โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดสาเหตุ สิงคโปร์แอร์ไลน์ ลงจอดฉุกเฉินสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารดับ1 เจ็บ30 ประกาศใช้แผนรับมือ

Khaosod

อัพเดต 21 พ.ค. 2567 เวลา 10.29 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2567 เวลา 09.54 น.
เปิดสาเหตุ สิงคโปร์แอร์ไลน์ ลงจอดฉุกเฉินสุวรรณภูมิ ก่อนพบผู้โดยสารเจ็บ 30 ดับ 1

เปิดสาเหตุ สิงคโปร์แอร์ไลน์ ลงจอดฉุกเฉินสุวรรณภูมิ ก่อนพบผู้โดยสารดับ 1 เจ็บถึง 30 พบมาจากสภาพอากาศแปรปรวนตามเส้นทางบิน

เมื่อวันที่ 21 พ.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ ได้ลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีผู้โดยสารบาดเจ็บกว่า 30 คน และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย โดยเป็นเที่ยวบิน เอสคิว 321 เดินทางจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จะเดินทางไปที่ประเทศสิงคโปร์ แต่ระหว่างทางได้ประกาศและขอลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิแทน

เบื้องต้นเพจ บันทึกไม่ลับของคนขับเครื่องบิน รายงานว่า สภาพอากาศย่ำแย่วันนี้ ทำให้มีเกิดสภาพอากาศแปรปรวนตามเส้นทางบินวันนี้ตลอดทาง ทำให้สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ ซึ่งเดินทางจากสนามบินลอนดอนปลายทางสนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์

เบื้องต้นต้องทำการเปลี่ยนเส้นทางฉุกเฉินมาลงสนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากได้รับรายงานว่า มีผู้โดยสารบาดเจ็บ 30 คนและเสียชีวิต 1 คน

"จากเคสนี้เราได้บทเรียนหนึ่งอย่างนะครับ คาดเข็มขัดตลอดเวลาที่อยู่ที่ที่นั่งครับ ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ"

รายงานข่าวจากสนามบินสุวรรณภูมิระบุว่า วันนี้ได้รับแจ้งจากสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ SQ321 ซึ่งบินมาจากลอนดอน ขอลงจอดฉุกเฉินทางการแพทย์ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ต่อมา 16.00 น. สนามบินสุวรรณภูมิ ได้ประกาศใช้แผนรับมือฉุกเฉินทางการแพทย์ - โรคติดต่อ

โดยได้ส่งทีมแพทย์ เข้าไปยังเครื่องบินเพื่อให้ความช่วยเหลือ และดูแลผู้บาดเจ็บ ขณะนี้สนามบินยังไม่ทราบสาเหตุของการบาดเจ็บ ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร อยู่ระหว่างประสานไปที่สายการบิน เพื่อสอบถามสาเหตุที่ทำให้ได้รับบาดเจ็บ ว่า เป็นปัญหาจากการตกหลุมอากาศ หรือสาเหตุอื่น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดสาเหตุ สิงคโปร์แอร์ไลน์ ลงจอดฉุกเฉินสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารดับ1 เจ็บ30 ประกาศใช้แผนรับมือ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...