โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

KKP GINFRAEQ-H กองทุนโปรด โหมดลดดอกเบี้ย

Finnomena

อัพเดต 25 ต.ค. 2567 เวลา 07.31 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2567 เวลา 12.00 น. • Siwa Khunanun

Highlight (คลิกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย)

  • ดอกเบี้ยขาลง ต้องโครงสร้างพื้นฐาน
  • ทำไมกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานถึงน่าสนใจ
  • จุดเด่นกองทุน
  • ลงทุนคุ้มค่า ค่าธรรมเนียมต่ำกว่า
  • Top 10 Holdings
  • รายละเอียดอื่น ๆ

ช่วงประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ดอกเบี้ยทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินและการลงทุนในวงกว้าง แต่ตอนนี้สถานการณ์กำลังเปลี่ยนไป เงินเฟ้อลดลง และเกิดความกังวลว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัว ทำให้ปัจจุบันธนาคารกลางทั่วโลกต่างเริ่มลดดอกเบี้ยลงบ้างแล้ว

การเปลี่ยนแปลงทิศทางของดอกเบี้ยนี้จะส่งผลกับสินทรัพย์หลายประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) หรือสาธารณูปโภค (Utilities) ที่มีแนวโน้มจะได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลง และมีโอกาสปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

KKP GINFRAEQ-H กองทุนโปรด โหมดลดดอกเบี้ย

ดอกเบี้ยทั่วโลกเข้าสู่ขาลง

ดอกเบี้ยขาลง

อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางทั่วโลก | Source: Finnomena Funds, as of 17/09/24

ตารางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางทั่วโลก ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการลดลงอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก ทั้งในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Markets: DM) และกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets: EM) เห็นได้จากแถบสีเหลืองที่บ่งบอกถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ยูโรโซน ญี่ปุ่น หรือแถบลาตินอเมริกา

ดอกเบี้ยขาลง ต้องโครงสร้างพื้นฐาน

ผลตอบแทน โครงสร้างพื้นฐาน

ผลตอบแทนของกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยเป็นขาลง | Source: Finnomena Funds, Bloomberg, as of 06/09/2024

*คำเตือน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

เมื่อพิจารณาจากข้อมูลย้อนหลังของ S&P 500 ตั้งแต่ปี 1995 ถึง 2019 พบว่าหุ้นกลุ่ม Utilities นั้นมีความแข็งแกร่งและมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดี แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญกับความผันผวนสูง ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวลง (Soft Landing) หรือเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างรุนแรง (Hard Landing) โดยเฉพาะในช่วงดอกเบี้ยขาลง

อีกหนึ่งความน่าสนใจของกลุ่ม Infrastructure คือปัจจุบันหุ้นกลุ่ม Healthcare มักจะมี P/E Ratio ที่สูง เช่น Eli Lilly สะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังในการเติบโต ขณะที่หุ้นกลุ่ม Infrastructure มีการเติบโตที่มั่นคงและคาดการณ์ได้ง่ายกว่า หุ้นกลุ่ม Infrastructure จึงถูกมองว่าอาจจะมีความ Defensive โดยธรรมชาติมากกว่ากลุ่ม Healthcare

โครงสร้างพื้นฐาน Laggard กลุ่มอื่น

เปรียบเทียบผลตอบแทนระหว่างกลุ่มหุ้นสาธารณูปโภค (S&P Utilities Sector) กับกลุ่มหุ้นโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก (Global Infrastructure) | Source: Finnomena Funds, as of 17/9/24

ล่าสุดกลุ่ม Utilities และ Global Infrastructure ได้ทำ New High แต่ยังคงปรับตัวขึ้นน้อยกว่ากลุ่มอื่น ๆ จึงอาจยังมีราคาที่น่าสนใจ และมีโอกาสเติบโตได้อีก โดยหุ้นกลุ่มนี้ถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่มีโอกาส Outperform ตลาดได้ในช่วงดอกเบี้ยขาลง เนื่องจากเป็นธุรกิจที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของผู้คน ทำให้ความต้องการใช้บริการสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานมีความสม่ำเสมอไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือแย่

โครงสร้างพื้นฐานคือเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจ

โครงสร้างพื้นฐาน หรือ Infrastructureเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงการดำเนินชีวิตและเศรษฐกิจของสังคมหนึ่ง ๆ มันคือสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง ระบบขนส่งมวลชน หรือระบบไฟฟ้า ขณะที่สาธารณูปโภค หรือ Utilitiesเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานที่มุ่งเน้นการให้บริการสาธารณะโดยตรง เช่น น้ำประปา ไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ต

โครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพช่วยให้การดำเนินชีวิตของเราเป็นไปอย่างราบรื่นและสะดวกสบาย เช่น การมีระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัยจะช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัด การมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงช่วยให้เราสามารถทำงานและเรียนรู้ได้จากทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานที่ดียังเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

ทำไมกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานถึงน่าสนใจ

1. ความต้องการที่มั่นคงและต่อเนื่อง

โครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตประจำวันของทุกคน ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือแย่ ความต้องการใช้บริการโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา ระบบขนส่ง จะยังคงมีอยู่เสมอ นอกจากนี้ บริษัทในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานมักมีสัญญาการให้บริการระยะยาวกับภาครัฐหรือเอกชน ทำให้มีรายได้ที่ค่อนข้างแน่นอนและมั่นคง

2. ความผันผวนต่ำกว่าตลาด

ผลประกอบการของบริษัทโครงสร้างพื้นฐานมักไม่ผูกติดกับวัฏจักรเศรษฐกิจมากนัก เนื่องจากความต้องการที่ค่อนข้างคงที่ ทำให้ราคาหุ้นมีความผันผวนน้อยกว่าหุ้นกลุ่มอื่น ๆ อีกทั้งบริษัทโครงสร้างพื้นฐานมักมีสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง เช่น โรงไฟฟ้า ท่าเรือ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้และมีมูลค่ารองรับ

3. เติบโตตามการพัฒนาของประเทศ

รัฐบาลทั่วโลกมักมีโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของประชากร การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และความต้องการที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นโอกาสเติบโตสำหรับบริษัทในกลุ่มนี้

เติบโตไปกับโครงสร้างพื้นฐานโลกด้วย KKP GINFRAEQ-H

กองทุนเปิดเคเคพี โกลบอล อินฟราสตรัคเจอร์ อิควิตี้ เฮดจ์ ชนิดทั่วไป (KKP GINFRAEQ-H) เป็นกองทุนหุ้นต่างประเทศแบบ Feeder Fund ตอบโจทย์ผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นของบริษัทโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานทั่วโลก เน้นลงทุนกองทุนรวมหลักเพียงกองทุนเดียวคือ Lazard Global Listed Infrastructure Equity Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV

กองทุนหลักบริหารจัดการโดย Lazard Asset Management Pacific Co. ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมากประสบการณ์ด้าน Global Infrastructure โดยเฉพาะ อีกทั้งยังเป็นบริษัทแรก ๆ ที่ริเริ่มลงทุนในหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน และมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) มากที่สุดในการลงทุนประเภทกองทุนหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน

โดยกองทุนหลักจะลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน (Infrastructure Companies) ที่มีมูลค่าตลาดขั้นต่ำ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8,300 ล้านบาท)

และเน้นลงทุนในกลุ่ม Preferred Infrastructure ที่เป็นเจ้าของสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ ซึ่งจะต้องมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน รายได้มั่นคง มีความสามารถในการทำกำไร มีลักษณะผูกขาด รายได้มีการปรับขึ้นตามเงินเฟ้อ และมีความผันผวนต่ำ

ทั้งนี้ แม้จะลงทุนเพียง 25-50 บริษัท แต่ก็กระจายไปยังหลากหลายอุตสาหกรรม หลากหลายประเทศ และยังเลือกลงทุนในประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งด้านเศรษฐกิจรวมถึงระบบกฎหมายอีกด้วย

จุดเด่นกองทุนหลัก

ผลการดำเนินงานกองทุนหลัก

ผลการดำเนินงานกองทุนหลัก | Source: Lazard Asset Management, as of 17/9/24

*คำเตือน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

จากข้อมูลผลการดำเนินงานที่ผ่านมา กองทุน Lazard Global Listed Infrastructure Equity Fund แสดงให้เห็นถึงผลตอบแทนในอดีตที่น่าสนใจและความเสี่ยงที่ควบคุมได้ โดยเมื่อเปรียบเทียบกับดัชนี MSCI World Core Infrastructure ซึ่งเป็นดัชนีที่ใช้ติดตามและวัดผลการดำเนินงานของบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลางใน 23 ประเทศพัฒนาแล้วทั่วโลก ที่มีธุรกิจหลักเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน พบว่ากองทุนหลักมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ใกล้เคียง Benchmark และบางช่วงก็ดีกว่า เช่น ในปี 2015, 2017, 2018, 2020, 2022 และ 2023

หากพิจารณาผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี พบว่ากองทุนหลักมีโอกาสให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 6.7% ซึ่งถือว่าเป็นที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับความผันผวนของตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงช่วงเวลาที่ตลาดผันผวนสูงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

จุดเด่นกองทุนไทย KKP GINFRAEQ-H

ผลการดำเนินงานกองทุน KKP GINFRAEQ-H

ผลการดำเนินงานกองทุน KKP GINFRAEQ-H | Source: Finnomena Funds, as of 11/10/24

เมื่อพิจารณาผลการดำเนินงานของกองทุน KKP GINFRAEQ-H พบว่าโดดเด่นทั้งในแง่ของ Sharpe Ratio ที่สูง และ Maximum Drawdown ที่ต่ำ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจ เมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการรักษามูลค่าได้ดี แม้ในช่วงตลาดผันผวน

Sharpe Ratio ระยะ 1 ปี อยู่ที่ 0.99หมายความว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา กองทุนนี้มีโอกาสให้ผลตอบแทนค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับความเสี่ยง ซึ่งค่า 0.99 ถือว่าสูงมาก แสดงว่ากองทุนนี้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี โดยที่ความเสี่ยงไม่สูงเกินไป

เมื่อพิจารณาในช่วง 3 ปี (คิดเฉลี่ยต่อปี) แม้ว่า Sharpe Ratio จะลดลงมาอยู่ที่ 0.34แต่ก็ยังถือว่าเป็นค่าที่อยู่ในเกณฑ์ที่ดี แสดงว่าโดยเฉลี่ยแล้วในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา กองทุนนี้ยังคงมีโอกาสให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ

อีกทั้งกองทุนยังมีความมั่นคงสูง โดยมีค่า Maximum Drawdown ในระยะ 1 ปี เพียง -5.41% และในระยะ 3 ปี อยู่ที่ -14.39% สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการรักษามูลค่าได้ดี

โชว์ฟอร์มเหนือกว่า Benchmark อย่างต่อเนื่อง

ผลตอบแทนสะสมกองทุน KKP GINFRAEQ-H

ผลตอบแทนสะสมกองทุน KKP GINFRAEQ-H | Source: KKP Factsheet, as of 30/8/24

*คำเตือน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

จากกราฟผลตอบแทนสะสม พบว่ากองทุน KKP GINFRAEQ-H สามารถสร้างผลตอบแทนในอดีตที่สอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง โดยทำผลงานได้สูงกว่า Benchmark ได้อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ลงทุนคุ้มค่า ค่าธรรมเนียมต่ำกว่า

เมื่อเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมของกองทุน KKP GINFRAEQ-H กับกองทุนที่ไปลงทุนในกองหลักเดียวกัน (Lazard Global Listed Infrastructure Equity Fund) อย่าง PRINCIPAL GIF และ ES-GINFRA พบว่า KKP GINFRAEQ-H มีค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าเล็กน้อย ทำให้ได้เปรียบในแง่ของต้นทุนและมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสุทธิที่สูงขึ้น

ค่าธรรมเนียมของ PRINCIPAL GIF

  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.6049% ต่อปี
  • ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.5%
  • ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ปัจจุบันยกเว้น
  • ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (Switching-in) 1.5%
  • ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (Switching-out) ปัจจุบันยกเว้น

ค่าธรรมเนียมของ ES-GINFRA

  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.6050
  • ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.5%
  • ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ปัจจุบันยกเว้น
  • ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (Switching-in) 1.5%
  • ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (Switching-out) ปัจจุบันยกเว้น

ด้วยค่าธรรมเนียมที่แข่งขันได้ KKP GINFRAEQ-H จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดต้นทุนค่าธรรมเนียม

KKP GINFRAEQ-H เหมาะกับใคร

  • ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง และมองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว
  • ผู้ลงทุนที่ต้องการเสริมความแข็งแกร่งให้พอร์ตการลงทุน
  • ผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน
  • ผู้ลงทุนที่มองหาโอกาสการลงทุนจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง

Top 10 Holdings กองทุนหลัก

*ข้อมูล ณ วันที่ 31/8/2024 สัดส่วนอาจมีการเปลี่ยนแปลง

Lazard Global Listed Infrastructure Equity Fund Holdings

Top 10 Holdings ของกองทุนหลัก Lazard Global Listed Infrastructure Equity Fund | Source: Lazard Asset Management, as of 31/8/2024

  • National Grid (9.4%) บริษัทด้านพลังงานรายใหญ่ของสหราชอาณาจักร ดำเนินธุรกิจด้านการส่งและจำหน่ายไฟฟ้า และก๊าซธรรมชาติ
  • Ferrovial (8.3%) บริษัทสัญชาติสเปนที่ดำเนินธุรกิจด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การก่อสร้างถนน ทางหลวง และสนามบิน
  • VINCI (7.8%) กลุ่มบริษัทข้ามชาติของฝรั่งเศสที่ดำเนินธุรกิจในหลากหลายสาขา เช่น โครงสร้างพื้นฐาน การก่อสร้าง การขนส่ง และพลังงาน
  • Norfolk Southern (7.2%) บริษัทขนส่งทางรถไฟรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ให้บริการขนส่งสินค้าหลากหลายประเภท เช่น ถ่านหิน สินค้าเกษตร และสินค้าอุตสาหกรรม
  • Snam (6.4%) บริษัทพลังงานของอิตาลี ดำเนินธุรกิจด้านการขนส่งและการจัดเก็บก๊าซธรรมชาติ
  • United Utilities (4.7%) บริษัทสาธารณูปโภคของสหราชอาณาจักร ให้บริการน้ำประปา และการบำบัดน้ำเสีย
  • Terna (4.7%)บริษัทพลังงานของอิตาลี ดำเนินธุรกิจด้านการส่งและจำหน่ายไฟฟ้า
  • Severn Trent (4.6%) บริษัทสาธารณูปโภคของสหราชอาณาจักร ให้บริการน้ำประปา และการบำบัดน้ำเสีย
  • Exelon (4.5%) บริษัทผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ และพลังงานหมุนเวียน
  • CSX (4.4%) บริษัทขนส่งทางรถไฟรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ให้บริการขนส่งสินค้าหลากหลายประเภท เช่น ถ่านหิน สินค้าเกษตร และสินค้าอุตสาหกรรม

สรุป

ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกมีแนวโน้มลดลง หุ้นกลุ่มกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และสาธารณูปโภค (Utilities) มักมีผลการดำเนินงานที่ดีในช่วงดอกเบี้ยขาลง เนื่องจากมีรายได้ที่มั่นคงและสามารถปรับเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อได้

การลงทุนในกองทุน KKP GINFRAEQ-H จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากลงทุนในกองทุนหลัก Lazard Global Listed Infrastructure Equity Fund ที่มีการกระจายการลงทุนไปใน 25 - 50 บริษัทชั้นนำด้านโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก และอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรม

โดยกองทุน KKP GINFRAEQ-H มีจุดเด่นที่น่าสนใจคือ ผลการดำเนินงานในอดีตที่โดดเด่นทั้งในแง่ของ Sharpe Ratio ที่สูงและ Maximum Drawdown ที่ต่ำ นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียมที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับกองทุนอื่นที่ลงทุนในกองหลักเดียวกัน

รายละเอียดอื่น ๆ ของ KKP GINFRAEQ-H

  • ความเสี่ยงระดับ 6 (กองทุนรวมหุ้น ที่เน้นลงทุนในหุ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ)
  • นโยบายการจ่ายเงินปันผล: ไม่จ่ายปันผล
  • ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน: ไม่น้อยกว่า 90%
  • มูลค่าขั้นต่ำในการซื้อครั้งแรก: 1,000 บาท
  • มูลค่าขั้นต่ำในการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee): 1%
  • ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee): ปัจจุบันยกเว้น
  • ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (Switching-in): 1%
  • ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (Switching-out): ปัจจุบันยกเว้น
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): 1.07% ต่อปี

FundTalk Contrarian Call แนะนำซื้อกองทุน KKP GINFRAEQ-H ที่ลงทุนใน Global Infrastructure ซึ่งมีรายได้มั่นคงปรับขึ้นตามเงินเฟ้อ และเน้นเพียง 25-50 บริษัทที่มีความสามารถในการทำกำไร โดยเป็น Sector ที่น่าสนใจที่สุดในช่วงเวลาแห่งการลดดอกเบี้ย

อ่านมุมมองการลงทุนที่ Opportunity Hub

อ้างอิง: KKP GINFRAEQ-H’s Factsheet, Lazard Global Listed Infrastructure Equity Fund’s Factsheet, Finnomena Funds, ES-GINFRA’s Factsheet, PRINCIPAL GIF’s Factsheet

คำเตือน: ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...