์

ในปี 2568 นี้ น่าจะเป็นปีได้เห็นการขยายอาณาจักร สามารถ เทเลคอม ครั้งใหญ่ ประเดิมด้วยแผนการขยายน่านน้ำธุรกิจสู่พลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสัมปทานวิทยุการบินในประเทศเพื่อนบ้าน และแนวโน้มลดการขาดทุนของบริษัทลูก

รอบนี้ บิ๊กกลุ่มสามารถ “วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์” รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร แเละพัฒนาธุรกิจใหม่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น ควงแขนคุณลูกชาย (น้องโฟน) “รัฐนันท์ วิไลลักษณ์” ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจ และนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัทเดียวกัน มาร่วมพูดคุยถึงก้าวต่อไปของกลุ่มสามารถ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า“ปีหน้าจะเป็นปีที่เหนื่อยที่สุด แต่ก็เป็นจังหวะที่ดีที่สุดของกลุ่มสามารถในรอบ 10 ปีเลยทีเดียว”

รุกธุรกิจพลังงาน-สิ่งแวดล้อม

“วัฒน์ชัย” กล่าวว่า ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ (2567) ไปจนถึงปีหน้า จะเป็นช่วงที่เหนื่อยที่สุดเพราะมีอะไรให้ทำหลายอย่างมาก แม้บางโครงการยังล่าช้าจากระบบประมาณภาครัฐที่ล่าช้า จากการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ 2 รอบ แต่แผนการขยายการลงทุนไปยังกัมพูชาและลาว รวมถึงกลุ่มธุรกิจใหม่ยังเดินหน้าต่อเนื่อง

“ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา เรามีการเซ็นโครงการไปมาก เฉพาะบริษัทลูกในกลุ่มธุรกิจไอซีทีโซลูชั่นอย่าง SAMTEL มีการเซ็นสัญญาโครงการใหม่มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท เช่น โครงการของการนิคมอุตสาหกรรมฯ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, โรงพยาบาลสงฆ์ และกรมที่ดิน เป็นต้น รวม Backlog ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท”

ส่วนในไตรมาส 4 จะเป็นไตรมาสที่มีการเซ็นสัญญาโครงการใหม่มากที่สุด มูลค่ารวมราว 6,000 ล้านบาท เพราะเป็นช่วงที่หน่วยงานต่าง ๆ เริ่มใช้งบประมาณเต็มที่ เช่น Core Banking ของโครงการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และอื่น ๆ คาดว่าทั้งปีจะมีการเซ็นสัญญาโครงการใหม่รวมประมาณ 7,500 ล้านบาท

ในส่วนของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อความมั่นคงของรายได้ในปีหน้า ยังโฟกัสสามส่วนหลัก คือ การหาทุนใหม่ การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ และการขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

“รัฐนันท์” เสริมด้วยว่า ในไตรมาส 1/2568 จะได้ข้อสรุปการตั้งสายธุรกิจใหม่ของกลุ่มสามารถ คือ พลังงานสีเขียวและสิ่งแวดล้อม โดยจะมีบริษัทลูกที่ชื่อ Teda เป็นผู้บุกเบิก เม็ดเงินการลงทุนยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างเจรจากับบริษัทที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสายธุรกิจนี้จะเน้นการเข้าไปร่วมลงทุน หาพันธมิตร หรือเข้าไปซื้อกิจการที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการ ดังนั้นในช่วงนี้เป็นการเจรจาว่าจะไปทางไหน

จากการค้นข้อมูลใน Creden Data พบว่า บริษัท เทด้า จำกัด เป็นบริษัทลูกของกลุ่มสามารถที่ดำเนินธุรกิจด้านสาธารณูปโภค และการขนส่ง เริ่มตั้งแต่ปี 2518 รับเหมาติดตั้งไฟฟ้า ทั้งภายในและภายนอกอาคาร และโรงงานทุกประเภท รวมทั้งซ่อมบำรุงรักษา เดินระบบอุปกรณ์ สำหรับโรงไฟฟ้า โรงกลั่นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้า และในปี 2566 มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ เพิ่มเติมประเภทธุรกิจเป็น ก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูงและขายสินค้า โดยผลประกอบการในปี 2566 มีรายได้รวม 1.46 พันล้านบาท กำไร 63 ล้านบาท

นอกจากนี้ เทด้า ยังมีแผนที่จะยื่นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปลายปีหน้าด้วย

รุกประเทศเพื่อนบ้าน

“รัฐนันท์” กล่าวว่า บริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAV เป็นหนึ่งในธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับกลุ่ม ซึ่งเพียงพอชดเชยการขาดทุนให้กลุ่มธุรกิจอื่น ๆ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ Digital Communications “SDC” ที่ขาดทุนอยู่ 17.8 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2567 ที่ผ่านมา

“ธุรกิจการค้าการให้บริการจัดการจราจรทางอากาศที่ประเทศกัมพูชา เฉพาะ 9 เดือนแรกปีงบประมาณ 2565 รายได้เติบโตขึ้น 7-8% การขนส่งสินค้าก็เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมค่อนข้างมาก โดยเติบโตมากถึง 85% ใน 2 ไตรมาสแรก YOY เป็นผลจากการที่รัฐบาลกัมพูชาออกแคมเปญเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เกิดเส้นทางการบินใหม่”

ทั้งยังมีการลงทุนเปิดสายการบินใหม่แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสร้างโอกาสทางการท่องเที่ยวและการบินในช่วงไฮซีซั่น คือในไตรมาสนี้ และที่สำคัญ เส้นทางการบินจากฝั่งจีน ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลี และญี่ปุ่น ผ่านน่านฟ้าของประเทศลาว มีจำนวนมาก ส่งผลให้มีการบริหารและเก็บรายได้เยอะมาก ในปี 2019 มีการรับรู้รายได้ราว 120 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ทางกลุ่มสามารถวางแผนขยายการลงทุนบริษัทจัดการวิทยุการบินไปยังที่ สปป.ลาว คาดว่าจะเซ็นสัญญา MOU ในไตรมาส 4/2567 นี้ และสัมปทานมีอายุถึง 30 ปี

“วัฒน์ชัย” กล่าวเสริมว่า กลุ่มสามารถต้องการขยายธุรกิจนี้ในประเทศเพื่อนบ้านรอบข้าง แต่ที่เวียดนามทำได้ลำบาก ส่วนเมียนมายังทำไม่ได้

มั่นใจขาดทุนลดลง

นายวัฒน์ชัยกล่าวต่อว่า กลุ่มธุรกิจสื่อสาร Digital Communications หรือ SDC เรียกได้ว่าเป็นลูกที่ยังไม่รักดี แต่จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นเห็นว่ากำลังฟื้นตัว รับรู้รายได้จากค่าบริการ Airtime ตลอดทั้งปี จากโครงการจัดหาระบบวิทยุคมนาคมระบบดิจิทัล หรือ Digital Trunked Radio System (DTRS) 9 โครงการ จัดหาระบบวิทยุสื่อสารข่ายบังคับบัญชากระทรวงมหาดไทย (MOI) ประมาณ 31 ล้านบาท และล่าสุดได้รับการขยายอายุสัญญา 15 ปี จากบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) จึงเป็นการสร้างโอกาสในการขยายฐานผู้ใช้บริการ DTRS ในองค์กรสาธารณภัย ซึ่งมีเครือข่ายทั่วประเทศ

“โดยสรุปก็คือเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งปีตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 612 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2567 ขาดทุน 18.3 ล้านบาท พอถึงไตรมาส 2/2567 ขาดทุน 17.8 ล้านบาท เมื่อเทียบกับรายได้ทั้งกลุ่มแนวโน้มการขาดทุนจากบริษัทลูกจะลดลงเรื่อย ในไตรมาส 3/2566 ขาดทุน 447 ล้านบาท ไตรมาสสุดท้ายปี 2566 ขาดทุน 154 ล้านบาท ขณะที่เทียบเป็น QOQ ในปีนี้ขาดทุนหลักสิบล้านเท่านั้น”

ตุนแบ็กล็อกอื้อ

สำหรับผลการดําเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ กลุ่มสามารถมีรายได้จากการขายและงานรับเหมาอยู่ที่ 4.16 พันล้านบาท ลดลง 7.4% เทียบเป็นรายปี เกิดจากหลายโครงการเลื่อนไป จากความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณ สัดส่วนรายได้ 56% มาจากกลุ่มธุรกิจสื่อสารการขนส่ง SAV ตามด้วยโซลูชั่น ICT ดิจิทัล SAMTEL อยู่ที่ 38% และธุรกิจสื่อสาร SDC 5.5%

แต่เมื่อพิจารณายอด Backlog ที่มีในมือทั้งกลุ่มรวมกันราว 1.4 หมื่นล้านบาท ณ เดือนกันยายน 2567 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ ทำให้กลุ่มบริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวมอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาทในปี 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปีที่เหนื่อยสุดของกลุ่ม Samart ในรอบ 10 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...