รวบแม่ค้าวัย 28 หลอกขายกิฟต์ช็อป เครื่องประดับ ในเฟซบุ๊ก แต่ไม่ส่งของ ผู้เสียหาย 80 คน
สืบนครบาล ร่วมสืบ TOP G รวบ หญิงเนตรนภา แม่ค้าออนไลน์กิฟต์ช็อป และเครื่องประดับ ไม่ส่งของ พบผู้เสียหาย 80 ราย
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น และคณะ สั่งการให้ชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ผงบุญธรรม รอง สว.กก.สส.2 บก.สส.บช.น. พร้อมชุดปฏิบัติการที่ 2 ร่วมกับนักเรียนอบรมหลักสูตร TOP G ดำเนินการ จับกุม นางสาวเนตรนภา หรือหญิง อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 319/2567 ลงวันที่ 26 เมษายน 2567 ที่หน้าบ้านพัก ซอยศิริ 3 หมู่ 8 ต.โพนข่า อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ
ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน หรือเป็นผู้เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด”
สถานที่จับกุม หน้าบ้านพัก ซอยศิริ 3 หมู่ 8 ต.โพนข่า อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ
จากการตรวจสอบในระบบ ยังพบว่ามีหมายจับอีก 3 หมาย
1) ศาลจังหวัดนครสวรรค์ ที่ จ.148/67 ลงวันที่ 24 เม.ย.67 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
2) ศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 297/64 ลงวันที่ 4 พ.ย.64 ในข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
3) ศาลอาญา ที่ 2824/2565 ลงวันที่ 19 ธ.ค.65 “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
พฤติการณ์ ผู้ต้องหาได้ทำการลงประกาศขายสินค้าในเฟซบุ๊ก มาร์เก็ตเพลส ซึ่งคือเครื่องปั๊มนมในราคาประมาณ 3,000 บาท จากนั้น ผู้เสียหายจึงได้ติดต่อไปซื้อ และได้ทำการโอนเงินไปที่บัญชีชื่อ นางสาวเนตรนภา เมื่อโอนเงินไปแล้วปรากฏว่าผู้เสียหายไม่ได้รับสินค้าตามที่ได้ตกลงกับผู้ขาย และไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้อีก จึงเชื่อได้ว่าถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้โอนเงินไปทำให้เกิดความเสียหาย จึงมาพบพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ตรวจสอบผ่านรับสารสนเทศตำรวจ และ www.blacklistseller.com พบผู้เสียหายในหลายพื้นที่กว่า 80 ราย โดยมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 37,000 บาท
ในชั้นจับกุมผู้ต้องหารับว่า ตนเป็นแม่ค้าขายของออนไลน์ สินค้าประเภทกิฟต์ช็อปและเครื่องประดับ โดยจะโพสต์ขายของตามเพจเฟซบุ๊กต่างๆ แต่ว่าตนไม่มีสินค้าอยู่กับตัว ถ้ามีลูกค้าสั่งสินค้า ตนก็จะสั่งของจากที่อื่นเพื่อส่งให้ภายหลัง แต่ก็ไม่ได้ส่งให้ทุกครั้ง เพราะบางครั้งก็จะเอาเงินมาใช้จ่ายส่วนตัวก่อน จากนั้นได้นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ต.ธีรเดชฝากเตือนภัยถึงการหลอกขายของออนไลน์ที่พบว่ามีสถิติเป็นอันดับ 1 ของภัยออนไลน์ ซึ่งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก อย่าเห็นแก่ของถูก มีสติ เพราะมิจฉาชีพที่เข้ามาหาทุกรูปแบบ ทุกช่องทาง กับสินค้าและการบริการที่นับวันมีความใกล้ตัวมากขึ้นทุกวัน ควรพิจารณาเลือกซื้อสินค้าและบริการจากแหล่งข้อมูลข่าวสารที่เชื่อถือและสามารถจับต้องสินค้าได้จริงเท่านั้น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวบแม่ค้าวัย 28 หลอกขายกิฟต์ช็อป เครื่องประดับ ในเฟซบุ๊ก แต่ไม่ส่งของ ผู้เสียหาย 80 คน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th