โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

10 เรื่องต้องรู้ ปมร้อน "เวียดนามส่งออกทุเรียนแซงไทย"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 พ.ค. 2567 เวลา 06.49 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2567 เวลา 06.39 น.

“อัทธ์” นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เผยความเสี่ยงของทุเรียนไทย ชี้ 3 ปีข้างหน้าผลผลิตทุเรียนเวียดนามเท่าไทย โอกาสสูญเสียตลาดจีนสูง แนะไทยเร่งพัฒนาคุณภาพ เพิ่มแหล่งน้ำ ขยายตลาดไปยังอินเดีย สหรัฐอเมริกา เพิ่ม

วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 นายอัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และในฐานะที่ปรึกษาบริษัท อินเทลลิเจนท์ รีเสิร์ช คอนซัลแตนท์ (ไออาร์ซี) จำกัด เปิดเผยดัชนีความเสี่ยงทุเรียนไทยปี 2567 และประเมินทุเรียนไทยใน 5 ปีข้างหน้า พบว่าประเทศไทยมีโอกาสเสียแชมป์ให้กับเวียดนาม

เพราะในอีก 3 ปีข้างหน้าผลผลิตเวียดนามจะแซงหรือเทียบเท่าประเทศไทย ทำให้โอกาสที่เวียดนามจะส่งออกทุเรียนไปยังตลาดจีนเพิ่มขึ้น และประเทศไทยเองควรจะขยายตลาดส่งออกทุเรียนไปยังตลาดอินเดีย สหรัฐอเมริกา เพื่อลดโอกาสเสี่ยงสูญเสียตลาดให้กับเวียดนาม

ผลวิเคราะห์ทุเรียนไทยในปี 2567 และอีก 5 ปี

1.ส่งออกทุเรียนแซงหน้ายางพาราและมันสำปะหลัง

หลายปีที่ผ่านมาทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจหนึ่งเดียวที่ทำรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างมาก ในปี 2566 ทุเรียนมีมูลค่าส่งออก 1.4 แสนล้านบาท “แซงหน้ามูลค่าการส่งออกยางพาราและมันสำปะหลัง” แต่ยังเป็นรองมูลค่าการส่งออกข้าว มูลค่าการส่งออกทุเรียนคิดเป็นสัดส่วน 25% ของมูลค่าการส่งออกรวมของพืชส่งออกหลัก 4 ชนิด (ข้าว ทุเรียน ยางพารา และมันสำปะหลัง) อย่างไรก็ตาม มูลค่าการส่งออกทุเรียนในปี 2567 ต้องลุ้นว่ายังสามารถรักษาระดับการส่งออกเหมือนในปี 2566 หรือไม่ เพราะมีปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน

2.ดัชนีความเสี่ยงทุเรียนไทย ปี 2567 และ 5 ปี มีความเสี่ยงสูง

ดัชนีความเสี่ยงทุเรียนไทย หรือดัชนี DURI (Durian Risk Index) ดัชนี “DURI” ปี 2567 อยู่ที่ 57 ซึ่งเป็นระดับที่ “มีความเสี่ยงสูง” เพราะเกิน 50 และค่าดัชนี DURI ใน 5 ปีข้างหน้ายังมีค่าเกิน 50 อย่างต่อเนื่องเช่นกัน เพราะมีความเสี่ยงจาก 7 ปัจจัยเสี่ยง โดยความเสี่ยงจาก 3 ปัจจัยหลักคือ การประสบภัยแล้งของเกษตรกร ตามด้วยการส่งออกทุเรียนเวียดนามที่เพิ่มสูงขึ้น และต้นทุนการขนส่งไปประเทศจีนที่เพิ่มสูงขึ้น

3.ช่วง 12 ปี ผลผลิตทุเรียนไทยเพิ่ม 180%

ระหว่างปี 2556 ถึงปี 2566 ทั้งพื้นที่ปลูกและผลผลิตทุเรียนเพิ่มขึ้นสูงมาก โดยผลผลิตทุเรียนเพิ่มจาก 5 แสนตัน เป็น 1.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 180% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการขยายผลผลิตเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 1,500% ในขณะที่พื้นที่ปลูกทั้งประเทศเพิ่มขึ้น 80%

4.ภัยแล้งทำผลผลิตทุเรียนลดลง 50% ใน 5 ปีข้างหน้า

หากไม่มีการแก้ไขหรือจัดการภัยแล้งอย่างเป็นรูปธรรม คาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าผลผลิตทุเรียนไทยจะลดลง 53% (จากสวนทุเรียนที่ให้ผลผลิตแล้วและผลผลิตใหม่) ผลผลิตจะหายไป 6.4 แสนตัน สำหรับปี 2567 ภัยแล้งจะทำให้ผลผลิตทุเรียนลดลง 42% ผลผลิตลดลง 5.4 แสนตัน

5.ผลผลิตทุเรียนเวียดนามเพิ่ม 200%

10 ปีที่ผ่านมา ผลผลิตทุเรียนเวียดนามเพิ่มขึ้น 200% ปี 2566 เวียดนามมีผลผลิตทุเรียน 8 แสนตัน เพิ่มจาก 2.7 แสนตัน (ปี 2557) มีพื้นที่ปลูกเกือบ 7 แสนไร่ (6.8 แสนไร่) พื้นที่ปลูกทุเรียนเวียดนามร้อยละ 90 ปลูกในจังหวัดสามเหลื่ยมปากแม่น้ำโขง (Mekong River Delta) จังหวัดที่ปลูกมากที่สุดคือจังหวัดดั๊กลัก (Dak Lak) คิดเป็น 21% ของผลผลิตทั้งหมด ตามด้วยจังหวัดเตียนซาง (Tien Giang) และเลิมด่ง (Lam Dong) เป็นต้น

6.ปี 2567 เวียดนามส่งออกไปจีนเพิ่ม 30%

ไตรมาสที่ 1/2567 เวียดนามส่งออกทุเรียนไปจีนเพิ่มขึ้น 105% อยู่ที่ 36,800 ตัน ในขณะที่ไทยส่งออกในช่วงเวลาเดียวกัน 17,900 ตัน คาดว่าทั้งปี 2567 เวียดนามสามารถส่งออกทุเรียนไปจีนอยู่ที่ 5 แสนตัน ในขณะที่ไทยส่งออกอยู่ที่ 8 แสนตัน (ลดลงเกือบ 2 แสนตัน)

7.ต้นทุนการผลิตทุเรียนไทยสูงกว่าเวียดนาม 2 เท่า

ปี 2566 ต้นทุนการผลิตทุเรียนเวียดนามอยู่ที่ 15 บาท/กก. เพิ่มขึ้นเป็น 19 บาท/กก. ในปี 2567 ในขณะที่ต้นทุนการผลิตทุเรียนไทยเพิ่มขึ้น 10 บาท/กก.

8.อนาคต “ล้งทุเรียนไทย” ปิดตัว (เจ๊ง) เพิ่ม

ระหว่างปี 2565 ถึง 2567 ล้งจีนเพิ่มขึ้น 665 ราย ในขณะที่ล้งไทยปิดตัวจาก 25 ราย เหลือ 10 ราย และในอนาคตคาดว่าล้งไทยจะปิดตัวเพิ่มขึ้น เหลือไม่เกิน 5 ราย

9.ปี 2567 เงินธุรกิจทุเรียนไทยสะพัด “9.8 แสนล้าน”

ปี 2567 มีเงินสะพัด 9.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี’66 เท่ากับ 1.4 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 16.2% เมื่อเทียบกับปี 2566 โดยภาคตะวันออกมีเงินสะพัดมากที่สุด รองลงมาคือภาคใต้ และภาคเหนือ ตามลำดับ ธุรกิจที่มีเงินสะพัดมากที่สุดคือธรุกิจล้ง จำนวน 280 แสนล้านบาท

10.ให้ “ภัยแล้ง” เป็นวาระแห่งชาติ “เร่งด่วนที่สุด”

1.ภัยแล้งปัญหาหลัก ปัญหาเร่งด่วนที่ประเทศไทยต้องรีบจัดการและแก้ไขโดยด่วนคือ การจัดหาและบริหารน้ำให้กับเกษตรกรทุเรียนและสินค้าเกษตรอื่น ๆ ให้มีน้ำเพียงพอตลอดทั้งปีการผลิต ไม่อย่างนั้นจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อการผลิต รายได้ของเกษตรกร และราคาสินค้าที่แพงขึ้น

2.เน้นคุณภาพ ทุเรียนเวียดนามจะเป็นคู่แข่งสำคัญของทุเรียนไทยในอนาคต คาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า ทุเรียนเวียดนามจะผลิตใกล้เคียงกับทุเรียนไทย ทุเรียนไทยต้องหันมาเน้นคุณภาพและมาตรฐานเข้าสู้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 10 เรื่องต้องรู้ ปมร้อน “เวียดนามส่งออกทุเรียนแซงไทย”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...