โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วัดใจ "บริษัทปิโตรเลียม" ยื่นสำรวจ PSC ครั้งแรกในรอบ 14 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ก.พ. 2565 เวลา 09.27 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. 2565 เวลา 09.25 น.

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่พุ่งทะลุ 90 เหรียญต่อบาร์เรล และมีแนวโน้มที่จะขยับไปถึง 100 เหรียญ/บาร์เรล ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าของประเทศปรับราคาขึ้นไปด้วย แต่สถานการณ์พลังงานขาขึ้นของประเทศไทยยังมีเรื่องแหล่งก๊าซธรรมชาติแหล่งใหญ่ในอ่าวไทย “เอราวัณ-บงกช” ถูกเปลี่ยนมือผู้รับสัมปทานเดิม (เชฟรอน) มาเป็น ปตท.สผ.ในระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) ไม่สามารถผลิตก๊าซตามปริมาณขั้นต่ำที่กำหนดไว้ได้ ส่งผลให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติต้องเร่งบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติเพื่อความมั่นคงของประเทศทั้งในระยะสั้นและกลาง รวมไปถึงการกลับมาเปิดให้ผู้สนใจยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า ปี 2565 กรมได้เตรียมแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติเพื่อสร้างความมั่นคงระบบพลังงานของประเทศและรองรับการเปลี่ยนผ่านการให้สัมปทานเดิมมาสู่ระบบแบ่งปันผลผลิต (PSC) ในกรณีของแหล่งเอราวัณ-บงกช ซึ่งเป็นแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในอ่าวไทย หรือจากกลุ่มเชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต ผู้รับสัมปทานรายเดิมมาเป็นบริษัท ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือ ปตท.สผ.อีดี และบริษัท เอ็มพี จี2 (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้รับสัญญา PSC รายใหม่ โดยการผลิตก๊าซจากแหล่งดังกล่าวยังคงเดินหน้าต่อไป แม้ว่าจะผลิตก๊าซไม่ได้ตามปริมาขั้นต่ำตกลงกันไว้ก็ตาม

“กรมได้ประสานการเจรจาผู้สัมปทานเดิมกับผู้ที่ชนะประมูลใหม่มาตลอดในเรื่องของการดำเนินงานช่วงเปลี่ยนผ่าน (transition period) โดยระบุรายละเอียดทั้งการเข้าพื้นที่ของแหล่งเอราวัณก่อนจะสิ้นอายุสัมปทานและเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้กระทบประชาชนให้มากที่สุด พร้อมทั้งเดินหน้าแผนจัดหาก๊าซในการลงนามร่วมกัน 3 ฉบับ เมื่อช่วงปลายปี 2564 อย่างเร่งด่วน เพื่อประสาน ‘รอยต่อ’ แต่ยอมรับว่ากำลังผลิตก๊าซช่วงแรกอาจไม่เป็นไปตามแผน แต่ก็ยังเดินหน้าต่อได้ ไปพร้อมกับแหล่งบงกช ซึ่งทุกอย่างยังเป็นไปตามแผน โดยการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้นับเป็นช่วงเปลี่ยนมาสู่ระบบแบ่งปันผลผลิต (PSC) ที่นำมาใช้เป็นครั้งแรก โดยกรมได้ตั้งกองบริหารสัญญาและหาบุคลากรมารับภารกิจใหม่นี้ด้วย” นายสราวุธกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงระหว่างนี้ การบริหารจัดการก๊าซฯเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางพลังงานระยะสั้น กรมเชื้อเพลิงได้เเจ้งไปยังผู้รับสัมปทานทุกราย “ขอให้ดูแลความพร้อมการผลิตปิโตรเลียมให้ดีที่สุดและต้องไม่มีแผนชัตดาวน์” โดยผู้ซื้อโดยเฉพาะ บมจ.ปตท.สามารถเรียกรับก๊าซส่วนเกินจากความสามารถที่ผู้ขายรับรองว่าจะส่งก๊าซให้ได้ในแต่ละวัน (DCQ) ที่ส่วนใหญ่ระบุไว้ 5-15% โดยต้องเกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย อีกทั้งกรมจะประสาน ปตท.เพื่อจัดหา “ก๊าซส่วนเพิ่ม”จากแหล่งอาทิตย์เข้ามาเพิ่มจากแปลง G2/61 อีก 60 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน เป็น 280 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน แปลง B8/32 อีก 16 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน

ล่าสุดกระทรวงพลังงานจะเปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 24 ในทะเลอ่าวไทย (แปลงหมายเลข G1/65-G2/65-G3/65) ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในการออกประกาศเชิญชวนให้ยื่นขอสิทธิ ซึ่งกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติคาดหวังว่าพื้นที่แปลงสำรวจและผลิตดังกล่าวจะเข้ามาช่วยเพิ่มปริมาณสำรองปิโตรเลียมที่ปัจจุบันจะเริ่มมีปริมาณน้อยลงไปเรื่อย ๆ คาดว่าการเปิดให้ยื่นขอสิทธิครั้งนี้ จะมีการลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท

“เฉพาะกรณีแหล่งเอราวัณ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ บริษัทผู้รับสัมปทานรายเดิม และคู่สัญญารายใหม่ จะดำเนินการเข้าตรวจสอบการผลิตก๊าซธรรมชาติ เพื่อวางแผนบริหารหลังจากสิ้นสุดสัมปทานในเดือนเมษายน 2565 ที่จะถึงนี้ ส่วนแหล่งบงกชขอให้ ปตท.สผ.ให้คงการผลิตเดิมไว้ก่อน และประสานไปยังแหล่งพัฒนาพื้นที่ไทย-มาเลเซีย (JDA) ขอซื้อก๊าซเพิ่มเติมจาก A18 และ B17 ซึ่งทั้งหมดเป็นการบริหารระยะสั้นและกลางเพื่อรอช่วงการประมูลรอบ 24 มาเติมความมั่นคงเพิ่มในระยะยาว” นายสราวุธกล่าว

อย่างไรก็ตาม คาดว่าระยะไม่เกิน 1 ปีครึ่ง ปตท.สผ.จะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซที่หายไปในแหล่งเอราวัณได้ตามสัญญาคือ 800 ลูกบาศก์ฟุต/วัน หรือเร็วกว่าที่ประเมินไว้ที่ 2 ปี

สำหรับปี 2564 ที่ผ่านมา กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้นำส่งรายได้เข้ารัฐในรูปแบบ“ค่าภาคหลวง” “ผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษ” “รายได้จากพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย” และรายได้อื่น ๆ เช่น ค่าตอบแทนการต่อระยะเวลาผลิตได้จำนวน 53,637 ล้านบาท ในส่วนของภาษีเงินได้ปิโตรเลียมที่จัดเก็บโดยกระทรวงการคลังเป็นจำนวน 49,948 ล้านบาท รวม 103,585 ล้านบาท พร้อมคาดการณ์ว่าปี 2565 ประมาณการตัวเลขธุรกิจปิโตรเลียมน่าจะอยู่ที่ 100,000-200,000 ล้านบาท

ส่วนการเปิดให้ยื่นสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 24 ในอ่าวไทยของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ด้วยการใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต หรือ PSC นั้น ได้มีการตั้งข้อสังเกตในหมู่ผู้เกี่ยวข้องว่าระบบ PSC จะจูงใจให้ผู้สนใจเข้ามาสำรวจและผลิตมากน้อยเพียงใด เนื่องจากแปลงที่เปิดให้สำรวจนั้น น่าจะมีศักยภาพน้อยกว่าแหล่งเอราวัณ-บงกชมาก ซึ่งทุกคนทราบดีว่าในอ่าวไทยไม่น่าจะมีแปลงไหนที่มีก๊าซมากกว่าแหล่งดังกล่าวอีกแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...