โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นกกระทุงนับร้อยตัวในสหรัฐฯ กำลังขาดอาหารจนตาย แต่มีปลาในทะลและนักวิทย์ไม่รู่ว่าทำไม

Environman

เผยแพร่ 29 พ.ค. 2567 เวลา 13.00 น.

นกกระทุงสีน้ำตาลในแคลิฟอร์เนียกำลังหิวโหยจนตาย แต่นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าทะเลยังคงมีอาหารเหลือเฟือ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รู้ว่าทำไมนกกระทุงสีน้ำตาลจำนวนมากถึงป่วยและบาดเจ็บหลายร้อยตัว

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา นกสายพันธุ์นี้ได้เสียชีวิตไปแล้วหลายร้อยตัวโดยหลักฐานชี้ว่ามีสาเหตุการขาดอาหาร แต่ในมหาสมุทรตอนนี้มีปลาเฮอริ่ง และปลาแอนโชวี่อยู่จำนวนมากให้พวกมัน ทว่านกกระทุงสีน้ำตาลกลับไม่กินและอดตายแทน และนักวิทยาศาสตร์ก็ไม่รู้ว่าทำไม สิ่งที่แปลกยิ่งกว่านั้นคือมีแค่นกบนชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ เท่านั้นที่เป็นแบบนี้ แต่นกฝั่งแอตแลนติก(ตะวันออก)ไม่มีปัญหาดังกล่าว

“เราไม่รู้ว่าทำไม แต่(นกกระทุงฝั่งตะวันตก)ไม่พบอาหารที่พวกมันต้องการ” Jeni Smith ผู้ดูแลด้านสัตววิทยาของโครงการช่วยเหลือสัตว์ที่ SeaWorld San Diego กล่าว

ขณะที่ทาง Debbie McGuire กรรมการบริหารของศูนย์ดูแลพื้นที่ชุ่มน้ำและสัตว์ป่ากล่าวเสริมว่า “เรายังรู้ด้วยว่ามีปลาแอนโชวี่และอาหารของมันมากมายอยู่ในมหาสมุทร ดังนั้นเราจึงไม่รู้จริง ๆ ว่าทมำไมพวกมันถึงยังหาอาหารไม่ได้”

ตั้งแต่ในช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทางศูนย์ฟื้นฟูสัตว์ป่าได้รับรายงานว่ามีนกกระทบจำนวนมากในสถานที่ผิดปกติเช่น สวนหลังบ้านและลานจอดรถ โดยหลายตัวมีพฤติกรรมเฉื่อยฉา ไม่ตอบสนอง ผอมแห้ง ขาดน้ำ เป็นหวัด และเซื่องซึม พวกมันแสดงอาการเหมือนไม่ได้กินอาหารมาหลายวัน

อันที่จริงเหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นแล้วในปี 2022 โดยมีนกกระทุงสีน้ำตาลเกือบ 800 ตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยมีเกือบครึ่งหรือ 394 ตัวได้กลับคืนสู่ธรรมชาติ ส่วนที่เหลือเสียชีวิตทั้งหมด แม้จะมีการชันสูตรศพหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่พบคำตอบใด ๆ อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว

แต่ผู้เชี่ยวชาญมีบางทฤษฏีที่น่าสนใจบางประการ หนึ่งในนั้นคือสภาพอากาศอาจเป็นสาเหตุ ลมที่แรงขึ้นหรือทัศนวิสัยที่แย่ลงอาจทำให้นกระทุงไม่สามารถดำน้ำลงไปเพื่อจับปลาได้ จึงเป็นผลทำให้นกกระทุงมีอาการขาดแคลนอาหารพร้อมกันหลายร้อยตัว แทนที่จะเป็นบางตัว ซึ่งมักติดอยู่ในอุปกรณ์ประมง ยังไงก็ตามเมื่อนักวิทยาศาสตร์ยังไม่รู้สาเหตุ มันก็โอกาสที่จะเกิดขึ้นได้อีกหลายครั้งในอนาคต

“นี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เราพบกับสายพันธุ์เฉพาะจำนวนมากที่โผล่ขึ้นมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่ใช่ของพวกมัน” Ariana Katovich กรรมการบริหารของเครือข่ายการดูแลสัตว์ป่าซานตาบาร์บารา (SBWCN) กล่าว

ขณะเดียวกัน นักวิจัยก็ยังไม่ฟันธงลงไปว่านกกระทุงที่เจ็บป่วยเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ ที่ทำให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป อย่างน้อยก็ในตอนนี้ที่ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แต่เจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

“เราไม่มีข้อบ่งชี้ใด ๆ ว่ามันมีสาเหตุมาจากมนุษย์โดยตรง” Laird Henkel นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมอาวุโสจาก กรมประมงและสัตว์ป่าแคลิฟอร์เนีย กล่าว “เท่าที่เราทราบ มันไม่ใช่การกระทำของมนุษย์ทุกประเภท”

โดยทั่วไปแล้วสัตว์เหล่านี้ที่มีอาการดูเหมือนจะป่วย จะต้องได้รับการตรวจสอบอุณหภูมิร่างกายและทำให้มันอบอุ่นโดยเร็วที่สุด หลังจากนั้นก็จะให้สารอาหารและของเหลวเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ แล้วทำการเย็บแผลหรือให้ยาที่เกี่ยวข้องหลังจากพวกมันรู้สึกสงบลง เมื่อฟื้นตัวแล้ว นกกระทุงที่มีอาการดีจะถูกปล่อยกลับสู่ธรรมชาติ

“แน่นอนว่ายิ่งเราได้(ตัวนกกระทุง)เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น” Katovich กล่าว “24 ถึง 48 ชั่วโมงแรกที่สัตว์อยู่ในการดูแลของเราถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด”

ที่มา

https://www.smithsonianmag.com/…/hundreds-of-starving…/

https://www.theguardian.com/…/13/sick-pelicans-california

https://www.nationalgeographic.com/…/brown-peilcans…

Photo : ศูนย์ดูแลพื้นที่ชุ่มน้ำและสัตว์ป่า (WWCC)

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...