โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกสาวร้องสื่อ นั่งดูแม่ทรมานใน รพ. 40 ชม. ก่อนดับต่อหน้า แค้นหมอไม่ให้ย้าย

Khaosod

อัพเดต 26 มิ.ย. 2566 เวลา 03.58 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2566 เวลา 14.09 น.

ลูกสาวร้องสื่อ นั่งดูแม่ทรมานใน รพ. 40 ชม. ก่อนดับต่อหน้า แค้นหมอไม่ให้ย้าย หลังร้องขอหลายรอบ อ้างว่าเอาอยู่ สุดท้ายช่วยไม่ได้

25 มิ.ย. 2566 - ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.นัญชิดา ชมชัยภูมิ อายุ 39 ปี ชาวบ้านดงพลอง ต.ดงพลอง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัด จนทำให้มีผู้เสียชีวิตในโรงพยาบาลอย่างทรมาน

โดยได้นำเอกสารการเสียชีวิตของ นางรวง สิทธิวงศ์ อายุ 58 ปี มารดา ที่เสียชีวิตไปเมื่อกลางดึกของวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา มาร้องเรียนต่อสื่อมวลชน โดยในเอกสารการเสียชีวิตของ นางรวง ว่า กระดูกซี่โครงหักจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ซึ่งสร้างความกังขาให้กับ น.ส.นัญชิดา ลูกสาวเป็นอย่างมาก เพราะอาการของแม่ไม่ควรจะเสียชีวิต

น.ส.นัญชิดา เล่าว่า เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. เวลา 07.00 น. แม่ได้ขี่จักรยานยนต์ออกจากบ้านไปทำงานเป็นแม่บ้านในตัว อ.สตึก ระยะทางห่างจากบ้านประมาณ 15 กม. เมื่อขับรถไปได้ประมาณ 5 กม. ได้เกิดอุบัติเหตุจักรยานยนต์ล้มกลางถนน จากคำบอกเล่าของแม่ มีสุนัขมาวิ่งตัดหน้าจึงเบรกกะทันหัน ทำให้จักรยานยนต์ล้มใส่ร่าง หลังจากนั้นหน่วยกู้ชีพ อบต.ดงพลอง ได้นำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งหลังจากนั้นตนได้เข้าไปดูแลแม่อย่างใกล้ชิด

อาการของแม่มีอาการปวดช่องท้องตลอดเวลา จนกระทั่งหมอพาแม่ไปเอกซ์เรย์ พบว่ากระดูกซี่โครงด้านขวาหัก 3 ซี่ ไหปลาร้าขวาหัก หลังจากนั้นได้นอนรอหมอมาดูอาการเป็นระยะ แต่อาการปวดท้องของแม่ยังไม่ดีขึ้น แม่บอกตนตลอดเวลาว่า "ปวดท้องมาก ให้หมอมาฉีดยาหน่อย"

จนช่วงบ่าย ตนจึงขอย้ายแม่ไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ แต่ได้รับคำตอบจากหมอว่า อาการแม่ไม่เป็นอะไรมาก ทางโรงพยาบาลรักษาได้ โรงพยาบาลบุรีรัมย์มีคนไข้แน่น ไม่ควรจะไป พร้อมยืนยันว่าหมอที่นี่ "เอาอยู่" ในขณะที่แม่ยังนอนร้องด้วยความเจ็บปวดตลอดเวลา

เวลาผ่านจนถึง 21.00 น. ตนไปร้องขอให้ย้ายแม่ไปรักษาต่ออีกครั้ง ได้รับคำตอบจากหมอว่า เวลานี้หมอไม่ทำงาน จะต้องรอรุ่งเช้าของวันถัดไป ตนต้องนอนฟังเสียงแม่ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดตลอดทั้งคืนจนไม่ได้หลับ จนเข้าสู่วันที่ 9 มิ.ย. แม่ยังมีอาการเช่นเดิมคือปวดช่องท้องตลอดเวลา จึงไปแจ้งหมออีกว่า "แม่ปวด" หมอได้เอายามาฉีดเพื่อให้หายปวด แต่บรรเทาได้เพียง 4 ชม.แม่ก็กลับมาปวดอีก

น.ส.นัญชิดา เล่าต่อว่า หลังจากนั้นแม่บอกว่าหายใจไม่ออก หมอจึงเอาออกซิเจนมาใส่ให้ แต่ไม่ได้ทำอะไรต่ออีก ตนพยายามขอย้ายแม่ไปรักษาที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ แต่ก็ถูกปฏิเสธอีกครั้ง ตนอยากจะพาแม่ไปเอง แต่ไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ จึงจำเป็นต้องรอให้แม่ดีขึ้นตามที่หมอแจ้ง

ช่วงค่ำวันที่ 9 แม่ยังเหมือนเดิม ตนไปขอร้องหมอให้ย้ายแม่อีกครั้ง ทำให้หมอไม่พอใจและได้รับคำตอบเดิมว่า "เวลานี้หมอออกเวรแล้ว" ต้องรอวันรุ่งขึ้น และเมื่อเวลาประมาณ 01.30 น.ของคืนเดียวกันแต่เป็นวันที่ 10 มิ.ย .แม่เกิดอาการตาค้างพยายามดึงสายออกซิเจนออก เหมือนต้องการสื่ออะไรบางอย่าง แล้วนิ่งไป ตนจึงวิ่งไปแจ้งหมอมาดู โดยรอบนี้หมอตื่นเต้นมากที่สุดหลังมาดูอาการของแม่ ต่างจากทุกครั้งที่ไปแจ้ง จากนั้นหมอหลายคนได้พยายามปั๊มหัวใจแม่นานกว่า 1 ชม. แม่ไม่ฟื้น แล้วหมอแจ้งว่า "หมอเสียใจด้วย"

หลังงานศพแม่ โรงพยาบาลเอาพวงหรีดไปมอบให้ 1 พวง และช่วยงานมา 1,000 บาท หลังจากฌาปนกิจแม่เสร็จ หมอได้แจ้งกับตนว่า โรงพยาบาลเราเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก ไม่มีอุปกรณ์เพียงพอในการรักษา จะให้โรงพยาบาลช่วยเยียวยาแบบไหน ยอมรับแปลกใจที่หมอเปลี่ยนคำพูดจากคำว่า "เราเอาอยู่เรารักษาได้ไม่หนัก" มาเป็นเครื่องมือไม่เพียงพอ

ตนรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม และเชื่อว่าแม่เสียชีวิตเพราะความบกพร่องในการบริหารจัดการของโรงพยาบาล หากพาแม่ไปส่งรักษาต่อแล้วแม่เสียชีวิตตนไม่เสียใจ แต่ครั้งนี้พยายามร้องขอ เพราะแม่รู้สึกตัวตลอดเวลา พูดตอบโต้ได้แม่ไม่ควรตายแบบนี้เชื่อว่าแม่ต้องมีความผิดปกติบางอย่างในช่องท้อง แต่หมอไม่สนใจ “สงสารแม่ที่เจ็บปวดทรมานยาวนานกว่า 40 ชม.แต่ใครช่วยไม่ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...