โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขุนนางใหญ่ซัด! ใครหนุนบุตรเจ้าอนุวงศ์ครองจำปาศักดิ์? “ต่อไปจะได้ความร้อนใจ”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 05 ก.ค. 2567 เวลา 04.06 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2567 เวลา 02.52 น.
หอพระแก้ว เวียงจันทน์ ที่ทรุดโทรมลงเมื่อคราวศึกเจ้าอนุวงศ์ ภาพลายเส้นวาดโดย เดอ ลาปอร์ท เมื่อปี ค.ศ. ๑๘๖๖ (พ.ศ. ๒๔๐๙) (ภาพจาก A Pictorial Journal on the Old Mekong Cambodia, Laos and Yunnan, 1998.)

ในศึกเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์ หรือที่ไทยเรียกว่า “กบฏเจ้าอนุวงศ์” ระหว่าง พ.ศ. 2369-2371 สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ปัจจัยสำคัญที่ “ส่งเสริม” การก่อการครั้งนี้ คือเจ้าอนุฯ ทรงสามารถควบคุมดินแดนลาวได้ถึง 2 ใน 3 ได้แก่ นครเวียงจันทน์ ศูนย์กลางอำนาจของพระองค์เอง กับพันธมิตรสำคัญผู้ร่วมหัวจมท้าย คือ นครจำปาศักดิ์ของ เจ้าราชบุตร(โย้) ผู้เป็นบุตรชาย

แต่เดิมรูปแบบการปกครองลาว (หมายรวมภาคอีสาน) ของสยาม ที่สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชนั้น ลาวถูกแบ่งออกเป็น 3 แคว้น ได้แก่ หลวงพระบาง (เหนือ) เวียงจันทน์ (กลาง) และจำปาศักดิ์ (ใต้) แคว้นเหล่านี้ล้วนขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ ไม่ขึ้นแก่กัน เพื่อง่ายต่อการควบคุมและป้องกันการแข็งเมือง

กระทั่งเจ้าราชบุตรได้เป็นเจ้านครจำปาศักดิ์ ครองหัวเมืองลาวฝ่ายใต้ และเข้าร่วมกับพระราชบิดาคือเจ้าอนุวงศ์ แล้วนำไพร่พลเข้ากวาดต้อนครัวลาวตามหัวเมืองต่าง ๆ โดยเฉพาะในภาคอีสานกลับไปเป็นกำลังให้เวียงจันทน์และจำปาศักดิ์ นอกจากราชสำนักกรุงเทพฯ จะ “ร้อนใจ” ต่อการกระทำอันอุกอาจนี้แล้ว เชื่อได้ว่ารัชกาลที่ 3 เองต้องทรงขัดเคืองพระราชหฤทัยไม่น้อยกับสิ่งที่เกิดขึ้น

เพราะใน พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ฯระบุว่า เจ้าราชบุตร (โย้) ได้ครองจำปาศักดิ์ ก็ด้วยการโปรดเกล้าฯ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) โดยมีรัชกาลที่ 3 หรือขณะนั้นคือ “กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์” เป็นผู้ส่งเสริม

ยิ่งไปกว่านั้น การแต่งตั้งดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความไม่เห็นชอบของขุนนางผู้ใหญ่บางส่วน โดยเฉพาะ สมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรี พระโอรสในสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ พระพี่นางเธอในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ เรียกว่ามีศักดิ์เป็น “หลานอา” ในรัชกาลที่ 1 เป็นพระบรมวงศ์ชั้นผู้ใหญ่องค์หนึ่ง ทั้งยังกำกับกรมวังและกรมมหาดไทยอยู่ในขณะนั้น

วันที่รัชกาลที่ 2 ทรงมีรับสั่งให้ตั้งเจ้าราชบุตรเป็นเจ้านครจำปาศักดิ์ พอเสด็จขึ้นแล้ว (ว่าราชการเสร็จสิ้น) กรมหลวงพิทักษมนตรี ถึงกับตรัสกลางท้องพระโรงด้วยความไม่สบอารมณ์ว่า ใครกันเพ็ดทูลให้โปรดเกล้าฯ เช่นนั้น ไปเพิ่มพูนอำนาจให้เจ้าอนุฯ โดยไม่จำเป็น ทั้งยังทรงทำนายทายทักว่า “ต่อไปจะได้ความร้อนใจ” จากการตัดสินใจดังกล่าว โดยที่กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ก็ประทับอยู่ด้วย

ท้ายสุดสิ่งที่ “กรมหลวงพิทักษมนตรี” ทรงคาดการณ์ ก็เกิดขึ้นจริงดังตาเห็น เพราะนครจำปาศักดิ์กลายเป็นพันธมิตรและกำลังหลักในเหตุการณ์กบฏเจ้าอนุวงศ์จริง ๆ

นครจำปาศักดิ์ฐานอำนาจหนุนเจ้าอนุวงศ์

มูลเหตุทั้งหมดของการแต่งตั้งเจ้าราชบุตรเป็นเจ้านครจำปาศักดิ์นั้น เป็นผลพวงจากเหตุการณ์ “กบฏสาเกียดโง้ง”(พ.ศ. 2362) หรือกบฏชาวข่าในพื้นที่ลาวใต้ ปลายรัชกาลที่ 2 ซึ่งส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงกรุงเทพฯ เพราะ เจ้านครจำปาศักดิ์(หมาน้อย) ขณะนั้น ไม่สามารถรักษาเมืองไว้ได้ เสียเมืองแก่อ้ายสาเกียดโง้ง ผู้นำกบฏ ดินแดนลาวใต้จึงอยู่ในภาวะสุญญากาศทางอำนาจอยู่ชั่วขณะหนึ่ง

ในคราวนั้น เจ้าพระยานครราชสีมาสามารถตีกองทัพกบฏแตกพ่ายไปได้ แต่ยังไม่ได้ตัวอ้ายสาเกียดโง้งรัชกาลที่ 2 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าอนุวงศ์ยกกำลังไล่ล่าอ้ายสาเกียดโง้ง สุดท้ายเป็นเจ้าราชบุตรที่จับกุมตัวอ้ายสาเกียดโง้งและส่งมารับโทษยังกรุงเทพฯ ได้สำเร็จ

รัชกาลที่ 2 ทรงมีพระราชดำริเห็นว่า เจ้าหมาน้อยรักษาเมืองไว้ไม่ได้ ไม่สมควรได้กลับไปครองเมืองจำปาศักดิ์ ฝ่ายเจ้าอนุวงศ์ทูลขอให้เจ้าราชบุตรเป็นเจ้านครจำปาศักดิ์ พร้อมให้คำมั่นว่าจะเป็นกำลังมิให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก และดังที่กล่าวไปข้างต้น ความเห็นในราชสำนักกรุงเทพฯ ต่อคำกราบทูลของเจ้าอนุวงศ์แตกออกเป็น 2 ข้าง เพราะขุนนางและพระบรมวงศ์ส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยที่เจ้าอนุวงศ์จะมีอำนาจมากขึ้นจากการครองแคว้นลาวถึง 2 ใน 3

สุดท้ายรัชกาลที่ 2 ทรงเชื่อกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (รัชกาลที่ 3) พระราชโอรสองค์โต ผู้ทรงสนับสนุนคำทูลขอดังกล่าว และเห็นควรให้สมประสงค์เจ้าอนุวงศ์ เพราะทรงเห็นว่า หากลาวเข้มแข็ง จะเป็นกำลังป้องกันฝ่ายญวน (เวียดนาม) มิให้ขยายอำนาจเข้ามามากเกินไปได้

พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒พระนิพนธ์ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เล่าถึงความเห็นของกรมหลวงพิทักษมนตรี ในวันโปรดเกล้าฯ เจ้าราชบุตร (โย้) เป็นเจ้านครจำปาศักดิ์ ความว่า

“เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรีมีรับสั่งในท้องพระโรงว่า อยากจะรู้นัก ใครเป็นผู้จัดแจงเพ็ดทูลให้เจ้าราชบุตรเวียงจันท์ไปเปนเจ้าเมืองจำปาศักดิ แต่เพียงพ่อมีอำนาจอยู่ข้างฝ่ายเหนือก็พออยู่แล้วยังจะเพิ่มเติมให้ลูกไปมีอำนาจโอบลงมาข้างฝ่ายตวันออกอีกด้าน ๑ ต่อไปจะได้ความร้อนใจด้วยเรื่องนี้”

เล่ากันว่า กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ก็ทรงได้ยินสิ่งที่กรมหลวงพิทักษมนตรีตรัส แต่ทรงนิ่งอยู่ มิได้รับสั่งโต้เถียง ด้วยเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ที่ทรงให้ความเคารพนับถือ

ต่อมาเมื่อเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์และเจ้านครจำปาศักดิ์ (โย้) เป็นกบฏในต้นรัชกาลของพระองค์ แถมยังฝักใฝ่ฝ่ายญวนให้ร่วมประทุษร้ายสยามอีก จึง “เปนข้อที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโทมนัศข้อ ๑ ที่ว่าการมาเปนจริงดังเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรีได้ทำนายไว้…”

ส่วนคำตอบของ “คำถาม” ที่กรมหลวงพิทักษมนตรีทรงเคลือบแคลงสงสัย (ผู้จัดแจงเพ็ดทูล) คงไม่สำคัญเท่าผลลัพธ์ (ความร้อนใจ) ที่ตามมาในอีกไม่กี่ปีหลังจากนั้น

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

สุวิทย์ ธีรศาศวัต. ทำไมเจ้าอนุวงศ์ จึงต้องปราชัย. ใน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับกันยายน 2549.

หอสมุดวชิรญาณ; ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. (2459). พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒. พระนคร : โรงพิมพ์ไทย ณ สพานยศเส. (ออนไลน์)

ราชวงศ์วิจิตร, หม่อมราชวงศ์ (ม.ร.ว.ปฐม คเนจร). (22539). พงศาวดารเมืองมณฑลอีสาน. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : วัชรินทร์การพิมพ์. อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ เจ้านางโสฬศนารี ณ จำปาศักดิ์ สาระโสภณ (นางอักษรการวิจิตร)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 5 มิถุนายน 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ขุนนางใหญ่ซัด! ใครหนุนบุตรเจ้าอนุวงศ์ครองจำปาศักดิ์? “ต่อไปจะได้ความร้อนใจ”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...