ซีเจ ปั้นอาณาจักรรายได้ 1 แสนล้าน สปีดครบ 3,000 สาขา ภายใน 7 ปี
นายวีรธรรม เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเจ มอร์ จำกัด รุ่นสองคาราบาวกรุ๊ป บุตรชายของนายเสถียร เสถียรธรรมะ เจ้าพ่อคาราบาวแดง เปิดเผยว่า 2 ปีที่ผ่านมา หลังจากทดลองโมเดล ซีเจ มอร์ ชิมรางตลาด ได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค และสามารถคืนทุนได้ภายใน 3 ปี จากเดิม 5 ปี จึงเป็นที่มาให้ปี 2566 บริษัทฯ จะโฟกัสโมเดลซีเจมอร์มากขึ้น
เบื้องต้น บริษัทฯ วางงบประมาณปีนี้ไว้ที่ราว 2,500 ล้านบาท สำหรับรีโนเวต ขยายศูนย์กระจายสินค้า (ดีซี) และขยายสาขาเพิ่ม 250 สาขา แบ่งเป็น
- ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต 150 สาขา
- ซีเจ มอร์ 100 สาขา
โดยจะเน้นทำเลกรุงเทพฯ ทำให้สิ้นปี 2566 ซีเจจะมีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศรวม 1,100 สาขา จากเมื่อปี 2565 ขยายเพิ่ม 230 สาขา ในทำเลภาคอีสาน แต่ปีนี้ต้องชะลอการขยายภาคอีสาน เพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค อินไซด์สินค้า และกำลังซื้อก่อน
คีย์ไฮไลต์ปีนี้ จะเพิ่มขนาดซีเจสาขาใหม่ ๆ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 500 ตร.ม. จากเดิมพื้นที่ขาย 300 ตร.ม. (ไม่นับรวมพื้นที่โดยรอบและพื้นที่จอดรถ) นำร่องสาขาในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ขณะเดียวกันจะเพิ่มสินค้าเป็น 18,000 เอสเคยู จากเดิมอยู่ที่ 10,000-12,000 เอสเคยู
อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ตั้งเป้าว่าในปี 2568 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า จะขยายซีเจครบ 2,000 สาขา เฉลี่ยปีละ 250 สาขา โดยไปในรูปแบบเดิม คือ ซีเจมอร์ 100 สาขา และซีเจซูเปอร์มาร์เก็ต 150 สาขา ประเมินว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้บริษัทแตะ 80,000 ล้านบาท จากเมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ทำรายได้ 35,000 ล้านบาท กำไร 1,770 ล้านบาท
ขณะที่ในอีก 7 ปีข้างหน้า หรือภายในปี 2573 ซีเจ จะขยายครบ 3,000 สาขา และดันรายได้บริษัทฯ ให้ทะลุ 100,000 ล้านบาท ตามโรดแมปที่เคยประกาศไปก่อนหน้านี้
เมื่อถามถึงแผนในอนาคตจะหยุดที่การเป็นค้าปลีกอย่างเดียวหรือไม่ นายวีรธรรม ตอบว่า ซีเจ จะไม่หยุดอยู่เพียงการเป็นค้าปลีกหรือซูเปอร์มาร์เก็ต หากแต่มีความต้องการของลูกค้าที่จุดไหน บริษัทฯ พร้อมเข้าไปตอบโจทย์ เหมือนที่บริษัทฯ ริเริ่มการเปิดร้านบาวคาเฟ่ เกาะกับสาขาซีเจถึง 960 สาขา เพราะเห็นอินไซด์ดีมานด์จากตลาด เช่นเดียวกับการเปิด Nine Beauty ช้อปสินค้าความงาม เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าซีเจ