โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คำเล่าลือรัชกาลที่ 6 “มีพระชายาไม่ได้” และคำอธิบายจากเจ้านายที่ถวายรับใช้ใกล้ชิด

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 07 ต.ค. 2565 เวลา 04.52 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2565 เวลา 04.47 น.
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงฉลองพระองค์อย่างอยู่กับบ้าน ประทับฉายพระบรมฉายาลักษณ์พร้อมด้วย ย่าเหล สุนัขทรงเลี้ยง

ตอนหนึ่งในเรื่อง “พระราชวงศ์จักรี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 (สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น สมัยรัชกาลที่ 6)” (สนพ.มติชน, มีนาคม 2561) หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล ทรงนิพนธ์เกี่ยวกับเรื่อง การทรงเป็นโสดของรัชกาลที่ 6 จนทรงถูกติเตียนเรื่องพระมเหสี และคำเล่าลือว่า “พระองค์มีพระชายาไม่ได้”

ท่านหญิงพูนทรงมีข้อมูลเรื่องราวดังกล่าวได้อย่างไร

นั่นก็เป็นเพราะว่า “หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล ทรงเป็นอนุวงศ์ฝ่ายในเพียงองค์เดียวที่ได้มีโอกาสถวายการรับใช้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยใกล้ชิด ได้รับพระมาหากรุณาธิคุณเป็นอเนกประการนับแต่เสด็จเสวยศิริราชสมบัติ…” (หม่อมราชวงศ์ศุภดิศ ดิศกุล. “คำปรารภ” ใน, “พระราชวงศ์จักรี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ฯ)”

งานนิพนธ์ของหม่อมเจ้าพูนพิศมัย ได้อธิบายเรื่องดังกล่าวไว้ดังนี้ [จัดย่อหน้าใหม่และสั่งเน้นคำโดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนรรม]

ในเรื่องพระมเหษีนั้น เป็นเรื่องหนึ่งที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว [รัชกาลที่ 6] ทรงถูกติเตียน ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ ข้าพเจ้า [หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล] ได้ยิน, ได้ฟัง, ได้อ่านจนวิงเวียนด้วยความเศร้าใจ. ฉะนั้นในที่นี้, เราจะต้องพูดกันให้เข้าใจว่าเป็นมาอย่างไรตั้งแต่ต้น โดยความเที่ยงตรงไม่โอนเอียงเข้าแก่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด. เพราะถ้าถามข้างไหนข้างนั้นก็ย่อมจะต้องเห็นอีกฝ่ายหนึ่งผิดเป็นธรรมดา

ข้าพเจ้าได้พยายามเรียนเรื่องนี้มาช้านานแล้ว, ก็ยังไม่ได้รู้เท่าที่พอใจจะรู้, จนพระเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตแล้วถึง 10 ปีกว่า จึงมีโอกาสได้สนทนากับท่านผู้มีชื่อต่างๆ นี้เกือบจะทุกคน, ข้าพเจ้าจะไม่กล่าวว่าได้รู้จากผู้ใดโดยไม่จำเป็น, ทั้งนี้ไม่มีความประสงค์จะให้เขาหมางใจกันต่อไปอีก. ขอรับรองแต่ว่าได้รู้จากปากที่ 1 ทั้งนั้น.

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช [รัชกาลที่ 6] ของเราเสด็จกลับจากยุโรปเข้ามาเมืองไทยเมื่อพระชันษา 22 ปีแล้ว. พระรูปโฉมโนมพรรณ์ราวกับหล่อด้วยพระจันทร์สว่างไสว พระเกียรติยศยิ่งใหญ่ รองแต่พระเจ้าแผ่นดินลงมาเท่านั้น. ใครเล่าจะไม่มุ่งมาดปรารถนา! แต่-พระองค์ก็เสด็จอยู่เป็นโสดต่อมาโดยมิได้ด่างพร้อยวี่แววในเรื่องผู้หญิงเลย. เพราะถ้ามีเรื่องอะไร, แม้นิดหนึ่ง ก็จะต้องโจทย์กันแซ่ จนเราเบื่อหน่ายที่จะฟัง.

ด้วยมนุษย์สนุกในการพูดเรื่อง Sex Affair เป็นอย่างยิ่ง โดยฉะเพาะในบางกอกด้วยแล้ว, เกือบไม่พูดเรื่องอื่นกันเลยทีเดียว. มีคนพูดว่าทรงมีพระชายาไม่ได้. อนิจจา คนที่มีอำนาจบังคับตนเองได้เป็นพิเศษ แทนที่จะได้รับการชมเชยหรือบูชา กลับถูกหาว่าเป็นผู้ไม่ปรกติ! โลกนี้ช่างสกปรกจริงๆ.

เจ้าหญิงแมรี [พระนามเดิม Grand Duchess Maria Pavlovna of Russia] ของสวีเดนเมื่อเข้ามาในงานบรมราชาภิเศกได้เฟลิทพระเจ้าอยู่หัวจนคนลือไปพักหนึ่ง แต่แล้วเจ้าหญิงองค์นี้เองได้ตรัสกับพวกเจ้าๆ ว่า-“มีได้, ทำไมจะมีไม่ได้” บางคนแอบกระซิบนินทาว่า-ไม่เคยรู้รสแตะต้องผู้หญิงเท่านั้น.

ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าได้เคยเห็นผู้หญิงเข้ากอดปล้ำด้วยทำเป็นเด็กครึ่งสาวครึ่งด้วยตาข้าพเจ้าเองทีเดียว. เด็จลุงสรรพสาตร์ฯ [พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ] ยังได้ตรัสว่า-“แหม, เรานึกว่าเมียท่านอีก” แต่พระเจ้าอยู่หัวก็ตรัสไล่ว่า-“อย่ากวนน่า” ทุกที. ฉะนั้นคำกล่าวหานี้จึงไม่มีความจริงอย่างใด ภายหลังต่อมาเมื่อมีเรื่อง Wallis Simpson ขึ้นแล้ว, มีคนกล่าวกันว่า King George กับ Queen Mary ก็ทรงผิดอย่างเดียวกับสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงและสมเด็จพระพันปี. เพราะถ้าทรงบังคับให้มีพระชายาเสียแต่ในเวลาทรงเป็นสมเด็จพระบรมฯ แล้วก็จะไม่มีเรื่องอื่นเกิดขึ้นได้เช่นนี้.

ข้าพเจ้าขอเป็นทนายถวายทั้ง 4 พระองค์นี้สักหน่อยเถิด. ถ้าท่านอ่าน Memoir ของ Prince Christopher of Greece ท่านก็จะเห็นได้ว่าแม้ Queen Alexandra ผู้ทรงเป็นสมเด็จย่าก็ยังได้ทรงจัดการแนะนำให้ Prince of Wales ทรงแต่งงาน. สมเด็จพระพันปีก็ได้ทรงจัดการกับสมเด็จพระบรมฯ ของเราอย่างเดียวกัน, ทรงแนะนำเจ้าหญิงต่างๆ ที่ทรงเห็นเหมาะ, แต่เพอินอย่างเดียวกันที่ๆ เหมาะก็ไม่ถูก taste ของผู้รับ. ฉะนั้นจึงทรงได้คำตอบเดียวกันว่า “ขอให้รักจึงจะมีความสุข!” และทั้งสมเด็จพระชนกและชนนีก็ทรงคอยด้วยความหวังความเชื่อในพระราชโอรสว่าจะทรงเลือกเองได้ดี, ด้วยกันทั้ง 4 พระองค์ แต่สิ่งใดจะเกิด สิ่งนั้นย่อมเกิด, หนีไม่พ้น!

ครั้นถึงเวลาสมเด็จพระบรมฯ เสด็จขึ้นเสวยราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดิน. ท่านเอ๋ย, พระมหากษัตริย์หนุ่ม, อันไม่ต้องช่วงชิง หรือรับเหลือมาจากผู้หนึ่งผู้ใดโดยฉะเพาะในเมืองไทยนั้นเป็นของหาไม่ได้ง่ายๆ ทั้งพระราชนิพนธ์ที่ทรงไว้ต่างๆ ในเรื่องผู้หญิงก็ไม่มีสิ่งที่จะกล่าวว่าผู้หญิงว่าไม่ดี, มีการเข้าด้วยและสงสารอยู่เสมอตามแบบ Educated Gentleman.

ฉะนั้นผู้หญิงทั้งที่มี brain และที่เป็น adventuress ก็จำจะต้องไฝ่ฝันกันทุกคน. พระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเป็นพระจันทร์อันกระต่ายหมายปองอยู่รอบด้วย. ข้าพเจ้าไม่ติเตียนผู้หญิงที่ไฝ่ฝันนั้นเลยจนคนเดียว, เพราะทุกคนก็ต้องอยากได้ของที่ดีที่สุดด้วยกันทั้งนั้น, แต่ถ้าผู้ใดไฝ่ฝันจนถึงใส่ร้ายกันเพื่อช่วงชิง ก็จำต้องเห็นว่า-มากไปสักหน่อย!

ตามธรรมเนียมในเวลาเสด็จขึ้นพระราชมณเฑียรในงานบรมราชาภิเศก, ท้าววรจันทร์จะต้องทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อหญิงบรรดาศักดิ์ 12 คน เพื่อทรงใช้สอยปฏิบัติจึงเรียกว่า 12 พระกำนัล และท้าวทรงกันดาร-ถวายพวกกุญแจคลังทั้งสิ้นในพระบรมมหาราชวัง. พอเริ่มจัดงานก่อนวันบรมราชาภิเศก, พระเจ้าอยู่หัวก็ทูลสมเด็จพระราชชนนีว่า “หน้าที่ท้าววรจันทร์นั้น ขอประทานเลิกเสียที เพราะออกจะพ้นสมัยแล้ว!” ก็เป็นอันไม่มีการถวาย 12 พระกำนัล,

ผู้หญิงสาวต้องผ่านโชคลาภไปถึงหนึ่งโหล, น่าสงสารนัก! แต่สมเด็จพระพันปีก็ได้ทรงเลือกเจ้าหญิงถวายอีกองค์หนึ่งเหมือนกัน, แต่พระเจ้าอยู่หัวได้ตรัสว่า-“ ก็ฉันไม่รักนี่นา” แล้วก็เลยลื่นกันไปอีกครั้งหนึ่ง.

อ่านเพิ่มเติม :

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 มกราคม 2565

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...