โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

รู้จัก ‘Backhanded Compliment’ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะรู้สึกตงิดใจ เมื่อได้รับคำชมแบบแอบแซะ

The Momentum

อัพเดต 20 ก.พ. 2567 เวลา 02.33 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2566 เวลา 09.55 น. • THE MOMENTUM

น่ารักแบบนี้ ถ้าผอมคงจีบไปแล้ว

สำหรับคนอายุขนาดนี้ ถือว่าพี่ดูดีมาก

หน้าเก๋ คมเข้ม สเป็กฝรั่งแบบนี้ ต้องตั้งใจเรียนภาษานะ

ชีวิตดีจัง อยากสบายแบบนั้นบ้าง จะได้ไม่ต้องเหนื่อย

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้รับคำชมประหลาดๆ ที่ทำให้รู้สึกเคลือบแคลงสงสัย กระทั่งรู้สึกเสียใจสักครั้งหนึ่งในชีวิต และหากลองนึกย้อนดูดีๆ เราเองก็อาจเคยเผลอเอ่ยคำชมที่มีเจตนาดี แต่เคลือบไปด้วยความหมายแฝงที่ประหัตประหารน้ำใจคนฟังโดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยเช่นกัน

ในภาษาอังกฤษเราเรียกคำเยินยอเคลือบยาพิษประเภทนี้ว่า ‘Backhanded Compliment’ หรือแปลตรงตัวคือ คำชมที่ไม่ได้ถูกหยิบยื่นให้แบบธรรมดาๆ แต่ถูกส่งมาด้วย ‘หลังมือ’ กล่าวคือ ‘ชมแบบแอบแซะ’ นั่นเอง

หากต้องเผชิญหน้ากับคำพูดทำนองนี้ เราย่อมรู้สึกไม่พอใจและอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามถึงเจตนาของผู้พูด ที่มีความไปได้สูงว่าคำชมเหล่านี้จะมาจากความไม่จริงใจ แต่ในหลายกรณีก็เกิดจากความไม่รู้ ไม่ตั้งใจ และการคิดน้อยเกินไปได้ด้วยเช่นกัน

การประเมินบริบท เจตนา และสถานะของผู้พูดจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะละเลยไม่ได้ เมื่อต้องตัดสินใจว่าจะเลือกแสดงออกต่อคำชมเหล่านี้อย่างไร The Momentum ขอนำเสนอ 5 แนวปฏิบัติ ในการรับมือกับการแอบแซะที่ไม่พึงประสงค์เอาไว้ดังนี้

1. เฉยเข้าไว้

การอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรไม่ได้หมายความว่าเรากำลังหงอ หรือยอมให้อีกฝ่ายพูดจาทำร้ายใจเราอยู่ฝ่ายเดียวเสมอไป เพราะในบางครั้ง ความเงียบก็เป็นวิธีการตอบกลับที่มีพลังและเสียงดังที่สุด หากคนพูดไม่ได้หูตามืดบอดจนเกินไป พวกเขาจะรู้เองโดยอัตโนมัติว่าเราไม่พอใจ และไม่ได้ให้ค่าคำพูดของเขามากพอที่จะตอกกลับ

ควรใช้ตอนไหน:เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังพูดจาตีวัวกระทบคราด กระแหนะกระแหนเหมือนเราด้อยอำนาจกว่า เพื่อเรียกร้องความสนใจหรือยั่วโมโห เป็นวิธีง่ายๆ ที่นอกจากจะทำให้อีกฝ่ายสังเกตเห็นบรรยากาศของบทสนทนาได้เองแล้ว ยังลดโอกาสที่บทสนทนาจะนำไปสู่การทะเลาะอีกด้วย

2. บอกไปตรงๆ ว่ารู้สึกไม่โอเค

คำชมที่แฝงไปด้วยคำดูถูกเช่นนี้ ดูเผินๆ เหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้ว เป็นคำพูดที่มีพลังทำลายล้างมากพอจะทำให้คนสะบั้นความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างกันลงได้ง่ายๆ ซึ่งหากอีกฝ่ายเป็นคนที่เราหวังดีด้วยแล้ว การแสดงออกว่ารู้สึกไม่ดีและพูดคุยกันถึงปัญหาอย่างตรงไปตรงมา อาจเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด เพราะหากปล่อยผ่านไป อีกฝ่ายอาจทำพฤติกรรมเดิมซ้ำๆ จนอาจทะเลาะกันร้ายแรงเข้าสักวัน

ควรใช้ตอนไหน:เมื่อแน่ใจว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ หรือหากตั้งใจแต่ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายใจเราจริงๆ ยกตัวอย่าง หากเพื่อนสนิทพูดกับเราว่า “ทำไมวันนี้แต่งตัวดีจัง ใส่กางเกงตัวนี้แล้วดูไม่มีพุงเลย” ฟังแล้วคงรู้สึกไม่ดีเท่าไร เพราะนอกจากจะเป็นการวิจารณ์หุ่นของเราเป็นนัยๆ แล้ว ยังเป็นการวิจารณ์เซนส์แฟชั่นในวันอื่นๆ ของเราด้วย

เราอาจประเมินได้จากสีหน้าท่าทีหรือนิสัยส่วนตัวว่า เพื่อนคนนี้พูดเพราะหวังดี อยากให้เรารู้ว่าใส่อะไรแล้วดูดีเท่านั้น อย่างไรก็ดี เราควรบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่ามีวิธีการชมและให้กำลังใจที่น่าฟังกว่านั้นมาก

3. รับฟังเอาไว้

ฟีดแบ็กและคำวิจารณ์ประเภท ‘ติเพื่อก่อ’ ถือเป็นสิ่งสำคัญมากในชีวิตการทำงาน เราอาจไม่ได้รู้สึกดีสักเท่าไรที่ต้องมานั่งฟังข้อผิดพลาดของตัวเอง แถมในบางครั้งเพื่อนร่วมงานยังเลือกใช้วิธีที่ไม่ตรงไปตรงมาสักเท่าไรในการฟีดแบ็กงาน อย่างการโรยหน้าคำวิจารณ์ด้วยคำชมที่ไม่จริงใจ

แต่อย่างน้อย มันก็ช่วยให้เราหันกลับมามองตัวเองจากมุมมองของผู้อื่น และเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นได้อย่างไร

ควรใช้ตอนไหน:เมื่อคำวิจารณ์เชิงลบที่แฝงมากับคำชมนั้นมีส่วนจริง และเป็นสิ่งที่เราสามารถจดจำไปใช้พัฒนาตนเองได้ โดยเฉพาะหากเป็นฟีดแบ็กจากเพื่อนร่วมงานด้วยกัน

4. กัดฟันขอบคุณแล้วมูฟออน

ในขณะเดียวกัน คำชมแบบแอบแซะที่ได้จากเพื่อนร่วมงาน ก็อาจไม่ใช่ฟีดแบ็กที่ก่อให้เกิดประโยชน์เสมอไป แม้จะรู้เช่นนี้ แต่เราก็ไม่สามารถตอบกลับได้อย่างใจต้องการอยู่ดี เพราะการขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงานอาจนำไปสู่ปัญหาในที่ทำงานที่ลุกลามใหญ่โตได้ในอนาคต

ควรใช้ตอนไหน:เมื่อผู้พูดเป็นคนที่มีตำแหน่งสูงกว่า มีอิทธิพลกับคนที่ทำงานมากกว่าเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากประเมินสถานการณ์แล้ว มีแนวโน้มที่อีกฝ่ายจะไม่เข้าใจความรู้สึกของเรา และไม่อยากรับรู้ความผิดพลาดของตัวเอง

ตัวอย่างเช่น หากหัวหน้าพูดกับเราว่า “วันนี้ทำได้ดีนะ ถ้าดีให้ได้อย่างนี้ตั้งแต่อาทิตย์ก่อน คนอื่นก็คงไม่ต้องเหนื่อย” แม้ว่าตอนนี้เราจะมีคำพูดอื่นอยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำ แต่ทางที่ดีเราควรรับฟังเอาไว้แค่คำชมเกี่ยวกับวันนี้ พูดขอบคุณพอเป็นพิธี แล้วไม่ต้องจำคำพูดแย่ๆ ส่วนอื่นเก็บมาใส่ใจจะดีกว่า

5. แซะคืนอย่างมีศิลปะ

สำหรับบางคน การแก้เผ็ดโดยให้เจ้าตัวได้ลิ้มรสขมของยาที่ตัวเองเป็นคนปรุงบ้าง อาจเป็นวิธีการรับมือที่ดีที่สุดแล้ว แต่แน่นอนว่าหากเราด่าคืนสาดเสียเทเสียแบบไม่สนลูกใคร คนที่จะต้องเสียใจ แถมยังเสียชื่อในภายหลังอาจเป็นเราเอง

หนึ่งเทคนิคที่สามารถลดแรงกระแทกได้บางส่วน คือการเอาอารมณ์ขันเข้าสู้

ควรใช้ตอนไหน:เมื่อมองออกว่าคำพูดแย่ๆ ของอีกฝ่ายไม่ได้เกิดจากความหวังดี โดยเฉพาะหากประเมินสถานการณ์แล้วมั่นใจว่าเราจะไม่เสียเปรียบในภายหลัง และไม่เสียดายความสัมพันธ์กับคนคนนี้สักเท่าไร

อ้างอิง

https://psychcentral.com/health/backhanded-compliment

https://www.inc.com/amy-morin/5-best-ways-to-respond-to-backhanded-compliments.html

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...