ปีที่เหนื่อยสุดของกลุ่ม Samart ในรอบ 10 ปี
ในปี 2568 นี้ น่าจะเป็นปีได้เห็นการขยายอาณาจักร สามารถ เทเลคอม ครั้งใหญ่ ประเดิมด้วยแผนการขยายน่านน้ำธุรกิจสู่พลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสัมปทานวิทยุการบินในประเทศเพื่อนบ้าน และแนวโน้มลดการขาดทุนของบริษัทลูก
รอบนี้ บิ๊กกลุ่มสามารถ “วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์” รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร แเละพัฒนาธุรกิจใหม่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น ควงแขนคุณลูกชาย (น้องโฟน) “รัฐนันท์ วิไลลักษณ์” ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจ และนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัทเดียวกัน มาร่วมพูดคุยถึงก้าวต่อไปของกลุ่มสามารถ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า“ปีหน้าจะเป็นปีที่เหนื่อยที่สุด แต่ก็เป็นจังหวะที่ดีที่สุดของกลุ่มสามารถในรอบ 10 ปีเลยทีเดียว”
รุกธุรกิจพลังงาน-สิ่งแวดล้อม
“วัฒน์ชัย” กล่าวว่า ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ (2567) ไปจนถึงปีหน้า จะเป็นช่วงที่เหนื่อยที่สุดเพราะมีอะไรให้ทำหลายอย่างมาก แม้บางโครงการยังล่าช้าจากระบบประมาณภาครัฐที่ล่าช้า จากการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ 2 รอบ แต่แผนการขยายการลงทุนไปยังกัมพูชาและลาว รวมถึงกลุ่มธุรกิจใหม่ยังเดินหน้าต่อเนื่อง
“ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา เรามีการเซ็นโครงการไปมาก เฉพาะบริษัทลูกในกลุ่มธุรกิจไอซีทีโซลูชั่นอย่าง SAMTEL มีการเซ็นสัญญาโครงการใหม่มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท เช่น โครงการของการนิคมอุตสาหกรรมฯ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, โรงพยาบาลสงฆ์ และกรมที่ดิน เป็นต้น รวม Backlog ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท”
ส่วนในไตรมาส 4 จะเป็นไตรมาสที่มีการเซ็นสัญญาโครงการใหม่มากที่สุด มูลค่ารวมราว 6,000 ล้านบาท เพราะเป็นช่วงที่หน่วยงานต่าง ๆ เริ่มใช้งบประมาณเต็มที่ เช่น Core Banking ของโครงการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และอื่น ๆ คาดว่าทั้งปีจะมีการเซ็นสัญญาโครงการใหม่รวมประมาณ 7,500 ล้านบาท
ในส่วนของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อความมั่นคงของรายได้ในปีหน้า ยังโฟกัสสามส่วนหลัก คือ การหาทุนใหม่ การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ และการขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ
“รัฐนันท์” เสริมด้วยว่า ในไตรมาส 1/2568 จะได้ข้อสรุปการตั้งสายธุรกิจใหม่ของกลุ่มสามารถ คือ พลังงานสีเขียวและสิ่งแวดล้อม โดยจะมีบริษัทลูกที่ชื่อ Teda เป็นผู้บุกเบิก เม็ดเงินการลงทุนยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างเจรจากับบริษัทที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสายธุรกิจนี้จะเน้นการเข้าไปร่วมลงทุน หาพันธมิตร หรือเข้าไปซื้อกิจการที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการ ดังนั้นในช่วงนี้เป็นการเจรจาว่าจะไปทางไหน
จากการค้นข้อมูลใน Creden Data พบว่า บริษัท เทด้า จำกัด เป็นบริษัทลูกของกลุ่มสามารถที่ดำเนินธุรกิจด้านสาธารณูปโภค และการขนส่ง เริ่มตั้งแต่ปี 2518 รับเหมาติดตั้งไฟฟ้า ทั้งภายในและภายนอกอาคาร และโรงงานทุกประเภท รวมทั้งซ่อมบำรุงรักษา เดินระบบอุปกรณ์ สำหรับโรงไฟฟ้า โรงกลั่นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้า และในปี 2566 มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ เพิ่มเติมประเภทธุรกิจเป็น ก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูงและขายสินค้า โดยผลประกอบการในปี 2566 มีรายได้รวม 1.46 พันล้านบาท กำไร 63 ล้านบาท
นอกจากนี้ เทด้า ยังมีแผนที่จะยื่นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปลายปีหน้าด้วย
รุกประเทศเพื่อนบ้าน
“รัฐนันท์” กล่าวว่า บริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAV เป็นหนึ่งในธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับกลุ่ม ซึ่งเพียงพอชดเชยการขาดทุนให้กลุ่มธุรกิจอื่น ๆ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ Digital Communications “SDC” ที่ขาดทุนอยู่ 17.8 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2567 ที่ผ่านมา
“ธุรกิจการค้าการให้บริการจัดการจราจรทางอากาศที่ประเทศกัมพูชา เฉพาะ 9 เดือนแรกปีงบประมาณ 2565 รายได้เติบโตขึ้น 7-8% การขนส่งสินค้าก็เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมค่อนข้างมาก โดยเติบโตมากถึง 85% ใน 2 ไตรมาสแรก YOY เป็นผลจากการที่รัฐบาลกัมพูชาออกแคมเปญเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เกิดเส้นทางการบินใหม่”
ทั้งยังมีการลงทุนเปิดสายการบินใหม่แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสร้างโอกาสทางการท่องเที่ยวและการบินในช่วงไฮซีซั่น คือในไตรมาสนี้ และที่สำคัญ เส้นทางการบินจากฝั่งจีน ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลี และญี่ปุ่น ผ่านน่านฟ้าของประเทศลาว มีจำนวนมาก ส่งผลให้มีการบริหารและเก็บรายได้เยอะมาก ในปี 2019 มีการรับรู้รายได้ราว 120 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ทางกลุ่มสามารถวางแผนขยายการลงทุนบริษัทจัดการวิทยุการบินไปยังที่ สปป.ลาว คาดว่าจะเซ็นสัญญา MOU ในไตรมาส 4/2567 นี้ และสัมปทานมีอายุถึง 30 ปี
“วัฒน์ชัย” กล่าวเสริมว่า กลุ่มสามารถต้องการขยายธุรกิจนี้ในประเทศเพื่อนบ้านรอบข้าง แต่ที่เวียดนามทำได้ลำบาก ส่วนเมียนมายังทำไม่ได้
มั่นใจขาดทุนลดลง
นายวัฒน์ชัยกล่าวต่อว่า กลุ่มธุรกิจสื่อสาร Digital Communications หรือ SDC เรียกได้ว่าเป็นลูกที่ยังไม่รักดี แต่จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นเห็นว่ากำลังฟื้นตัว รับรู้รายได้จากค่าบริการ Airtime ตลอดทั้งปี จากโครงการจัดหาระบบวิทยุคมนาคมระบบดิจิทัล หรือ Digital Trunked Radio System (DTRS) 9 โครงการ จัดหาระบบวิทยุสื่อสารข่ายบังคับบัญชากระทรวงมหาดไทย (MOI) ประมาณ 31 ล้านบาท และล่าสุดได้รับการขยายอายุสัญญา 15 ปี จากบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) จึงเป็นการสร้างโอกาสในการขยายฐานผู้ใช้บริการ DTRS ในองค์กรสาธารณภัย ซึ่งมีเครือข่ายทั่วประเทศ
“โดยสรุปก็คือเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งปีตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 612 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2567 ขาดทุน 18.3 ล้านบาท พอถึงไตรมาส 2/2567 ขาดทุน 17.8 ล้านบาท เมื่อเทียบกับรายได้ทั้งกลุ่มแนวโน้มการขาดทุนจากบริษัทลูกจะลดลงเรื่อย ในไตรมาส 3/2566 ขาดทุน 447 ล้านบาท ไตรมาสสุดท้ายปี 2566 ขาดทุน 154 ล้านบาท ขณะที่เทียบเป็น QOQ ในปีนี้ขาดทุนหลักสิบล้านเท่านั้น”
ตุนแบ็กล็อกอื้อ
สำหรับผลการดําเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ กลุ่มสามารถมีรายได้จากการขายและงานรับเหมาอยู่ที่ 4.16 พันล้านบาท ลดลง 7.4% เทียบเป็นรายปี เกิดจากหลายโครงการเลื่อนไป จากความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณ สัดส่วนรายได้ 56% มาจากกลุ่มธุรกิจสื่อสารการขนส่ง SAV ตามด้วยโซลูชั่น ICT ดิจิทัล SAMTEL อยู่ที่ 38% และธุรกิจสื่อสาร SDC 5.5%
แต่เมื่อพิจารณายอด Backlog ที่มีในมือทั้งกลุ่มรวมกันราว 1.4 หมื่นล้านบาท ณ เดือนกันยายน 2567 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ ทำให้กลุ่มบริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวมอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาทในปี 2567
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปีที่เหนื่อยสุดของกลุ่ม Samart ในรอบ 10 ปี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net