แมกซ์บิท ครองมาร์เก็ตแชร์ 5% ใน 6 เดือน เร่งขยายเพิ่มเป็น 10% ในสิ้นปี 2024
บริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด ผู้ให้บริการนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker) เผยบริษัทฯ สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 5% ได้ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือนหลังเปิดตัว
(2 ตุลาคม 2567) บริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด ผู้ให้บริการนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker) ได้บรรลุส่วนแบ่งการตลาดถึง 5% ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือนหลังเปิดตัว
ปกเขตร รัชกิจประการ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด (Maxbit) กล่าวว่า “ความสำเร็จของ Maxbit มาจากการรับฟังลูกค้าและตอบสนองความต้องการอย่างแท้จริง เรามุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจและใช้งานได้จริง ซึ่งกลยุทธ์ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนี้ ได้เป็นแรงผลักดันที่สำคัญต่อการเติบโตอย่างรวดเร็วของเรา”
ด้วยความเชื่อที่ว่าการลงทุนควรเป็นเรื่องง่ายและส่งเสริมการลงทุนอย่างมีวินัย Maxbit ได้เปิดตัวฟีเจอร์ Dollar Cost Averaging (DCA) เจ้าแรกในประเทศไทยสำหรับการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ฟีเจอร์นี้ออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนทุกระดับ
“ภารกิจของ Maxbit คือการทำให้การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเรื่องง่าย สะดวก และเข้าถึงได้อย่างแท้จริง และตอนนี้เราเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น" ปกเขตรกล่าวเสริม
จากกลยุทธ์ที่เน้นการรับฟังความต้องการของลูกค้า ทำให้ Maxbit สามารถต่อยอดไปสู่ 2 เรื่อง ที่ส่งผลให้ Maxbit เติบโตอย่างรวดเร็ว คือ
การออกแบบเพื่อลูกค้า : แอปพลิเคชั่นของ Maxbit ถูกสร้างขึ้นโดยเน้นความต้องการของผู้ใช้งานเป็นหลัก ทุกฟีเจอร์ และทุกรายละเอียดถูกพัฒนาจากความคิดเห็นของผู้ใช้จริง เพื่อให้มั่นใจว่าระบบสามารถตอบโจทย์นักลงทุนได้อย่างแท้จริง
มากกว่าแค่แพลตฟอร์มซื้อขาย : Maxbit ไม่เพียงแค่เป็นแพลตฟอร์มการลงทุน แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของ PTG Ecosystem หรือ Max World ที่ผู้ใช้สามารถ Invest, Earn, and Spend ภายในเครือข่ายขนาดใหญ่ของประเทศไทย ทุกการทำธุรกรรมซื้อขายตามเงื่อนไขจะได้รับคะแนนสะสม Max Point ซึ่งสามารถนำไปใช้แลกสินค้าและบริการได้จริง
"เราไม่ใช่แค่การลงทุน แต่เราเชื่อมต่อสู่ไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบัน" ปกเขตรกล่าว
ปกเขตรกล่าวเพิ่มเติมว่า “เป้าหมายต่อไปของ Maxbit คือการครองส่วนแบ่งการตลาด 10% ภายในสิ้นปี 2024 โดยมุ่งพัฒนานวัตกรรม ปรับปรุงบริการ และขยายขอบเขตเพื่อให้ลูกค้าของเราสามารถลงทุนได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกอย่าง ISO/IEC 27001:2022 และ ISO 27701”