โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดนโยบาย "เศรษฐกิจโตเพื่อทุกคน" พรรคก้าวไกล ชูค่าไฟเป็นธรรม-ลดแปรปรวนราคาน้ำมัน แก้กฎหมายแข่งขันทางการค้า ทลายทุนผูกขาด

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 01.02 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2566 เวลา 07.10 น.

ความเคลื่อนไหวของกลุ่มขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มโรงไฟฟ้า หรือหุ้นในกลุ่มของปตท. ปรับตัวลดลง หลังตลาดเชื่อกันว่ากลุ่มดังกล่าวจะได้รับผลกระทบจากนโยบายของฝ่ายรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามา
โดยบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้ความเห็นว่า ในกรณีที่มีการจัดตั้งรัฐบาลที่มีแกนนำของกลุ่มฝ่ายค้านเดิม ได้แก่พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทยนั้น หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ด้วยนโยบายของพรรคอาจจะมีผลทำให้ตลาดไต่ระดับในช่วงขาขึ้น และหุ้นในกลุ่มบริโภคในประเทศจะเด่น เพื่อส่วนใหญ่เชื่อว่านโยบายของพรรคเพื่อไทยจะได้รับความนิยมต่อตลาดหุ้น
แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีความไม่แน่นอนว่าพรรคก้าวไกล หรือพรรคเพื่อไทยจะใช้นโยบายของจากทางฝั่งไหนเป็นตัวนำ เพราะนโยบายมีจุดแตกต่าง ถ้าหากใช้นโยบายจากฝั่งพรรคก้าวไกล ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงระบบ ด้วยการที่คนตัวเล็กจะมีเสียงมากขึ้น ลดปัญหาการผูกขาด ดังนั้นภาพรวมของตลาดหุ้นในระยะกลางจะปรับฐานเป็นรายกลุ่ม เพราะนักลงทุนจะเลือกรอดูความชัดเจน
โดยกลุ่มหุ้นที่เกี่ยวกับทุนนิยมเดิมจะเกิด Overhang ได้แก่กลุ่มโรงไฟฟ้า เพราะเชื่อว่าการประมูลโครงการใหม่จะเกิดขึ้นน้อยลง ส่วนการประมูลไปแล้ว จำนวน 5,300 MW นั้นจะต้องรอดูว่าจะมีการเจรจาต่อรองหรือไม่ ดังนั้นจึงทำให้หมายความว่าหุ้นกลุ่มนี้จะมีอัตราการเติบโตที่ลดลง ซึ่งจะตามมาด้วยการปรับประมาณการ P/E ก็จะตามมาด้วย เพราะโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกของไทย เทรดกันที่ P/E สูงหลายบริษัท โดยเฉพาะหุ้นบิ๊กแคป
สำหรับในกลุ่มถัดมาคือหุ้นกลุ่ม PTT ที่เชื่อมโยงกับค่าไฟฟ้า ค่าแก๊ซ ซึ่งก็จะกระทบ PTT และ PTTGC เป็นหลัก ซึ่งหุ้นเหล่านี้จะ UnderPerform ถ้าหากพรรก้าวไกลได้เป็นแกนนำในการจัดตั้ง แต่หากใช้นโยบายของพรรคเพื่อไทยหุ้นเหล่านี้ก็จะไม่กระทบมากนัก
ส่วนหุ้นกลุ่มอื่นๆ เช่นสื่กลุ่มอสาร แต่อาจจะไม่กระทบเท่า 2 กลุ่มแรก แต่อาจจะถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ ว่าจะกระทบอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามมองว่าจะไม่กระทบอย่างมีนัยสำคัญ แต่อาจจะได้รับ sentiment ให้คนมองว่า ถ้ามีแรงขายก็อาจจะขายทำกำไรไปก่อน รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการเดินรถไฟฟ้า ที่อยู่ระหว่างการเจรจาในรายละเอียดของโครงการรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ในการต่อรองเงื่อนไขว่าจะเปลี่ยนไปหรือไม่
ดังนั้นในครั้งนี้ Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาทำรู้ และความเข้าใจเกี่ยวนโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรคก้าวไกล ที่ถือเป็นอีกหนึ่งเสาหลักนโยบายพรรคในการขับเคลื่อนประเทศไทย ภายใต้หัวข้อ "เศรษฐกิจโตเพื่อทุกคน"

เปิดตลาดซื้อ-ขายไฟฟ้าเสรี รัฐดูแลระบบสายส่ง

ข้อเสนอ: ปลดล็อกให้ประชาชนเลือกซื้อแผนการใช้ไฟฟ้าระหว่างผู้ผลิตหลายราย (เหมือนการเลือกแพ็คเกจโทรศัพท์) โดยการยกเลิกการที่ กฟผ. เป็นผู้รับซื้อไฟฟ้ารายเดียว และเปิดตลาดแข่งขันเสรี เพื่อลดค่าไฟให้ประชาชน กระตุ้นการใช้เทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิต ยกระดับคุณภาพบริการ และ ป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน
ปรับบทบาทของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้เหลือแค่การเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าในประเทศ โดยแยกหน้าที่ของการกำกับดูแลระบบสายส่งให้มาอยู่ภายใต้หน่วยงานใหม่ของรัฐ เพื่อความเป็นธรรมในการเข้าถึงสายส่งไฟฟ้า
เปิดตลาดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำ เพื่อขายให้กับภาคธุรกิจเอกชน/กิจกรรมทางสังคม (เช่น การประชุม คอนเสิร์ต) ที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในราคาที่เพิ่มสูงขึ้น และคืนทุนได้เร็วขึ้น เป็นแรงจูงใจให้มีการผลิตพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นได้

ค่าไฟแฟร์” ถูกและเป็นธรรมสำหรับประชาชน

ข้อเสนอ : ลดค่าไฟให้กับประชาชนได้อย่างน้อย 70 สตางค์/หน่วย (เฉลี่ยบ้านละ 150 บาท) โดยปรับนโยบายเพื่อให้ความสำคัญกับประชาชนก่อนกลุ่มทุน (เช่น การเปลี่ยนนโยบายก๊าซธรรมชาติให้โรงแยกก๊าซร่วมหารต้นทุนก๊าซใน Energy Pool ด้วย และให้ก๊าซจากอ่าวไทยขายให้โรงไฟฟ้าก่อนโรงงานอุตสาหกรรม หรือขายก๊าซให้โรงงานอุตสาหกรรมในราคา LNG เพื่อให้ก๊าซจากอ่าวไทยราคาถูกกว่าป้อนโรงไฟฟ้าได้มากขึ้น)
เจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับสัมปทานทุนใหญ่พลังงานใหม่ เพื่อลดต้นทุนที่เกิดขึ้นจากค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าที่ไม่ได้เดินเครื่อง

หลังคาสร้างรายได้” เปิดเสรีโซลาร์เซลล์ ประกันราคาซื้อพลังงานสะอาดสำหรับครัวเรือน

ข้อเสนอ : ปลดล็อกให้ประชาชนทุกบ้านติดแผงโซลาร์ ด้วยระบบ net metering (หักลบหน่วยขาย/ซื้อ) เพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้า และเปิดโอกาสให้ขายไฟฟ้าที่ผลิตเกินใช้ กลับคืนให้รัฐในราคาตลาด
เพิ่มแต้มต่อให้ประชาชนผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียน โดยการสนับสนุนให้เกิดการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน (จากระบบ net metering) จากโซลาร์เซลล์และพลังงานหมุนเวียนที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อย ในราคาที่สูงกว่าตลาด และประกันราคารับซื้อไฟฟ้าขั้นต่ำ หากยังไม่มีตลาดที่ 2.2 บาท/หน่วย

รถเมล์ไฟฟ้าทุกคันภายใน 7 ปี

ข้อเสนอ: อุดหนุนงบประมาณ 10,000 ล้านบาท ให้ท้องถิ่นในการเพิ่มปริมาณของบริการขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ
พัฒนาและควบคุมมาตรฐานการบริการขนส่งสาธารณะทั่วประเทศอย่างเข้มงวด
ส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (เช่น รถเมล์ไฟฟ้า) ซึ่งจะช่วยให้เกิดการจ้างงานในประเทศ ลดความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง และลดมลพิษในแต่ละเมือง รวมถึงกระตุ้นการใช้วัตถุดิบในประเทศ เช่น ยางพารา
ออกกฎหมายกำหนดให้รถโดยสารประจำทางทั่วประเทศไทยต้องใช้พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนแทนที่เครื่องยนต์สันดาปภายใน ในระยะเวลา 7 ปี

เปลี่ยนปัญหาเป็นอาชีพ สร้างงาน ซ่อมประเทศ

ข้อเสนอ: ลงทุนปรับปรุงบริการสาธารณะพื้นฐานของประเทศ เช่น ระบบประปา ระบบขนส่งสาธารณะ โดยให้มีการจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการภายในประเทศ อาทิ มิเตอร์น้ำอัจฉริยะ รถเมล์ EV ซึ่งมีการผลิตชิ้นส่วนและสินค้าขั้นสุดท้ายภายในประเทศ การลงทุนเหล่านี้จะก่อให้เกิดการจ้างงานตลอดห่วงโซ่การผลิต
ส่งเสริมการติดโซล่าเซลล์ตามครัวเรือน และทำระบบ Net Metering เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าในครัวเรือนให้ประชาชน และประชาชนสามารถขายไฟจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ โดยจะก่อให้เกิดการจ้างงานด้านการติดตั้งโซล่าร์เซลล์ และการเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าให้รองรับระบบ Net Metering
เพิ่มการจ้างงานเกี่ยวกับดูแลเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นสวัสดิการดูแลเด็กและผู้สูงอายุในประเทศ ลดภาระประชาชนวัยแรงงาน
ลงทุนเพิ่มพื้นสีเขียว เพิ่มพื้นที่สวนป่า ผ่าน 5 กลไก ได้แก่ สวนป่าปลดหนี้ สวนป่าบำนาญ สวนป่าที่เกษตรกรดูแลเอง การดูแลรักษาป่าชุมชน และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง โดยมีพื้นที่ปลูกไม้ยืนต้น/สวนป่าทั้งสิน 5 ล้านไร่ในเวลา 4 ปี ทำให้เกิดการจ้างงานประมาณ 500,000 ตำแหน่งงาน (หรือ 1 คนต่อ 10 ไร่ โดยประมาณ)

สร้างความมั่นคงทางพลังงานภายในประเทศ

ข้อเสนอ : เดินหน้าเร่งเจรจาสัมปทานก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ทับซ้อน ไทย-กัมพูชา เพื่อลดการพึ่งพา LNG นำเข้า

เพิ่มรายได้รัฐจากโรงแยกก๊าซ

ข้อเสนอ: นำ LPG จากโรงแยกก๊าซ ที่จะขายให้โรงปิโตรเคมีโดยไม่ได้ให้ประชาชนใช้ ส่งเข้ากองทุนน้ำมัน/หรือเก็บภาษีปิโตรเคมี เพื่อเพิ่มรายได้รัฐในการดูแลประชาชน (เช่น ทำให้ LPG ถูกลง 2.5 บาท/กิโลกรัม)

ลดความแปรปรวนของราคาน้ำมัน

ข้อเสนอ: ควบคุมค่าการตลาดให้อยู่ในเกณฑ์ที่ตกลง และเปิดเผยข้อมูลราคาขายหน้าโรงกลั่น เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแข่งขัน

หนี้สินธนาคารรัฐ จ่ายดี ลดดอกเบี้ย

ข้อเสนอ : ผ่อนปรนภาระหนี้สินให้กับลูกหนี้บุคคลธนาคารรัฐ ที่จ่ายดี จ่ายตรงเวลาเกินกว่า 12 งวด ด้วยการลดดอกเบี้ย 10 % โดยรัฐบาลจะเป็นผู้อุดหนุนงบประมาณชดเชยการลดดอกเบี้ย

ดอกเบี้ยเงินกู้เป็นธรรม ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลการชำระเงิน

ข้อเสนอ: ส่งเสริมให้ธนาคารนำข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลในการชำระค่าสาธารณูปโภค (เช่น น้ำประปา ไฟฟ้า) คำนวณเครดิตของลูกหนี้ เพื่อให้ธนาคารประเมินความเสี่ยงได้ดีขึ้น ลูกหนี้ที่ประวัติดีจะได้ดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำกว่าเดิม

ประกาศสงครามหนี้นอกระบบ ตั้งงบปรับโครงสร้างหนี้ 1 หมื่นล้านบาท

ข้อเสนอ : ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพในการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ โดยใช้กลไกของสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับตำรวจ อัยการ สรรพากรและดีเอสไอ ในการเจรจากับเจ้าหนี้
นิรโทษกรรมเจ้าหน้าหนี้นอกระบบที่ยินยอมปรับโครงสร้างหนี้ที่เป็นธรรม
วางวงเงินสำหรับปรับโครงสร้างหนี้นอกระบบ (Refinance) 1 หมื่นล้านบาท

หนี้ราชการไม่ท่วมหัว หักไม่เกิน 70% ของเงินเดือน

ข้อเสนอ: ดำเนินการให้มีการเจรจากับเจ้าหนี้ที่จะให้กรมบัญชีกลางหักเงินเดือนต้องรับเงื่อนไขปรับดอกเบี้ยให้ไม่เกิน MLR -1% และเจรจาเจ้าหนี้ทุกรายให้สุดท้ายจัดการหักหนี้บัญชีเงินเดือนข้าราชการไม่เกิน 70 % ของเงินเดือน

ลดรายจ่าย SME: บรรเทาผลกระทบจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ

ข้อเสนอ: รัฐช่วยสมทบค่าประกันสังคมในส่วนของผู้ว่าจ้าง สำหรับแรงงานที่ถูกกระทบโดยการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ (6 เดือนแรก)
เปิดให้ SME นำค่าแรงมาหักค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ 2 เท่า (2 ปีแรก)

ลดรายจ่าย SME: ลดภาษีนิติบุคคล SME ให้เหลือ 0-15%

ข้อเสนอ: ลดภาษีเงินได้นิติบุคคล SMEs ให้เหลือ 0-15%
ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ SMEs (ช่วงกำไร 3 แสนบาท ถึง 3 ล้านบาท) จาก 15% เป็น 10%
ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ SMEs (ช่วงกำไร 3 ล้านบาท ถึง 30 ล้านบาท) จาก 20% เป็น 15%
เพิ่มอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับทุนใหญ่ (ช่วงกำไรเกิน 300 ล้านบาท) จาก 20% เป็น 23%

ลดรายจ่าย SME: หักค่าใช้จ่ายเหมาภาษี เพิ่มจาก 60% เป็น 90%

ข้อเสนอ: เปิดให้ SMEs หักค่าใช้จ่ายเหมาภาษีบุคคลได้เพิ่มเป็น 90% (จากเดิม 60%)

เพิ่มแต้มต่อให้ SME: หวยใบเสร็จ ซื้อของร้านค้ารายย่อย ทั้งคนซื้อคนขายได้หวย ลุ้นรวยเงินล้าน

ข้อเสนอ: เพิ่มลูกค้าให้ SMEs โดยการเพิ่มแรงจูงใจให้ประชาชนที่เลือกซื้อสินค้า SME ได้รับแถมสลากกินแบ่งของรัฐบาลไปลุ้นรางวัล
สำหรับคนซื้อ หรือ ประชาชนทั่วไป: เมื่อซื้อสินค้าจาก SMEs ครบ 500 บาท สามารถแลกสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ 1 ใบ (จำกัดไม่เกิน 2 ใบ/คน/เดือน และ จำนวน 10 ล้านคน/เดือน)
เพิ่มโอกาสลุ้นหวยให้ SMEs โดยการนำยอดขายมาแลกเป็นสลากกินแบ่งของรัฐบาลได้ด้วย
สำหรับคนขาย หรือ ผู้ประกอบการ SMEs ที่เข้าร่วมโครงการ: เมื่อขายสินค้าครบ 5,000 บาท สามารถแลกสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ 1 ใบ

เพิ่มแต้มต่อให้ SME: ลดหย่อนภาษีให้ธุรกิจที่ซื้อจาก SME

ข้อเสนอ: เปิดให้นิติบุคคลที่ซื้อสินค้าจาก SMEs เพิ่มขึ้นจากปีก่อน สามารถหักภาษีนิติบุคคลได้ 1.5 เท่าในส่วนที่ซื้อจาก SMEs เพิ่มเติม
ส่งเสริมให้ธุรกิจซื้อสินค้าและบริการจาก SMEs มากขึ้น รวมถึงเลือก outsource บริการไปที่ SMEs
ป้องกันไม่ให้กลุ่มทุนใหญ่ขยายกิจการกินรวบทั้งห่วงโซ่อุปทาน

เติมตลาดให้ SME: โควตาชั้นวางสำหรับสินค้า SME ในห้างใหญ่

ข้อเสนอ: กำหนดสัดส่วนชั้นวางสำหรับสินค้า SMEs ในห้างสมัยใหม่ (เช่น ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ) เพื่อเปิดโอกาสให้สินค้า SMEs ได้มีโอกาสมาวางขาย และช่วยให้สินค้า SMEs มีโอกาสเข้าถึงตลาดใหญ่ได้เร็วขึ้น

เติมตลาดให้ SME: คูปองแลกซื้อสินค้าท้องถิ่น

ข้อเสนอ: ให้ประชาชนผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มีเครดิต (จำกัดไม่เกิน 1,000 บาทต่อปี) สำหรับการแลกซื้อสินค้าท้องถิ่น วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์เกษตร ในราคาครึ่งหนึ่ง (โดยรัฐสมทบอีกครึ่ง) เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาเลือกซื้อ-สนับสนุนสินค้าเหล่านี้ให้เติบโตต่อไป

เติมทุนให้ SME: ทุนแสนตั้งตัว 2 แสนราย/ปี & ทุนล้านตั้งตัว 2.5 หมื่นราย/ปี ไม่ต้องวางหลักประกัน

ข้อเสนอ: ปล่อยกู้ให้ SME เข้าถึงแหล่งทุนในระบบ (สำหรับเงินทุนหมุนเวียนและเงินทุนขยายกิจการ) โดยการจัดสรรงบอุดหนุนให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันความเสี่ยงให้ SMEs เพื่อให้ SME กู้เงินได้โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน ผ่าน 2 โครงการ:
“ทุนแสนตั้งตัว” (1 แสนบาท/ราย) สำหรับ SME 200,000 ราย/ปี
“ทุนล้านสร้างตัว” (1 ล้านบาท/ราย) สำหรับ SME 25,000 ราย/ปี

รวมกลุ่ม SME: จัดตั้งสภา SMEs ทุกจังหวัด

ข้อเสนอ: จัดตั้งสภา SMEs ในทุกจังหวัด เพื่อให้ SMEs มีตัวแทนช่วยสะท้อนความต้องการสู่ทุกภาคส่วน
นิยาม SMEs ใหม่ ป้องกันไม่ให้กลุ่มทุนใหญ่แตกบริษัทออกมาเป็นบริษัทย่อยๆ เพื่อมารับสิทธิประโยชน์ของ SMEs ได้

ปรับปรุงกฎหมายแข่งขันทางการค้า ทลายทุนผูกขาด

ข้อเสนอ: กำหนดให้กฎหมายแข่งขันทางการค้าเป็นกฎหมายสูงสุด - กฎหมายเฉพาะที่กำกับดูแลธุรกิจอื่นๆ ต้องมีมาตรฐานไม่ต่ำไปกว่านี้
ขยายขอบเขตการบังคับใช้ของกฎหมายให้ครอบคลุมกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจที่จดทะเบียนในต่างประเทศ (Extraterritoriality)
ยกเลิกการยกเว้นบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้ากับรัฐวิสาหกิจ
เพิ่มสิทธิ์การอุทธรณ์ผลการวินิจฉัยการควบรวมธุรกิจ ให้รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือผู้บริโภค
เผยแพร่คำวินิจฉัยฉบับเต็มที่มีความเห็นกรรมการรายบุคคลอย่างรวดเร็วหลังมีการตัดสิน
แก้ไขที่มาของคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าให้มีส่วนร่วมจากภาคประชาชน และมีความยึดโยงกับประชาชนมากขึ้นโดยการรายงานผลการดำเนินงานต่อสภา
เพิ่มกลไกสนับสนุนการฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายโดยผู้บริโภคหรือประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวก และลดภาระให้กับประชาชนที่เป็นผู้เสียหาย

เพิ่มการแข่งขันในธุรกิจการเงิน เพิ่มจำนวนใบอนุญาต Virtual Bank อย่างน้อย 3 เท่า

ข้อเสนอ: เพิ่มจำนวนใบอนุญาต Virtual Bank เป็น 10 ราย (จากเดิม 3 ราย)
ลดเพดานข้อจำกัดทุนจดทะเบียนเป็น 500 ล้านบาท (จากเดิม 5,000 ล้านบาท)
เพิ่มเงื่อนไขเรื่องการตั้งสำนักงานใหญ่ที่ต่างจังหวัด
กำหนด Data Standard เพื่อเพิ่มการถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อในระบบ (เช่น ข้อมูลทรัพย์สิน ข้อมูลรายรับรายจ่าย ข้อมูลชำระค่าน้ำ-ค่าไฟฟ้า-ค่ามือถือ ภาษี) และ เพิ่มเทคโนโลยี AI ในการวิเคราห์และแนะนำการเงินส่วนบุคคลได้ เมื่อสามารถเชื่อมข้อมูลการเงินทั้งหมดของตนเองได้จากแอปเป๋าตัง

ส่งเสริมและยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness Tourism)

ข้อเสนอ: กำหนดเป็นเป้าหมายการเป็น medical hub ที่สอดคล้องกับเทรนด์ตลาดโลก เช่น บริการรักษาโรคมะเร็งโดยใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย ยกระดับธุรกิจเสริมความงาม
ทำ MOU กับบริษัทประกันหรือระบบประกันสุขภาพของประเทศที่มีนักท่องเที่ยวการแพทย์เป้าหมาย
สนับสนุนให้เกิด Wellness Economy ผ่าน Long Stay visa โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ ผู้สูงอายุต่างชาติที่มีรายได้สูง เช่น จัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ กายภาพบำบัด จัดตั้ง Retirement Center/Facility ตามจังหวัดในภูมิภาคต่าง ๆ โดยสร้างความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลเอกชนและธุรกิจโรงแรม

ส่งเสริมและยกระดับการท่องเที่ยวสีเขียว (Green Tourism)

ข้อเสนอ :สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงความยั่งยืน ผ่านการให้ผลตอบแทนเป็น Carbon Credit แก่ทั้งผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวสายสิ่งแวดล้อมที่มาใช้บริการ
ให้แรงจูงใจแก่โรงแรมที่มีเป้าหมาย Net-Zero Carbon โรงแรมที่ใช้พลังงานหมุนเวียน 100 % และโรงแรมที่ลงทุนปรับอาคารเป็นอาคารประหยัดพลังงาน โดยให้การสินเชื่อ Soft loan ดอกเบี้ยต่ำ การลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลจากค่าใช้จ่ายที่ลงไปกับการปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานและการลดคาร์บอน
ผลักดันให้เมืองท่องเที่ยวเป็นเมืองพลังงานหมุนเวียน 100% เช่น กระบี่ สมุย
ส่งเสริม Green MICE ตั้งเป้าหมายการเป็นศูนย์กลาง MICE ที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม เช่น Net-zero carbon conference, RE100 conference

ส่งเสริมและยกระดับการท่องเที่ยว-ทำงาน (Workation)

ข้อเสนอ: เปิดให้มี Visa เข้ามาทำงานระยะยาวขึ้นมาอีกประเภท ที่มีระยะสั้นกว่า LTR เดิม (1 ปี แต่สามารถต่อได้ทุกปี) แต่มีเงื่อนไขเรื่องรายได้ผ่อนปรนกว่าเงื่อนไขของ LTR อาทิ ลดจำนวนรายได้ต่อปี ไม่กำหนดวุฒิการศึกษา ไม่กำหนดรายได้ของบริษัทที่ทำให้ด้วย เพื่อให้มีเงื่อนไข Visa ที่สามารถดึงดูด Digital Nomad สู้กับประเทศอื่น ๆ ได้

ปลดล็อกผู้ประกอบการรายย่อยด้านการท่องเที่ยว

ข้อเสนอ: แก้กฎกระทรวง ตาม พรบ. สำหรับสถานที่พักที่ไม่ใช่โรงแรม ให้เหมาะสมกับแต่ละประเภท ไม่ใช่ยึดมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด เช่น Homestay รับนักท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 20 คน โดยมีเจ้าของบ้านพักอยู่ด้วย Camping ไม่มีสิ่งก่อสร้างถาวร Hostel รับนักท่องเที่ยวได้ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยไม่ได้พำนักร่วมกับเจ้าของบ้าน Hotel รับนักท่องเที่ยวได้ตั้งแต่ 40 คนขึ้นไป
แก้ไข พ.ร.บ. โรงแรม ให้ถ่ายโอนอำนาจและหน้าที่ ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อลดปัญหาคอขวดและความล่าช้าในการให้อนุญาตประกอบกิจการโรงแรม
แก้ไขกฎกระทรวง ตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร โดยกำหนดมาตรฐานอาคารที่ใช้ทำเป็นที่พักแรมให้ยึดตามประเภทของอาคาร และประเภทของที่พักแรมนั้น ๆ

1 เมือง 1 พิพิธภัณฑ์

ข้อเสนอ: จัดให้มีพิพิธภัณฑ์ในทุกเมืองเพื่อเป็นจุดศูนย์กลางของการสร้างเรื่องเล่าในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่พื้นที่ โดยพิพิธภัณฑ์ในแต่ละจังหวัดนั้นจะดูแลและบริหารโดยกลไกของท้องถิ่นเป็นสำคัญโดยภาครัฐส่วนกลางจะจัดสรรงบเพื่อสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวของท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ

ส่งเสริมเทศกาลดึงดูดนักท่องเที่ยวตลอดปี

ข้อเสนอ: ส่งเสริมเทศกาลของแต่ละพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่
สนับสนุนเทศกาลและกิจกรรมในระดับสากล (เช่น เทศกาลวิ่ง ปั่นจักรยาน มาราธอน ให้ติดเทรนด์ระดับโลก)

คุ้มครองเสรีภาพทางศิลปะ ยกเลิกการเซนเซอร์

ข้อเสนอ : รื้อ พ.ร.บ. ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ 2551 ยกเลิกมาตราที่เปิดช่องให้รัฐสามารถแบนภาพยนตร์ที่ขัดต่อความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีได้
ยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อเสรีภาพในการแสดงออก เช่น พ.ร.บ. คอมฯ

เพิ่มความหลากหลายทางศิลปะ รัฐไม่แทรกแซง-ไม่ทำตัวเป็นตำรวจศีลธรรม-ไม่แช่แข็งวัฒนธรรม

ข้อเสนอ: กำหนดว่าเกณฑ์ในการส่งเสริมศิลปะ ต้องไม่ผูกติดกับรสนิยมหรือค่านิยมของรัฐบาล
วางบทบาทของหน่วยงานสนับสนุนงานสร้างสรรค์ ให้มีระยะห่างจากรัฐเพื่อลดการแทรกแซง
หยุดพฤติกรรมของรัฐในการผูกขาดการตีความวัฒนธรรมเหมือนในอดีต (เช่น การห้ามรำไทยในเกม การห้ามคลิปทศกัณฑ์เที่ยวไทย)

เปลี่ยนกระทรวงวัฒนธรรม เป็นกระทรวงเศรษฐกิจและวัฒนธรรมสร้างสรรค์

ข้อเสนอ: เปลี่ยนชื่อจาก “กระทรวงวัฒนธรรม” เป็น “กระทรวงเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมสร้างสรรค์” เพื่อเชื่อมโยงภารกิจของกระทรวงกับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และการสร้างองค์ความรู้สำหรับสังคม
กำหนดให้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์รับบทบาทหลักในการกำหนดนโยบาย ทำวิจัยและข้อมูล
เพิ่มสัดส่วนของคนจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องโดยตรง ในคณะกรรมการต่างๆ

เพิ่มงบสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 10 เท่า

ข้อเสนอ: จัดสรรงบประมาณใหม่ เพื่อเพิ่มงบทั้งหมดที่ใช้ในการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 10 เท่า จาก 500 ล้านบาท เป็นอย่างน้อย 5,000 ล้านบาท

ส่งออกได้ รัฐให้ bonus” รัฐส่งเสริมงานสร้างสรรค์ที่เจาะตลาดเวทีโลกได้

ข้อเสนอ: รัฐจะช่วยสมทบงบประมาณให้กับผู้ผลิตงานสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ เพลง หนังสือ หรืองานศิลปะต่าง ๆ หากส่งออกไปตลาดต่างประเทศได้ รัฐจะช่วยสมทบในอัตรา 50% ของมูลค่าที่ส่งออก ( ส่งออกได้ 100 บาท รัฐสมทบ 50 บาท)

รื้อกฎระเบียบ-ใบอนุญาต ถ่ายทำหนังในไทยได้สะดวก ตั้งเงื่อนไขส่งเสริมคนไทย

ข้อเสนอ: ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนหรือเกณฑ์ที่ไม่จำเป็นสำหรับกองถ่ายที่มีการขอถ่ายทำในไทย (ตามแนวทางของนโยบายลดใบอนุญาต 50%)
ปรับปรุงเงื่อนไขเพื่อส่งเสริมการถ่ายทำในไทยอย่างมียุทธศาสตร์ขึ้น เช่น สัดส่วนศิลปินที่เป็นศิลปินไทยโดยเฉพาะหน้าใหม่ สัดส่วนของหนังที่ถ่ายในประเทศ สิทธิในการเผยแพร่

เพิ่มพื้นที่ผลิตและแสดงงานสร้างสรรค์ (เช่น co-studio แกลเลอรี่)

ข้อเสนอ : เพิ่มพื้นที่สำหรับผลิตและแสดงงานสร้างสรรค์ ที่อุดหนุนโดยตรงจากรัฐส่วนกลาง
เพิ่มความร่วมมือระหว่าง อปท. และมหาวิทยาลัยในการตกแต่งเมืองด้วยงานสร้างสรรค์
เพิ่มงบสนับสนุนจากท้องถิ่นในการผลิตงานสร้างสรรค์ส่งเสริมเมือง (เช่น หนังส่งเสริมเมืองยุทธศาสตร์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและการลงทุน)
ใช้กลไกส่วนลดภาษีที่ดิน (negative land tax) เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้เอกชนในการใช้พื้นที่เพื่องานสร้างสรรค์

กองทุนภาพยนตร์ เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตหนังหน้าใหม่

ข้อเสนอ: สนับสนุนการสร้างโอกาสให้กับภาพยนตร์หน้าใหม่ โดยการให้ทุนถ่ายทำหลายระดับ
หารายได้จากภาษีที่เก็บโรงภาพยนต์หรือแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเนื้อหา (เช่น 1% ของค่าตั๋ว) และการสมทบในจำนวนที่เท่ากัน (1:1) โดยรัฐ

กำหนดสัดส่วนเวลาฉายขั้นต่ำสำหรับภาพยนตร์ไทย-ท้องถิ่นในโรงหนัง

ข้อเสนอ: กำหนดหรือเจรจาสัดส่วนเวลาฉายขั้นต่ำในโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ สำหรับการฉายภาพยนตร์ไทย-ท้องถิ่น (เช่น หนังไทย 1 เรื่อง ควรได้เข้าฉายอย่างน้อยกี่รอบในกี่โรงต่อสัปดาห์)

ทลายการผูกขาดในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

ข้อเสนอ: บังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าอย่างจริงจัง ในกรณีการผูกขาดในกิจการเดียวกัน (horizontal) และ ข้ามกิจการ (vertical) ซึ่งทำให้มีอำนาจเหนือตลาดจากการมีส่วนสำคัญในทุกขั้นตอนของการผลิตภาพยนตร์ (เช่น ผลิตหนัง นำเข้าหนัง เผยแพร่หนัง ฉายหนังในโรงภาพยนตร์)

คุ้มครองสวัสดิภาพและสิทธิแรงงานสร้างสรรค์และคนทำงานในกองถ่าย

ข้อเสนอ: กำหนดมาตรฐานและเพิ่มเงื่อนไขบังคับให้ทุกการจ้างงานผลิตสื่อต้องมี “สัญญาจ้างที่เป็นธรรม” (เช่น ปัญหาการจ้างรายวัน ชั่วโมงทำงาน เวลาพักผ่อน) โดยสตูดิโอที่ล่าช้าในการจ่ายค่าจ้างหรือไม่ใช้สัญญาจ้างแรงงานตามมาตรฐานจะไม่มีสิทธิได้รับการสนับสนุนจากกองทุนภาพยนตร์
กำหนดมาตรฐานและบังคับใช้กฎหมายด้านความปลอดภัยและการป้องกันอุบัติเหตุในกองถ่าย และเพิ่มการตรวจสอบมาตราฐานความปลอดภัยของกองถ่ายด้วยหน่วยงานรัฐ
กำหนดมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิเด็กและการทำงานของเด็กในกองถ่าย
นำทุกคนเข้าสู่รับบประกันสังคมถ้วนหน้า - เจ็บป่วยได้เงินชดเชย-ค่าเดินทางหาหมอ
คุ้มครองสนับสนุนการรวมตัวของคนในวงการเดียวกัน ที่ไม่ได้มีผู้ว่าจ้าง-คู่สัญญาคนเดียวกัน ตามแนวทาง “แรงงานทุกกลุ่มตั้งสหภาพได้”
เพิ่มประสิทธิภาพและความรัดกุมในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
กำหนดมาตรฐานชั่วโมงทำงานของคนงานกองถ่าย - เวลาทำงานไม่เกิน 12 ชั่วโมงต่อวัน (เวลาปกติ 8 ชั่วโมง และ ล่วงเวลาสูงสุด 4 ชั่วโมง) / อย่างน้อย 12 ชั่วโมงหลังเลิกกองต้องเป็นเวลาพักผ่อนก่อนเรียกกลับมาทำงานใหม่

อาชีพให้บริการทางเพศ (sex worker) ถูกกฎหมาย

ข้อเสนอ: ออก พ.ร.บ. ค้าประเวณีและคุ้มครองผู้ให้บริการ ฉบับใหม่ เพื่อควบคุมการค้าประเวณี ให้ผู้ให้บริการทางเพศได้รับการคุ้มครองการทำงาน และมีอำนาจต่อรองกับเจ้าของสถานบริการ
เงื่อนไขในการควบคุม เช่น อายุไม่ต่ำกว่า 18 (เสนอ 20) ปี ต้องสมัครใจจริง ๆ ไม่สามารถบีบบังคับได้ (เช่น อยากหยุดวันไหนต้องหยุดได้ อยากเลิกทำเมื่อไหร่ก็ต้องเลิกได้ มีสิทธิในการปฏิเสธลูกค้า)
ให้สถานบริการตรวจโรค/สารเสพติด ทุก 3 เดือน
ต้องใช้ถุงยางอนามัย
มีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ถ้าเลิกทำงานนี้แล้ว สถานบริการต้องลบข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ให้บริการภายใน 7 วัน

ปลดล็อกเซ็กซ์ทอย (sex toy) และหนังผู้ใหญ่

ข้อเสนอ: เสนอให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 เพื่อปลดล็อกเซ็กซ์ทอย
และหนังผู้ใหญ่ออกจากสิ่งอื่นใดอันลามก

ควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า

ข้อเสนอ: อนุญาตให้มีการผลิต นำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยได้
มีข้อกำหนดเช่นเดียวกับบุหรี่ เช่น จำกัดอายุผู้สูบ ห้ามสูบในที่สาธารณะ การห้ามโฆษณาและจัดโปรโมชั่น
ต้องมีมาตรการในการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ เช่น การห้ามแต่งกลิ่นและรสของผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า

คาสิโนถูกกฎหมาย รัฐกำกับดูแล

ข้อเสนอ: อนุญาตให้ เสนอให้มีคาสิโนอย่างถูกกฎหมายโดยจำกัดอายุผู้เล่น ไม่ต่ำกว่า 20 ปี
จำกัดฐานะของผู้เล่น โดยกำหนดรายได้ขั้นต่ำของผู้ที่จะมีสิทธิเล่นได้ ยึดตามรายได้ที่แจ้งต่อสรรพากรในปีภาษีก่อนหน้า
จำกัดจำนวนคาสิโน โดยถ้าจังหวัดไหนจะมีคาสิโนได้ ต้องออกเป็น พ.ร.ฎ. กำหนดพื้นที่และจำนวนคาสิโนที่จะออกใบอนุญาตได้
มีคณะกรรมการการพนันและขันต่อเป็นผู้ออกใบอนุญาต รวมทั้งกำหนดประเภทของการพนันและขันต่อที่จะมีในคาสิโนได้

คาสิโนออนไลน์ถูกกฎหมาย รัฐกำกับดูแล

ข้อเสนอ: ออก พ.ร.ฎ. กำหนดจำนวน และให้คณะกรรมการฯ ออกใบอนุญาต-ควบคุม เหมือนเป็นคาสิโนปกติ
ข้อกำหนดอายุและข้อกำหนดอื่นเป็นเหมือนคาสิโนปกติ บัญชีธนาคารที่ผูกกับบัญชีคาสิโนต้องเป็นชื่อของตัวเองเท่านั้น
การพนันขันต่อบางอย่างอาจแตกต่างกันกับคาสิโนปกติ เช่น การพนันผลการแข่งขันกีฬา
ต้องทำเรื่อง National Digital ID ให้ดี เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีการสวมรอยเข้ามาเล่นพนันโดยคนที่ขาดคุณสมบัติ

ลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

ข้อเสนอ: เลิกการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่แบบซ้ำซ้อน (เช่น การก่อสร้างทั้งมอเตอร์เวย์ รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ ในเส้นทางเดียวกัน ซึ่งมีจำนวนคนเดินทางไม่มากพอ)

รถไฟทั่วถึง ทุกจังหวัดทั่วไทย

ข้อเสนอ: ขยายโครงข่ายทางรถไฟให้ครอบคลุมอีก 30 จังหวัดที่ยังไม่มีทางรถไฟ
สร้างโครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมสถานีรถไฟเข้าไปในเมือง

ออกแบบระบบถนนหนทาง เพื่อลดรถติด-ลดอุบัติเหตุ

ข้อเสนอ: พัฒนาโครงข่ายถนนอย่างมีลำดับชั้นของถนน (เช่น ถนนสายประธาน ถนนในเมือง) ไม่ใช่แบ่งประเภทถนนตามหน่วยงานเจ้าของถนน (กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท) เป็นหลัก

กระจายงบซ่อมถนนอย่างเป็นธรรม

ข้อเสนอ: พัฒนาระบบตรวจวัดคุณภาพถนน ว่าถนนไหนควรซ่อมก่อนหรือหลัง ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นเรื่องการเมือง ใครมีอำนาจก็ดึงงบลงไปซ่อมในจังหวัดที่เป็นเขตอิทธิพลของตนเอง

กระจายอำนาจด้านการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ

ข้อเสนอ: ถ่ายโอนอำนาจในการอนุญาตเดินรถ กำหนดเส้นทางเดินรถ และราคาค่าโดยสาร จากคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง/จังหวัด มาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการแทน
ตั้งงบประมาณอุดหนุนเฉพาะกิจแบบพิเศษให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อการให้บริการขนส่งสาธารณะ ปีละ 10,000 ล้านบาท
ปลดล็อกอำนาจท้องถิ่นในการใช้งบประมาณอุดหนุน/สนับสนุน และตั้งเงื่อนไขกับผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะเอกชน (เช่น การอุดหนุนเงินบางส่วนให้ผู้ประกอบการเพื่อนำไปจัดซื้อรถเมล์ใหม่)

ผนวกความต้องการด้านการขนส่งเข้ากับการพัฒนาอุตสาหกรรม

ข้อเสนอ: ส่งเสริมอุตสาหกรรมขนส่งสาธารณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
กำหนดให้รถโดยสารประจำทางทั่วประเทศไทยต้องใช้พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนแทนที่เครื่องยนต์สันดาปภายใน ในระยะเวลา 7 ปี
กำหนดให้การจัดซื้อรถเมล์ใหม่ ต้องเป็นรถเมล์ไฟฟ้าเท่านั้น
เปลี่ยนรถไฟดีเซล เป็นรถไฟไฟฟ้า
ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่ไฟฟ้า ด้วยการ
อุดหนุนเงินให้กับสถาบันการศึกษา
ส่งเสริมทางอ้อมโดยใช้การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อเพิ่มการลงทุนโดยเอกชน
เพิ่มจุดเปลี่ยนถ่ายและกระจายสินค้าตามหัวเมืองต่าง ๆ ในทุกภูมิภาค

พัฒนาระบบตั๋วร่วม ใช้บัตรใบเดียว เดินทางได้ทุกระบบขนส่งสาธารณะทั่วไทย

ข้อเสนอ: พัฒนาระบบตั๋วร่วม ใช้บัตรใบเดียวเดินทางได้ทุกระบบขนส่งสาธารณะทั่วประเทศไทย

รถเมล์และรถไฟฟ้า 8-45 บาทตลอดสาย ใช้บัตรใบเดียว ครอบคลุมทั้ง กทม.

ข้อเสนอ : พัฒนาระบบค่าโดยสารร่วม กำหนดราคาค่าโดยสาร
เที่ยวละ 8-25 บาท ตลอดสาย (รถเมล์)
เที่ยวละ 8-45 บาท ตลอดสาย (รถเมล์และรถไฟฟ้า)
ใช้งบประมาณในการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างให้ผู้ให้บริการรถเมล์/รถไฟฟ้า ประมาณปีละ 7,170 ล้านบาท

รถเมล์ไฟฟ้าทุกจังหวัด - เติมเงินให้ท้องถิ่น เพิ่มขนส่งสาธารณะ

ข้อเสนอ: อุดหนุนงบประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อผลักดันในการเกิดการลงทุนเดินรถเมล์ไฟฟ้า ในทุกเมือง ทุกจังหวัด ทั่วประเทศ และทำให้ค่าโดยสารรถเมล์อยู่ในราคาที่เหมาะสม ไม่เป็นไปภาระกับประชาชนเกินควร

ส่งเสริมอุตสาหกรรมรถเมล์-รถบรรทุกไฟฟ้า

ข้อเสนอ: ส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมรถเมล์และรถบรรทุกไฟฟ้าภายในประเทศ โดยออกมาตรการส่งเสริมและผลักดันให้ผู้ประกอบการขนส่งที่ยังใช้รถเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ดีเซล-NGV-LPG) เปลี่ยนไปใช้รถพลังงานไฟฟ้า โดยภาครัฐออกมาตรการส่งเสริม อาทิ การออกเชื่อสินดอกเบี้ยต่ำ การนำรถเก่าแลกรถใหม่ การลดหย่อนภาษีนิติบุคคล การลดภาษีสรรพสามิต
ออกข้อกำหนดมาตรฐานรถเมล์และรถบรรทุกใหม่ผ่านการออกกฎกระทรวง ตาม พรบ. ขนส่งทางบก โดยกำหนดอายุของรถเมล์และรถบรรทุกที่สามารถให้บริการได้ เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนเป็นรถเมล์และรถบรรทุกไฟฟ้า สำหรับรถเมล์ไฟฟ้าตั้งเป้าเปลี่ยนรถเมล์ทั่วประเทศเป็นรถเมล์ไฟฟ้าภายในปี 2030 (100@30)
ในกรณีของรถเมล์ไฟฟ้า จะอุดหนุนงบประมาณ 10,000 ล้านบาทลงสู่ท้องถิ่น เพื่อผลักดันในการเกิดการลงทุนเดินรถเมล์ไฟฟ้า ในทุกเมือง ทุกจังหวัด ทั่วประเทศ

สร้างเศรษฐกิจสีเขียวครบวงจร

ข้อเสนอ: ส่งเสริมการวิจัยด้านเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนของอนาคต เช่น ไฮโดรเจน พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์เข้มข้น เพื่อสนับสนุนแนวทางเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนในประเทศ
ส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น เทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานหรือแบตเตอรี่ อุตสาหกรรมผลิต inverter controller
ให้แรงจูงใจกับบริษัทเอกชนลงทุนเพื่อปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิตที่ประหยัดพลังงาน และ/หรือลดการปล่อยคาร์บอน ผ่านการหักค่าใช้จ่ายได้ 1.5-2 เท่า เพื่อกระตุ้นให้เกิดธุรกิจบริการ solution ด้านเทคโนโลยีลดคาร์บอน อุตสาหกรรม sensor และอุปกรณ์ IOT ภายในประเทศ
ส่งเสริมอุตสาหกรรมปลายน้ำอื่นๆ เช่น อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตชุดอุปกรณ์ Fast Charging Station รองรับอุตสาหกรรมรถ/รถเมล์ไฟฟ้า/รถบรรทุกไฟฟ้า อุปกรณ์ติดตั้ง Smart City ด้านการประหยัดพลังงาน

สร้างอุตสาหกรรมชิปในประเทศ

ข้อเสนอ: ส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไฟฟ้า (Power Electronics)ตั้งแต่ต้นน้ำ ที่เป็นชิ้นส่วนสำคัญในอุปกรณ์ไฟฟ้าสมัยใหม่ เช่น รถ EV อุปกรณ์ชาร์จเร็ว สถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบชาร์จเร็ว ไปจนถึงอุปกรณ์ควบคุมกระแสไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
เพื่อให้เกิดอุตสาหกรรมชิปประเภท power electronics ต้นน้ำในประเทศ เราต้องการการลงทุนจากเจ้าของเทคโนโลยี จำเป็นต้องมีแพ็กเกจส่งเสริมการลงทุนที่สามารถดึงดูดนักลงทุนเป้าหมายได้จริง ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ลงทุนแต่ละรายและจำกัดเฉพาะเครื่องมือแบบเดิมๆ เช่น สิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่ครอบคลุมถึงการให้การสนับสนุนในด้านอื่นๆ ทั้งการสร้างบุคลากร เงินอุดหนุน งานวิจัย สาธารณูปโภค

ยกระดับบทบาทไทยใน ASEAN

ข้อเสนอ: ฟื้นฟูบทบาทนำของประเทศไทยในเวทีอาเซียน ด้วยการยกฐานะให้ประเทศไทยกลับมาเป็นประเทศผู้นำในการเจรจาด้านต่าง ๆ ทั้งภายในกลุ่มประเทศอาเซียน และในฐานะตัวแทนของกลุ่มประเทศอาเซียนในการเจรจากับประเทศนอกกลุ่มอีกครั้ง
ใช้หลักการ Constructive Stabilization หรือการตั้งเป้าหมายว่าจะยุติสงครามกลางเมืองและการเสียชีวิตของประชาชน โดยใช้ความร่วมระหว่างอาเซียนและสหประชาชาติ ในการจัดการกับวิกฤติในประเทศเมียนมา และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านกลับมาเป็นประชาธิปไตย โดยเคารพเจตจำนงของประชาชนชาวเมียนมาในการแก้ไขปัญหาภายในประเทศ
ปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยทางการเมืองด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยไม่ส่งตัวกลับไปยังประเทศต้นทาง หรือประเทศที่อาจทำให้ผู้ลี้ภัยได้รับโทษทางอาญา
พิจารณาทบทวนหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกันระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อที่จะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในประเทศสมาชิก (เช่น การแก้ไขปัญหาในประเทศเมียนมา) โดยใช้กระบวนการ ASEAN-minus-X หรือการที่เมื่อเกิดเหตุจำเป็น ประเทศสมาชิกบางประเทศอาจร่วมกันเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิกอื่นได้ โดยไม่ต้องรอทุกประเทศในอาเซียนให้ความยินยอมก่อน

ศาลสิทธิมนุษยชนแห่ง ASEAN (Southeast Asian Court of Human Rights)

ข้อเสนอ: เพื่อเป็นการรับรองและรับประกันความยุติธรรมจากปัญหาการโดนละเมิดสิทธิโดยรัฐ อาเซียนจําเป็นต้องมีการผลักดันให้มีศาลสิทธิมนุษยชนแห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เกิดขึ้น แม้ว่าอาเซียนจะมีองค์กรระหว่างรัฐที่ทํางานดูแลประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน แต่ AICHR ไม่ได้มีอํานาจแบบศาลที่จะสามารถรับเรื่องร้องเรียนได้ การมีศาลสิทธิมนุษยชนเอเซียตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นตัวรับรองและเป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะบังคับให้รัฐสมาชิกอาเซียนต้องเคารพและปฏิบัติตามข้อตกลงของอาเซียนในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน

ลงนามและให้สัตยาบันกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน

ข้อเสนอ: ปัจจุบันประเทศไทยเข้าเป็นภาคีตราสารระหว่างประเทศหลักแล้วทั้งสิ้น 7 ฉบับ โดยไทยยังไม่ได้เข้าเป็นภาคี อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ และอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของแรงงานโยกย้ายถิ่นฐานและสมาชิกในครอบครัว และภาคีตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนอีกเป็นจำนวนมาก หากเราเร่งลงนามและให้สัตยาบันจะยิ่งทำให้การขับเคลื่อนงานด้านสิทธิมนุษยชนก้าวหน้ามากขึ้น และเป็นการกดดันให้เกิดการแก้กฎหมายในประเทศให้สอดคล้องและเกิดการบังคับใช้

รักษาสันติภาพและคุณค่าประชาธิปไตย ภายใต้สงครามของมหาอำนาจ

ข้อเสนอ: พรรคก้าวไกลเชื่อมั่นในค่านิยมก้าวหน้า (Progressive Values) สิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย แต่ก็พร้อมสร้างความร่วมมือกับจีนเพื่อเป้าหมายที่จะสร้างเอเชียที่สงบสุข แลมีะมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ
เป็นพันธมิตรทางด้านความมั่นคงกับสหรัฐอเมริกาและตั้งเป้าในการเพิ่มทรัพยากรสำหรับการฝึกร่วมคอบร้า โกลด์ ที่จัดขึ้นในไทย รวมไปถึงการร่วมมือในกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (IPEF)

การทูตเกษตรเชิงรุก - เร่งหาแหล่งแม่ปุ๋ย & เปิดตลาดสินค้าเกษตร

ข้อเสนอ: ทำงานเชิงรุกในการเข้าถึงแหล่งแม่ปุ๋ยในประเทศใหม่ๆ เพื่อจัดหาแม่ปุ๋ยมาให้เกษตรกรในราคาที่แข่งขันได้ รวมถึงต้องช่วยเปิดตลาดสินค้าเกษตร และลดอุปสรรคทางการค้า เพื่อให้สามารถส่งออกยังประเทศนั้นได้โดยตรง โดยไม่ติดขัด โดยเฉพาะด้านสุขอนามัย และมาตรฐานคุณภาพต่างๆ

ตั้งเป้าขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกแบบรวมกลุ่ม

ข้อเสนอ: สร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยไม่นำประเด็นด้านชาตินิยมมาใช้ในการสร้างความนิยมทางการเมือง
สนับสนุนให้เกิดการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกแบบรวมกลุ่ม ในพื้นที่ติดต่อหรือใกล้เคียงพรมแดนระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวชายแดน
สนับสนุนงบประมาณผ่านสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) โดยการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่ประเทศเพื่อนบ้านเพื่อปรับปรุงหรือบำรุงรักษาโครงสร้างถนนที่นำไปสู่แหล่งโบราณคดี พร้อมทั้งสนับสนุนงบประมาณและบุคลากรในการร่วมอนุรักษ์โบราณสถานเป้าหมายในการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกแบบรวมกลุ่ม

ตั้งสำนักงานผู้แทนการค้าไทย (TTRO) ขึ้นตรงนายกฯ

ข้อเสนอ: จัดตั้งสำนักงานผู้แทนการค้าไทย เป็นส่วนราชการเทียบเท่ากรมขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศกับประเทศที่ไม่ใช่คู่เจรจาเดิม รวมไปถึงคู่เจรจาที่ไม่มีสถานะความเป็นรัฐโดยสมบูรณ์และคู่เจรจาที่มีสถานะพิเศษอื่น เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบเป็นทางการของรัฐบาล
สำนักงานผู้แทนการค้าไทยที่จะตั้งขึ้นใหม่นี้ จะโอนอำนาจหน้าที่ งบประมาณ บุคลากรและสุานที่ จากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ คณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

พาสปอร์ตไทย ฟรีวีซ่าได้มากขึ้น

ข้อเสนอ: ปัจจุบันประเทศไทยสามารถเดินทางเข้าประเทศอื่นโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้ 42 ประเทศ ขอวีซ่าเมื่อไปถึงปลายทางได้ 52 ประเทศ และยังมีอีก 104 ประเทศ ที่ผู้ถือพาสปอร์ตไทยจะต้องขอวีซ่าก่อนเดินทาง
เป้าหมายคือต้องเจรจาเพื่อขอยกเว้นวีซ่าเพิ่มอีกอย่างน้อย 40 ประเทศ ผ่านการปรับปรุงตัวชี้วัดระดับนานาชาติ ซึ่งมีผลต่อการเจรจายกเว้นวีซ่ากับประเทศปลายทาง เช่น ตัวชี้วัดด้านการพัฒนามนุษย์ ตัวชี้วัดด้านเสรีภาพส่วนบุคคล

โครงการศึกษาแลกเปลี่ยนสำหรับครูเพื่อพัฒนาทักษะภาษา

ข้อเสนอ: ทำโครงการ Thailand Exchange and Teaching (TET) Programโดยรับอาสาสมัครชาวต่างชาติซึ่งจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีมาเป็นครูผู้ช่วยสอนภาษาอังกฤษ ภาษาจีน หรือภาษาคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนระดับท้องถิ่น โดยอาสาสมัครที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับค่าตอบแทน โดยมีระยะเวลาในการร่วมโครงการ 1-3 ปี เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสเรียนกับครูต่างชาติที่เป็นผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

การทูตวัคซีนเชิงรุก – เร่งฉีดให้กับกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนสองฝั่ง

ข้อเสนอ: เร่งฉีดวัคซีน ทั้งวัคซีนโควิด และวัคซีนป้องกันโรคอื่นให้กับกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ตามชายแดนฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ถือเป็นการป้องกันโรคเชิงรุก ไม่ให้เกิดการติดเชื้อไวรัสข้ามพรมแดนอีกวิธีหนึ่ง

การทูตฝุ่นเชิงรุก – แก้ปัญหาฝุ่นควันข้ามแดนในระดับระหว่างประเทศ

ข้อเสนอ: ผลักดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาด ซึ่งมีการกำหนดโทษของผู้ที่ปล่อยควันพิษข้ามพรมแดน รวมไปถึงการลงโทษบริษัทไทยและบริษัทต่างประเทศซึ่งมีส่วนก่อให้เกิดมลภาวะแก่ประเทศไทย
การพูดคุยระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหาแนวทางและขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านในการปราบปรามผู้ก่อมลพิษตามแนวชายแดน

ไทยเป็นศูนย์กลาง ASEAN ด้านการลดก๊าซเรือนกระจก & Green Tech

ข้อเสนอ: สร้างเศรษฐกิจสีเขียว เปลี่ยนแนวทางการผลิตไฟฟ้ามาเป็นการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียน
ออกกฎหมายเพื่อสร้างตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตภาคบังคับ และเรียกเก็บภาษีสำหรับกลุ่มบริษัทที่ไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...