โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ค่าระวางเรือ ครึ่งปีหลังยังขาขึ้นต่อเนื่อง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 ก.ค. 2567 เวลา 10.27 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2567 เวลา 03.27 น.

ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ท่าเรือแออัด เสี่ยงขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ดัน ค่าระวางเรือ ครึ่งปีหลังพุ่งต่อเนื่อง SINO เร่งขยายธุรกิจ Sea Freight ในอาเซียนรับดีมานด์ส่งออกสินค้า หนุนปริมาณขนส่งสินค้าปีนี้เข้าเป้าตามแผน 53,000 ตู้

นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO เปิดเผยว่า แนวโน้มอัตราค่าระวางเรือในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ยังมีทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันดัชนีค่าระวางเรือ Shanghai Containerized Freight Index อยู่ที่ 3,733.80 จุด (5 กรกฎาคม 2567) เพิ่มขึ้น 262% เมื่อเทียบกับช่วงต้นปีที่ผ่านมา

เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงไม่คลี่คลาย ทำให้การขนส่งสินค้าทางเรือต้องใช้ระยะเวลาเดินทางนานขึ้นเพื่อเลี่ยงเส้นทางทะเลแดง และท่าเรือขนส่งสินค้าที่มีความแออัดจากความต้องการใช้บริการขนส่งสินค้าทางทะเล เพิ่มแรงกดดันต่อความเสี่ยงการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์มากยิ่งขึ้น

ปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลเชิงบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ให้ขยายตัวได้ดีกว่าครึ่งปีแรก จากข้อได้เปรียบเชิงการแข่งขันของ SINO ที่เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งทางทะเล ทางอากาศ และทางบก

โดยมีปริมาณขนส่งสินค้าทางทะเลบนเส้นทางไทย-สหรัฐอเมริกาเป็นอันดับ 1 ของไทย และเป็นอันดับ 3 ของโลก จากการมีสัญญา OTI ซึ่งสามารถทำสัญญาการบริการกับสายเดินเรือได้ด้วยตนเอง จึงสามารถให้บริการขนส่งสินค้าตั้งแต่ต้นทางไปยังจุดหมายปลายทางอย่างมีประสิทธิภาพและเก็บเกี่ยวรายได้จากโอกาสที่อัตราค่าระวางเรือยังอยู่ในช่วงขาขึ้น ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการด้านต้นทุนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยผลักดันอัตราการทำกำไรขั้นต้นให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนขยายตลาดทั้งในไทยและภูมิภาคอาเซียนผ่านกลยุทธ์ร่วมทุน (Joint Venture) กับพันธมิตรท้องถิ่น เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางทะเลให้แก่กลุ่มประเทศในอาเซียนที่ต้องการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐอเมริกา โดยที่ผ่านมาได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่นในประเทศมาเลเซียเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้เต็มในไตรมาส 3/2567

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรรายใหม่ เพื่อร่วมกันจัดตั้งบริษัทร่วมทุนที่จะสามารถเพิ่มศักยภาพและโอกาสเติบโตของธุรกิจ โดยเบื้องต้นยังคงมุ่งเป้าในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากประเทศในแถบนี้มีฐานการผลิตและการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาค่อนข้างสูง จึงเป็นโอกาสของ SINO ที่จะให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศแก่ลูกค้าในประเทศดังกล่าวเพิ่มเติมในอนาคต

“เรามั่นใจว่าครึ่งปีหลังจะเห็นการเติบโตของผลการดำเนินงานได้ดีกว่าในช่วงครึ่งปีแรก โดยมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันปริมาณขนส่งสินค้าในปีนี้ให้เพิ่มขึ้นเป็น 53,000 ตู้ได้ตามแผน และเก็บเกี่ยวโอกาสที่ดีในช่วงที่ค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ผลการดำเนินงานปีนี้เติบโตและมีอัตราการทำกำไรขั้นต้นที่ดียิ่งขึ้น”

📌 อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...