โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Honda Civic โฉมใหม่ล่าสุด ! ราคาประมาณการ 1,03X,XXX-1,23X,XXX บาท มาครบทั้ง e:HEV และ Turbo !

autoinfo.co.th

เผยแพร่ 01 ส.ค. 2567 เวลา 02.37 น.

Honda Civic จัดเป็นรถยนต์ระดับ ซี-เซกเมนท์ ที่ทำตลาดมายาวนานหลายปีในประเทศไทย กับสายพันธุ์เจเนเรชันมากมายที่โลดแล่นอยู่ในวงการยานยนต์ของบ้านเรา มาถึงรุ่นล่าสุด จัดเป็นทายาทลำดับที่ 11 ของสายพันธุ์ กับรหัสรุ่น คือ FE ตัวถังซีดาน หลังจากทำตลาดมาได้สักระยะก็ได้เวลาปรับโฉมกันหลายส่วน พร้อมทางเลือกเครื่องยนต์แบบไฮบริดเป็นหลัก แต่ยังคงมีรุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบเป็นอีกทางเลือก นอกจากหน้าตาแล้วจะมีจุดแตกต่างอีกมากน้อยแค่ไหนมาดูกันเลย

Honda Civic โฉมล่าสุดปี 2024

รุ่น e:HEV RS ราคาประมาณการ 1,23X,XXX บาท

รุ่น e:HEV EL+ ราคาประมาณการ 1,09X,XXX บาท

รุ่น EL+ ราคาประมาณการ 1,03X,XXX บาท

** ทางผู้ผลิตจะเผยราคาอย่างชัดเจนวันที่ 23 สิงหาคม นี้ **

Honda Civic e:HEV RS ตัวทอพ !

เราเริ่มด้วยรุ่นทอพอย่าง Honda Civic e:HEV RS (ฮอนดา ซีวิค อี:เอชอีวี อาร์เอส) แน่นอนว่า การเป็นรุ่นทอพรหัส RS ย่อมมาพร้อมกับความคมเข้มของตัวถังแบบจัดเต็ม จุดเปลี่ยนแปลงแรกที่เราเห็น คือ รูปทรงของกระจังหน้าที่หันมาใช้ตะแกรงแบบรังผึ้ง (เดิมจะเป็นทรงแถบในแนวขวาง) สีเดาแวววาว พร้อมโลโก RS สีแดงสด นอกจากนี้รูปทรงของกันชนหน้าก็เน้นสันเหลี่ยมมากกว่าเดิม เห็นจากส่วนมุมของกันชนหน้าถูกเสริมด้วยสันเหลี่ยมในแนวตั้ง ดูดุดันใกล้คล้ายกับรหัสตัวแรงอย่าง Honda Civic Type-R (ฮอนดา ซีวิค ไทพ์-อาร์) แม้สิ่งที่ต้องแลกมา คือ การขาดหายไปของชุดไฟตัดหมอก ซึ่งจากการสอบทางค่ายรถ ได้รับคำอธิบายว่า ไฟหน้าแบบ LED ของ Civic โฉมล่าสุด มีการส่องสว่างที่ครอบคลุมดีอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใช้ไฟตัดหมอกอีกต่อไป

มาดูตัวถังส่วนถัดมา กับอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลง นั่นคือ ล้อแมกขนาด 18 นิ้วลายใหม่ เน้นโทนสีดำ (แต่ไม่ถึงกับดำสนิทเหมือนล้อแมกของ Civic RS เครื่องยนต์เทอร์โบของรุ่นก่อนปรับโฉม) เรามีความคิดว่าดูสปอร์ท และดุดันกว่ามากเมื่อเทียบกับลายของล้อแมกจาก Civic e:HEV RS รุ่นก่อนปรับโฉม (จะเป็นแบบทูโทนสีเงิน และสีดำ) ส่วนยางยังคงเป็นของ Michelin Pilot Sport 4 ขนาด 235/40 R18 การเน้นโทนสีดำของรุ่น RS ยังคงเห็นได้จากส่วนอื่นๆ เช่น กระจกมองข้าง มือเปิดประตูด้านนอก บริเวณขอบของกระจกประตู เสาอากาศแบบครีบลาม และหนึ่งในออพชันเฉพาะรุ่น RS นั่นคือ สปอยเลอร์หลัง เรายังสังเกตเพิ่มเติมว่าชุดไฟท้ายก็เป็นแบบรมดำเช่นกัน (แต่เอาเข้าจริง คือ อุปกรณ์ที่ติดตั้งทุกรุ่นย่อย) โดยรวมแล้ว เรามีความรู้สึกว่า Honda Civic e:HEV RS โฉมล่าสุด มีมาดเข้มกว่าเดิม แม้จะใช้เครื่องยนต์แบบไฮบริด แต่ทาง Honda กล้าที่จะเพิ่มความสปอร์ทให้กับซีดานขุมพลังไฮบริดรุ่นนี้แล้ว (แม้จะเป็นรุ่นทอพก็ตาม)

หันมาดูขุมพลังไฮบริด 203 แรงม้า

หลังจากดูรูปทรงภายนอกมาดสปอร์ทของรุ่นทอพ e:HEV RS เราหันมาดูขุมพลังของ Civic โฉมใหม่ล่าสุดกันบ้าง ยังคงเป็นบลอคเดิม นั่นคือ เบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 104 กิโลวัตต์/141 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. ส่งกำลังร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 135 กิโลวัตต์/184 แรงม้า ที่ 5,000-6,000 รตน. กับแรงบิดสูงสุดถึง 315 นิวทันเมตร/32.1 กก.-ม. ที่ 0-2,000 รตน. เรียกได้ว่ามอเตอร์ไฟฟ้ามีพละกำลัง และแรงบิดสูงสุดไม่น้อยหน้ารถยนต์ไฟฟ้า EV เต็มตัวเลยทีเดียว ผลลัพธ์ คือ กำลังสูงสุดทั้งระบบที่ 203 แรงม้า (เมื่อเทียบกับรถยนต์ร่วมค่ายที่ใช้เครื่องยนต์ไฮบริดบลอคเดียวกัน แต่มีการปรับแต่งพละกำลังใหแตกต่างเล็กน้อย โดย Honda Accord e:HEV และ Honda CR-V จะมีกำลังสูงสุดทั้งระบบที่ 207 แรงม้า) นอกจากจุดเด่นในเรื่องพละกำลังแล้ว อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย (จาก Eco Sticker) คือ 25.0 กม./ลิตร นับว่าน่าพอใจไม่น้อย สำหรับเครื่องยนต์ที่มีพละกำลังระดับนี้ แต่การขับขี่บนถนนจริง สมรรถนะ และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจะยังทำได้น่าพอใจตามตัวเลขที่ระบุเอาไว้หรือไม่ เราจะได้ไปลองกันกับการ “ทดลองขับ” หลังจากนี้ รอติดตามชมกันได้

ห้องโดยสารโทนแดงๆ มี Google ในตัว

ห้องโดยสารของ Honda Civic e:HEV RS โฉมใหม่ล่าสุด ดูด้วยสายตาในช่วงแรก เหมือนไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก แต่สังเกตดีๆ แล้วจะพบกับจุดที่มีการปรับปรุงหลายส่วนเช่นกัน เบาะนั่งทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ใช้วัสดุหุ้มหนังแท้ แต่มีการผสมวัสดุหนังกลับเข้ามาด้วย (เป็นครั้งแรกของ Civic รุ่นนี้) ให้ความหรูหราขึ้นมาอีกหน่อย แถมลวดลายของเบาะก็แตกต่างจากรุ่นก่อนปรับโฉมเล็กน้อยอีกด้วย รุ่น RS ยังคงเย็บด้ายตัวเบาะเป็นสีแดงสด แต่สังเกตบริเวณวัสดุตะแกรงสำหรับช่องแอร์จะใช้สีแดงเลื่อม ให้ความรู้สึกที่ดูสวยงามไปอีกแบบ นอกจากนี้จอแผงหน้าปัดยังเป็นแบบดิจิทอลเต็มตัว มีขนาด 10.2 นิ้ว แสดงผลร่วมกับจอแสดงผลหลักขนาด 9 นิ้ว การใช้งานที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามา คือ โหมดการขับขี่ (Drive Mode) เพิ่มแบบ Individual เป็นครั้งแรก จากเดิมที่มีโหมด Econ Normal และ Sport ผู้ขับสามารถปรับแต่งการตอบสนองของตัวได้ตามใจชอบมากยิ่งขึ้น ที่น่าสนใจ คือ การเพิ่มระบบ Google Assistance ติดตั้งในตัวรถเลย (ก่อนหน้านี้มีใช้งานกับซีดานรุ่นพี่อย่าง Honda Accord e:HEV) สามารถใช้งานระบบต่างๆ ของ Google จากตัวรถ ไม่ต้องเชื่อมต่อกับมือถือเสมอไป แต่กลับไม่มีซิมคาร์ดฝังมากับชุดฟรอนท์ของตัวรถ (หากต้องการต้องจ่ายเงินเพิ่มกับทางค่ายรถ) และเครื่องเสียงของรุ่น RS เป็นของ Bose พร้อมลำโพงถึง 12 ตำแหน่ง มี Subwoofer มาด้วย ขณะที่การใช้งาน มีทั้งช่องแอร์ด้านหลัง และเบาะหลังพับเก็บได้แบบแยก 60:40 (มีมาให้ในรุ่น e:HEV RS ของรุ่นก่อนปรับโฉม)

มาดูรุ่นรองทอพ e:HEV EL+

ถัดจากรุ่นทอพของ Honda Civic e:HEV RS กับรุ่นรองทอพ นั่นคือ e:HEV EL+ เครื่องยนต์ไฮบริดไม่มีความแตกต่างกัน เราจึงไม่ต้องลงลึกในส่วนนี้ แต่เน้นไปที่ความแตกต่างของรูปทรงภายนอก ภายใน รวมถึงออพชันบางรายการ เริ่มจากรูปทรงภายนอก รุ่น e:HEV EL+ จะมีความเรียบง่ายมากกว่า วัสดุตกแต่งตัวถังเป็นแบบโครเมียมในหลายจุด เช่น ขอบกระจกหน้าต่าง ส่วนล้อแมกจะมีขนาด 17 นิ้ว (ยางของ Yokohama Advan Decibel ขนาด 215/50 R17) อย่างไรก็ตาม กันชนหน้าจะเป็นตะแกรงรังผึ้งสีดำ แต่ไม่ใช่แบบแวววาวเหมือนรุ่น RS พร้อมสันเหลี่ยมของกันชนหน้าแบบใหม่ ยังคงมีมาให้ รวมถึงชุดไฟท้ายแบบรมดำ โดยรวมรูปทรงยังได้ความสปอร์ทมากขึ้น แต่ผสมผสานความเรียบหรูในตัว

ขณะที่ห้องโดยสารมีความใกล้เคียงกัน แต่จอแผงหน้าปัดจะเป็นแบบดิจิทอลแค่ฝั่งซ้ายมือเท่านั้น เบาะนั่งทุกตำแหน่งจะเป็นหนังแท้ ผสมหนังสังเคราะห์ (แน่นอนว่า ไม่มการเย็บด้ายสีแดงแบบเฉพาะรุ่น RS) โหมดการขับขี่แบบ Individual ก็มีเพิ่มมาให้ รวมถึงระบบ Google Assistance มีติดตั้งมาให้เช่นกัน จุดน่าสนใจ คือ เบาะหลังพับได้แบบ 60:40 มีในรุ่นรองทอพแล้ว รวมถึงช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ออพชันการใช้งานโดยรวมถือว่ามีความครบครันมากกว่าเดิม ในแง่ของการเป็นรุ่นรองทอพ e:HEV EL+ เช่นนี้

รุ่นพื้นฐาน EL+ ยังสำราญกับเทอร์โบ 178 แรงม้า

มาถึงรุ่นพื้นฐาน EL+ ขุมพลังจะเป็นแบบเบนซิน เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 178 แรงม้า มีใช้งานกันมาตั้งแต่รุ่นก่อนหน้านี้ (รหัส FC และ FK) รูปทรงภายนอกจะใกล้เคียงกับรุ่น e:HEV EL+ แต่ไฟหน้าของรุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบจะเป็นแบบ Projector (รุ่นรองทอพเป็นแบบ LED) ล้อแมกมีขนาด 17 นิ้ว ส่วนภายในก็ไม่ต่างกันมาก ยกเว้นเพียงรูปแบบการแสดงผลจะไม่มีสำหรับระบบไฮบริด รวมถึง Drive Mode จะไม่มีแบบ Individual ส่วนระบบใช้งานมีระบบ Google Assistance มาให้ในตัว โดยรวมแล้วแม้เป็นรุ่นพื้นฐาน แต่สำหรับคนที่ยังชื่นชอบซุ่มเสียงของเครื่องยนต์เทอร์โบ และความเร้าใจแบบดั้งเดิม (หรือจะมองถึงการปรับแต่งสมรรถนะเพิ่มเติมก็ทำได้ไม่ยาก) นอกจากนี้ออพชันของระบบความปลอดภัย และการใช้งานหลายส่วนมีติดตั้งทุกรุ่นย่อย ทำให้รุ่นย่อยหนึ่งเดียวกับขุมพลังเทอร์โบยังคงมีความน่าสนใจอยู่

สรุปเบื้องต้น: โฉมใหม่ล่าสุด ยังทำให้ Honda Civic น่าสนใจ

แม้ Honda Civic จะทำตลาดมายาวนานหลายปี แต่ ณ เวลาปัจจุบันกระแสยานยนต์มีการเปลี่ยนแปลงไม่น้อย การนำเสนอเครื่องไฮบริดรหัส e:HEV เป็นทางเลือกหลักดูจะเป็นการมาถูกทางของค่ายสัญชาติญี่ปุ่นที่ยังไม่พร้อมจะหันเหสู่รถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัว (Honda e:N1 ก็ทำตลาดสำหรับการเช่าใช้งานเท่านั้น) ถือเป็นการเสริมทัพ e:HEV กับบรรดาพี่ๆ น้องๆ ร่วมค่าย ทั้ง CR-V , Accord และ City (ทั้ง 2 ตัวถัง ซีดาน และแฮทช์แบค) ประสิทธิภาพของระบบไฮบริดที่มีทั้งพละกำลังโดยรวม และการประหยัดเชื้อเพลิงที่น่าพอใจมาก ยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ยังต้องใช้งานรถยนต์ขุมพลังสันดาป กับความสะดวกสบาย และความคุ้มเคยด้านการงานโดยรวม พร้อมออพชันที่ทันสมัยกว่าเดิมตามวิถีชีวิตแบบออนไลน์เสมอในยุคปัจจุบัน เท่านี้ก็น่าจะเป็นเหตุผลที่มากพอ สำหรับการก้าวต่อไปของ Honda Civic ที่มีการเปลี่ยนแปลงเสมอ และพร้อมเป็นทางเลือกที่น่าสนใจของรถยนต์กลุ่ม ซี-เซกเมนท์ ไปอีกนาน !

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...