โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

Quantum Computing คืออะไร ? มารู้จักกับ "การคำนวณเชิงควอนตัม" กัน

Thaiware

อัพเดต 22 ก.ค. 2567 เวลา 02.00 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2567 เวลา 02.00 น. • Cocothedog
Quantum Computing คืออะไร ? มาทำความรู้จักกับ การคำนวณเชิงควอนตัม ในแง่ของ ความหมาย, หลักการทำงาน, การประยุกต์ใช้, ประสิธิภาพ และอนาคตของสิ่งนี้

Quantum Computing คืออะไร ? มารู้จักกับ "การคำนวณเชิงควอนตัม" กัน

สำหรับ "การคำนวณเชิงควอนตัม (Quantum Computing)" หรือ "ควอนตัมคอมพิวเตอร์" เป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่ล้ำหน้าในวงการเทคโนโลยีซึ่งเกิดจากการผสมผสานระหว่างฟิสิกส์ควอนตัมเข้ากับวิทยาการคอมพิวเตอร์ ด้วยองค์ประกอบ, เทคโนโลยี, เทคนิค และวิธีการต่าง ๆ ทำให้การคำนวณเชิงควอนตัมสามารถประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูง

ในบทความนี้จะพาทุกคนไปสำรวจหลักการพื้นฐานของการคำนวณเชิงควอนตัม, การทำงาน, เปรียบเทียบระหว่างการคำนวณเชิงควอนตัมกับแบบดังเดิม, การนำไปประยุกต์ใช้ และอนาคตของการคำนวณเชิงควอนตัม

เนื้อหาภายในบทความ

  • การคำนวณเชิงควอนตัม คืออะไร ?
    (What is Quantum Computing ?)
  • พื้นฐานของ การคำนวณเชิงควอนตัม
    (Fundamentals of Quantum Computing)
  • การคำนวณเชิงควอนตัม ทำงานอย่างไร ?
    (How does Quantum Computing work ?)
  • เปรียบเทียบ การคำนวณเชิงควอนตัม กับ การคำนวณแบบดั้งเดิม
    (Quantum Computing and Classical Computing Comparisons)
  • การประยุกต์ใช้ การคำนวณเชิงควอนตัม ไป
    (Quantum Computing Applications)
  • สถานการณ์ของ การคำนวณเชิงควอนตัม ในปัจจุบัน
    (Quantum Computing Current Situations)
  • บทสรุปเกี่ยวของ การคำนวณเชิงควอนตัม
    (Quantum Computing Conclusions)
Quantum Computing คืออะไร ? มารู้จักกับ

ภาพจาก : https://physics.berkeley.edu/news/new-technique-error-prone-quantum-computing-makes-classical-computers-sweat

การคำนวณเชิงควอนตัม คืออะไร ? (What is Quantum Computing ?)

การคำนวณเชิงควอนตัม (Quantum Computing) เป็นรูปแบบการประมวลผลที่อาศัยคุณสมบัติพิเศษของสถานะควอนตัม เช่น ซูปเปอร์โพซิชัน (Superposition) และการพัวพัน (Entanglement) ในการทำงาน เครื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมเมื่อพัฒนาสำเร็จสมบูรณ์จะไม่เหมาะสำหรับงานคำนวณแบบทั่ว ๆ ไป แต่ จะมีประสิทธิภาพโดดเด่นสำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น การแยกตัวประกอบของจำนวนที่ใหญ่มาก การค้นหาฐานข้อมูล และการจำลองกระบวนการทางฟิสิกส์ควอนตัม ซึ่งใช้เวลานานเกินกว่าคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมจะประมวลผลได้

การคำนวณเชิงควอนตัมอาศัยหลักการกลศาสตร์ควอนตัม (Quantum Mechanics) ซึ่งเป็นทฤษฎีพื้นฐานทางฟิสิกส์ที่อธิบายปรากฏการณ์ของธรรมชาติในระดับพลังงานของอะตอม และอนุภาคย่อยของอะตอม แม้จะเป็นทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับมานานแล้วแต่บางแง่มุมก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่

นักวิจัยด้านวิทยาการสารสนเทศควอนตัม (Quantum Information Science) กำลังพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะควบคุม และประยุกต์ใช้ศักยภาพทางการคำนวณเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์จริงในการสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัม ดังนั้นแล้วพื้นฐานของการคำนวณเชิงควอนตัมจึงเป็นสิ่งสำคัญ มาทำความเข้าใจต่อกันในหัวข้อถัดกันเลย

Quantum Computing คืออะไร ? มารู้จักกับ

ภาพจาก : https://en.wikipedia.org/wiki/File:Hydrogen_Density_Plots.png

พื้นฐานของ การคำนวณเชิงควอนตัม (Fundamentals of Quantum Computing)

เพื่อที่จะทำความเข้าใจการคำนวณเชิงควอนตัมให้มากยิ่งขึ้น อันดับแรกเราต้องมาทำความรู้จักกับสิ่งสำคัญที่แตกต่างจากคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิม (Classical Computing) ซึ่งได้แก่ คิวบิต (Qubits), ซูเปอร์โพสิชัน (Superposition) และเอนแทงเกิลเมนต์ (Entanglement) โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

คิวบิต (Qubits)

ปกติตามที่ทุกคนคุ้นชินกันคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมจะใช้บิต (Bit) ในการเข้ารหัสข้อมูล ซึ่งจะมีค่าเป็น 0 หรือ 1 เพียงเท่านั้น แต่คอมพิวเตอร์ควอนตัม (Quantum computer) จะใช้ คิวบิต (Qubit) ซึ่งสามารถอยู่ในสถานะทับซ้อน (Superposition) ได้ซึ่งนั่นก็คือคิวบิตสามารถอยู่ในสถานะ 0, 1, หรือทั้ง 0 และ 1 ได้ในเวลาเดียวกันได้นั่นเอง

โดยทั่วไปแล้วคิวบิตจะถูกสร้างขึ้นจากระบบที่แสดงลักษณะควอนตัมเชิงกล (Quantum Mechanical) เช่น การหมุนของอิเล็กตรอน (Electron Spin) หรือการโพลาไรเซชันของโฟตอน (Photon Polarization) การควบคุมคุณสมบัติเหล่านี้ด้วยความแม่นยำ ช่วยให้สามารถสร้าง และควบคุมคิวบิตเพื่อใช้ในการคำนวณได้

Quantum Computing คืออะไร ? มารู้จักกับ

ภาพจาก : https://www.qnulabs.com/quantum-101-qubit/

ความสามารถในการอยู่ในสถานะที่จะเป็นเพียงแค่ 0 หรือ 1 หรือทั้งคู่ก็ได้ของคิวบิต นำไปสู่คุณสมบัติการคำนวณที่น่าทึ่ง แต่ทว่าคิวบิตยังไม่สมบูรณ์แบบ พวกมันละเอียดอ่อนมาก และสามารถถูกรบกวนได้ง่ายจากสภาพแวดล้อมต่าง ๆ

นักวิทยาศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์ควอนตัม มักเรียกปรากฏการณ์นี้ว่าการสูญเสียการเชื่อมโยงกันของควอนตัม (Decoherence) ความไวต่อสิ่งรบกวนนี้ส่งผลให้การคำนวณแบบควอนตัมต้องดำเนินการภายในช่วงเวลาที่สั้นมาก และมักอยู่ที่อุณหภูมิต่ำมากเพื่อรักษาสถานะควอนตัมของคิวบิต การพัฒนาคิวบิตที่เสถียร ซึ่งสามารถรักษาสถานะของมันไว้ได้นานพอสำหรับการคำนวณที่มีประสิทธิภาพ เป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของคอมพิวเตอร์ควอนตัม

หลักการทับซ้อน (Superposition) และการพัวพัน (Entanglement)

Quantum Computing คืออะไร ? มารู้จักกับ

หัวใจสำคัญของการคำนวณเชิงควอนตัมก็คือหลักการสำคัญสองประการของกลศาสตร์ควอนตัม ได้แก่

การทับซ้อน (Superposition)

ดังที่ได้กล่าวไปบิตในคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมนั้นจะอยู่ในตำแหน่ง 1 หรือ 0 เพียงเท่านั้น ซึ่งเหมือนสวิตช์ไฟที่สถานะเปิด หรือปิด ในทางกลับกันซูเปอร์โพสิชันในกลศาสตร์ควอนตัม เป็นหลักการที่ระบบควอนตัมสามารถดำรงอยู่ในหลายสถานะ หรือการกำหนดค่าพร้อมกันได้ ให้ลองนึกภาพไฟที่ไม่มีสวิตช์ แต่ใช้ปุ่มหรี่ไฟที่สามารถปรับไฟระหว่างเปิด และปิดได้ หรือสามารถจินตนาการเป็นเหรียญที่หมุนเร็วมาก ๆ อย่างเหลือเชื่อ ทำให้มันอยู่เป็นได้ทั้งหัว และก้อยจนกว่าจะมีคนหยุดการหมุนและสังเกตตำแหน่งของเหรียญในที่สุด

การพัวพัน (Entanglement)

การพัวพัน (Entanglement) เป็นการต่อยอดพลังของการทับซ้อน (Superposition) เมื่อคิวบิตอยู่ในสถานะ Entanglement สถานะของคิวบิตหนึ่งจะขึ้นอยู่กับสถานะของอีกคิวบิตหนึ่ง ไม่ว่าพวกมันจะอยู่ห่างกันแค่ไหนในทางกายภาพ สิ่งนี้นำไปสู่ปรากฏการณ์ที่ความจุของข้อมูลของระบบควอนตัมสามารถเพิ่มขึ้นตามเลขชี้กำลังตามจำนวนของคิวบิต เพราะเนื่องจากพวกมันสามารถคำนวณหลายอย่างได้พร้อมกันนั่นเอง

การคำนวณเชิงควอนตัม ทำงานอย่างไร ? (How does Quantum Computing work ?)

เราลองมาทบทวนสิ่งที่เราคุยกันเกี่ยวกับบิตของคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมกันก่อน บิตนั้นสามารถถูกควบคุมได้ง่าย ๆ ด้วยเกท (Gate) ทางดิจิทัล ทว่าคิวบิตนั้นแตกต่างออกไป มันต้องถูกควบคุมด้วยเกทควอนตัม (Quantum Gate) ในวงจรควอนตัม (Quantum Circuit) ซึ่งเกทเหล่านี้ทำหน้าที่เปลี่ยนแปลงความน่าจะเป็นของสถานะของคิวบิต โดยไม่จำเป็นต้องวัดค่าของมันโดยตรง ทำให้เกิดการคำนวณที่ซับซ้อนได้ เรามาดูกันว่าส่วนประกอบทั้งสองอย่างนี้มีการทำงานอย่างไร ?

เกทควอนตัม (Quantum Gate)

เนื่องจากคิวบิตสามารถอยู่ในสถานะที่เป็นซูเปอร์โพสิชันได้ เกทควอนตัมจึงทำหน้าที่ควบคุมคิวบิตเหล่านั้นผ่านการดำเนินการซึ่งมักแสดงด้วยเมทริกซ์ (Matrix) ซึ่งเป็นตารางสี่เหลี่ยมประกอบด้วยตัวเลขหรือสัญลักษณ์เรียงตามแถว และคอลัมน์ โดยมักใช้ในการแสดงผล และจัดการข้อมูล การดำเนินการเหล่านี้รวมถึง การหมุนของสถานะ (Rotation Of The State) คือการเปลี่ยนความน่าจะเป็นที่คิวบิตจะอยู่ในสถานะ 0 หรือ 1, การพัวพัน (Entanglement) เชื่อมโยงสถานะของคิวบิตสองตัวเข้าด้วยกัน โดยที่สถานะของคิวบิตหนึ่งขึ้นอยู่กับสถานะของอีกคิวบิตหนึ่ง และ ซูเปอร์โพสิชัน (Superpositon) สร้างสถานะที่คิวบิตให้อยู่ในสภาวะผสมกันระหว่าง 0 และ 1

Quantum Computing คืออะไร ? มารู้จักกับ

ภาพจาก : https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Quantum_computer.jpg

วงจรควอนตัม (Quantum Circuit)

คือลำดับของเกทควอนตัมที่ออกแบบมาเพื่อทำการคำนวณเฉพาะอย่าง คิวบิตจะผ่านเกทเหล่านี้ในลักษณะที่คล้ายกับแนวคิดที่บิตผ่านเกทแบบดั้งเดิมในวงจรทั่วไป อย่างไรก็ตาม เนื่องจากลักษณะควอนตัมของวงจรเหล่านี้ ทำให้พวกมันสามารถคำนวณแบบซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าวงจรแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับปัญหาบางอย่าง เช่น การแยกตัวประกอบของจำนวนเต็มขนาดใหญ่ (Factoring Large Numbers) หรือการจำลองระบบควอนตัม (Simulating Quantum Systems)

Quantum Computing คืออะไร ? มารู้จักกับ

ภาพจาก : https://www.researchgate.net/figure/IBM-quantum-circuit-illustrating-the-non-local-implementation-of-a-CNOT-gate-where-qubit_fig4_319900987

วงจรควอนตัม (Quantum Circuit) จำเป็นต้องได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้รับมือกับปรากฏการณ์ควอนตัม เช่น Coherence และ Entanglement ได้ นอกจากนี้ การวัดผลในการคำนวณแบบควอนตัมยังแตกต่างไปจากการคำนวณแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง เมื่อมีการวัดคิวบิตซูเปอร์โพสิชันของมันจะยุบตัวลงเป็นหนึ่งในสถานะพื้นฐาน (0 หรือ 1) ซึ่งส่งผลอย่างยิ่งต่อผลลัพธ์ของการคำนวณ

เปรียบเทียบ การคำนวณเชิงควอนตัม กับ การคำนวณแบบดั้งเดิม (Quantum Computing and Classical Computing Comparisons)

นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่า คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ทนทานต่อความผิดพลาด (Fault-Tolerant) จะสามารถเอาชนะวิธีการคำนวณแบบคอมพิวเตอร์ดั้งเดิมได้ในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์ควอนตัมมีข้อได้เปรียบในการคำนวณ เช่น การหาค่าเหมาะที่สุด (Optimization) การจำลอง (Simulation) และฟังก์ชันการเข้ารหัสต่าง ๆ

ความเร็วและประสิทธิภาพ

สำหรับงานที่เฉพาะเจาะจงคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่อาศัยหลักการของซูเปอร์โพสิชัน และเอนแทงเกิลเมนต์ ถูกยอมรับว่าเป็น "เครื่องคำนวณ (Calculation Machines)" ที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานได้เลย ด้วยความเร็ว และประสิทธิภาพที่เหนือกว่า โดยหลักการของซูเปอร์โพสิชัน ช่วยให้คอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถทำงานแบบขนาน (Parallelism) ซึ่งส่งผลต่อการเพิ่มความเร็ว ในขณะที่เอนแทงเกิลเมนต์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมไม่สามารถทำได้สาเหตุเนื่องจากต้องประมวลผลบิตทีละตัว

Quantum Computing คืออะไร ? มารู้จักกับ

ภาพจาก : https://techxplore.com/news/2023-05-qa-expert-discusses-realistically-quantum.html

ข้อจำกัดที่เป็นความท้าทายของการคำนวณเชิงควอนตัม

ด้วยความเร็ว และประสิทธิภาพดังกล่าว ย่อมต้องมีเหตุผลว่าทำไมอุปกรณ์เหล่านี้จึงยังไม่ถูกนำมาใช้ในปัจจุบัน เพราะมีข้อจำกัด และความท้าทายหลายประการในการคำนวณแบบควอนตัม ประการแรกคือความซับซ้อนของอุปกรณ์ แนวทางทั้งหมดในการคำนวณแบบควอนตัม ต้องใช้อุปกรณ์ที่มีความไวสูง และงานวิศวกรรมที่ซับซ้อน แม้ว่าจะเทียบกับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยที่สุดก็ตาม

อย่างไรก็ตามข้อจำกัด และความท้าทายหลักในการคำนวณแบบควอนตัมคือ ความไวต่อสัญญาณรบกวนจากสภาพแวดล้อม เนื่องจากคิวบิตมีความไวต่อสัญญาณรบกวนเช่น ความร้อน และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แม้กระทั่งรังสีคอสมิก คิวบิตจึงสามารถเกิดข้อผิดพลาดที่ส่งผลต่อความสามารถในการคำนวณอย่างรวดเร็ว และประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์ควอนตัม ดังนั้นจึงจำเป็นต้องดูแลรักษาสถานะควอนตัมเหล่านั้นให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

ซึ่งนี่เองที่อธิบายถึงความจำเป็นส่วนใหญ่สำหรับวิศวกรรมที่ซับซ้อนของอุปกรณ์ที่ใช้ แต่นักวิทยาศาสตร์ยังต้องออกแบบโปรโตคอลการแก้ไขข้อผิดพลาด (Error-Correction Protocols) เพื่อลดแนวโน้มในการเกิดข้อผิดพลาดเหล่านี้อีกด้วย แม้ว่าจะมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แต่คอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมก็ยังคงมีข้อได้เปรียบในการแก้ปัญหาส่วนใหญ่ และปัญหาในเชิงปฏิบัติการทั้งหมด เนื่องจากความเสถียรที่มากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับคอมพิวเตอร์ควอนตัม

ข้อมูลเพิ่มเติม : Protocol คืออะไร ? จำเป็นแค่ไหน ต่อการใช้งานเน็ตเวิร์ก หรือเล่นเน็ต ?

Quantum Computing คืออะไร ? มารู้จักกับ

ภาพจาก : https://universalinstitutions.com/the-challenges-of-quantum/

การประยุกต์ใช้ การคำนวณเชิงควอนตัม ไป (Quantum Computing Applications)

แม้ในขณะนี้ยังมีข้อจำกัดในการสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่สามารถใช้งานได้จริง แต่ถ้าหากทีมนักวิทยาศาสตร์ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาข้อผิดพลาด (Fault-Tolerant) จะมีการประยุกต์ใช้การคำนวณเชิงควอนตัมหลายประการ ซึ่งสามารถดูแนวโน้มการประยุกต์ใช้ในบางส่วนดังต่อไป

การยกระดับการเข้ารหัสลับ และความปลอดภัยทางไซเบอร์

การคำนวณเชิงควอนตัมมีผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อการเข้ารหัสลับ และความปลอดภัยทางไซเบอร์ วิธีการเข้ารหัสแบบดั้งเดิม เช่น RSA พึ่งพาความยากลำบากในการแยกตัวประกอบของตัวเลขขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นงานที่คอมพิวเตอร์เชิงควอนตัมสามารถทำได้เร็วขึ้นอย่างมหาศาล ความสามารถนี้ทำให้มาตรฐานการเข้ารหัสในปัจจุบันที่ใช้อยู่ถูกคุกคาม จำเป็นต้องพัฒนาการเข้ารหัสที่ต้านทานควอนตัมได้

ในทางตรงกันข้าม การคำนวณเชิงควอนตัมได้นำเสนอเทคนิคการเข้ารหัสขั้นสูง เช่น การแจกจ่ายกุญแจควอนตัม (Quantum Key Distribution : QKD) ซึ่งให้การเข้ารหัสที่ไม่สามารถถูกเจาะได้ในทางทฤษฎี QKD ใช้คุณสมบัติควอนตัม เช่น การพันกัน และการทับซ้อนเพื่อตรวจจับการพยายามดักฟังใด ๆ จึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยในการส่งข้อมูลอย่างสมบูรณ์แบบ

การคำนวณเชิงควอนตัมยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์โดยการวิเคราะห์ชุดข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อระบุรูปแบบ และภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิม ความสามารถนี้ในการประมวลผล และวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากอย่างรวดเร็ว สามารถปรับปรุงการตรวจจับ และตอบสนองต่อภัยคุกคามให้ดีขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์มีความแข็งแกร่งมากขึ้น

Quantum Computing คืออะไร ? มารู้จักกับ

ภาพจาก : https://crypto.stackexchange.com/questions/48029/what-exactly-is-a-quantum-key-distribution-network-for

ความก้าวหน้าในการค้นคว้ายา และวัสดุศาสตร์

ในการค้นคว้ายา และวัสดุศาสตร์ การคำนวณเชิงควอนตัมช่วยให้การจำลองปฏิสัมพันธ์ของโมเลกุล และเคมีในระดับที่มีรายละเอียดที่สูงมาก ๆ การจำลองโมเลกุลที่ซับซ้อนเป็นงานที่ท้าทายสำหรับคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิม เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของตัวแปรอย่างรวดเร็ว แต่คอมพิวเตอร์เชิงควอนตัมสามารถจัดการกับความซับซ้อนนี้ได้อย่างง่ายดาย

ความสามารถนี้ทำให้สามารถจำลองโครงสร้าง และพฤติกรรมของโมเลกุลได้อย่างแม่นยำ นำไปสู่กระบวนการค้นคว้ายาที่รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น คอมพิวเตอร์เชิงควอนตัมสามารถวิเคราะห์ และทำนายได้อย่างรวดเร็วว่าสารประกอบยาต่าง ๆ จะมีปฏิสัมพันธ์กับเป้าหมายทางชีวภาพเฉพาะได้อย่างไร จึงทำให้การระบุผู้สมัครยาที่มีศักยภาพเป็นไปได้เร็วขึ้น

ในวัสดุศาสตร์ การจำลองเชิงควอนตัมสามารถนำไปสู่การค้นพบวัสดุใหม่ที่มีคุณสมบัติตามต้องการ เช่น อัตราส่วนความแข็งแรงต่อน้ำหนักที่สูงขึ้นหรือการนำไฟฟ้าที่ดีกว่า สิ่งนี้สามารถปฏิวัติอุตสาหกรรมเช่น การบิน และอวกาศ, อิเล็กทรอนิกส์ และพลังงานหมุนเวียนโดยการสร้างวัสดุที่มีประสิทธิภาพ, ยั่งยืน และคุ้มค่ามากขึ้น

การเพิ่มประสิทธิภาพระบบที่ซับซ้อน

ในการเงิน และการขนส่ง การคำนวณเชิงควอนตัมช่วยปรับปรุงสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบที่ซับซ้อน ในการเงินอัลกอริธึมควอนตัมสามารถเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตการลงทุนโดยการวิเคราะห์ข้อมูลตลาดจำนวนมาก และจำลองสถานการณ์ทางการเงินต่าง ๆ พร้อมกัน สิ่งนี้นำไปสู่การสร้างแบบจำลองการประเมินความเสี่ยงที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และกลยุทธ์การจัดสรรสินทรัพย์ที่ดีขึ้น เพิ่มผลตอบแทนในขณะที่ลดความเสี่ยง

ในการขนส่งการคำนวณเชิงควอนตัมสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการห่วงโซ่อุปทานโดยการแก้ปัญหาเส้นทางที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิม ซึ่งรวมถึงการกำหนดเส้นทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับการขนส่ง ลดเวลาในการจัดส่ง และช่วยลดต้นทุนสำหรับการดำเนินงานขนส่งขนาดใหญ่ เช่น การขนส่งทางเรือทั่วโลกหรือการจัดตารางเวลาเครื่องบิน ความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพของการคำนวณเชิงควอนตัมสามารถส่งผลให้เกิดการปรับปรุงที่สำคัญในด้านประสิทธิภาพ การประหยัดต้นทุน และความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม

สถานการณ์ของ การคำนวณเชิงควอนตัม ในปัจจุบัน (Quantum Computing Current Situations)

เงินทุนจากภาคเอกชน และการลงทุนของรัฐบาลได้เพิ่มการวิจัย สร้างแรงจูงใจมากขึ้นในการพัฒนาพื้นฐานทางทฤษฎี และทางปฏิบัติ ของอุปกรณ์ควอนตัมที่สามารถให้ข้อได้เปรียบที่เป็นประโยชน์จริง ๆ แม้ว่าในตอนนี้เรายังคาดเดาไม่ได้ ว่ามันจะพร้อมใช้งานจริงได้เมื่อไหร่

แต่นโยบายของหลายบริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีควอนตัม รับรองว่าจะมองเห็นเค้าร่างของการคำนวณเชิงควอนตัมภายในสิ้นทศวรรษนี้ และบางบริษัทเคลมว่าอาจจะได้เห็นมันในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้เลย

Quantum Computing คืออะไร ? มารู้จักกับ

ภาพจาก : https://www.bloomberg.com/news/articles/2024-01-17/quantum-computing-to-spark-cybersecurity-armageddon-ibm-says?embedded-checkout=true

บทสรุปเกี่ยวของ การคำนวณเชิงควอนตัม (Quantum Computing Conclusions)

เราอาจอยู่ใกล้จุดเริ่มต้นของยุคการคำนวณเชิงควอนตัม แม้จะมีความท้าทายในการแก้ไขข้อผิดพลาดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แต่การพัฒนาก็กำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อการแก้ไขข้อผิดพลาดมีประสิทธิภาพมากขึ้น คอมพิวเตอร์เชิงควอนตัมก็จะถูกนำมาใช้ในสถาบันวิจัย และบริษัทต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอีก ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาใหญ่ ๆ ทางวิทยาศาสตร์ และสังคม เช่น การค้นหาวิธีการรักษาใหม่, การพัฒนากลยุทธ์, การจัดการระบบที่ซับซ้อนต่าง ๆ และการค้นพบวัสดุใหม่ ๆ ที่ช่วยพัฒนาเทคโนโลยีมากขึ้นไปอีก

ความรับผิดชอบทางจริยธรรม และสังคมมีก็ความสำคัญ เช่น การทำให้การคำนวณเชิงควอนตัมเป็นที่เข้าใจ และเข้าถึงได้สำหรับทุกคนไม่ใช่แค่ผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ยังมีความสามารถด้านการป้องกันเรื่องการแฮกข้อมูลโดยผู้ไม่หวังดี นักวิทยาศาสตร์เองก็กำลังพัฒนาเทคนิคการเข้ารหัสที่ปลอดภัยจากควอนตัม (Quantum-Safe Cryptographic Techniques) เพื่อปกป้องข้อมูลที่สำคัญของทุกคนไว้นั่นเอง

➤ Website : https://www.thaiware.com
➤ Facebook : https://www.facebook.com/thaiware
➤ Twitter : https://www.twitter.com/thaiware
➤ YouTube : https://www.youtube.com/thaiwaretv

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...