ย้อนเวลามาเป็นภรรยาที่แสนดี ยุค 80
ข้อมูลเบื้องต้น
แก้วตาฝันถึงหญิงสาวคนหนึ่งมาตลอดสองปี ทุกสิ่งทุกอย่างที่หญิงสาวทำนั้นเลวร้าย และเพราะการกระทำของหญิงสาวที่ทำให้น้องชายทั้งสอง และชายที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น สามีของตนเอง ต้องพบเจอความยากลำบาก และตายอย่างอนาถด้วย
และเมื่อเธอได้รู้ว่าผู้หญิงในฝันคือตัวของเธอในอดีตชาติก็ตกใจแทบจะสิ้นสติ และเมื่อได้รับโอกาสให้กลับไปแก้ไข เธอก็ตอบตกลงทันที
นิยายเรื่องนี้ไม่อิงประวัติศาสตร์นะคะ แต่งตามจินตนาการที่อยากจะให้เป็นเท่านั้น อาจมีคำผิดบ้างนะคะ กรุณาคอมเมนท์อย่างสุภาพด้วยค่ะ
ยอมรับ
แก้วตาฝันถึงครอบครัวหนึ่งมาตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมาเธอฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาสะสวย รูปร่างอวบอิ่มกำลังดี อายุเพียง 18 ปี แต่งงานแล้วกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีอายุมากกว่า สองปี นอกจากนี้ผู้หญิงในฝันของเธอเป็นคนนิสัยไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ลับหลังสามีมักจะแอบไปพบและพูดคุยกับ ผู้ชายคนอื่น ๆ มักจะประชดด้วยการฆ่าตัวตายอยู่หลายครั้งแต่ทุกครั้งล้วนไม่สำเร็จ
จนกระทั่งวันหนึ่งผู้หญิงคนนั้นตัดสินใจที่จะหนีตามชายอื่นไปเพียงเพราะว่าเขาเป็นคนร่ำรวย แม้ว่าจะหน้าตาไม่หล่อเหลา สู้สามีของตนเองไม่ได้ก็ตาม นอกจากนี้ยังทิ้งน้องๆของตนเองเอาไว้ให้เป็นภาระของสามีอีกสองคนด้วย ส่วนน้องสาวของสามีก็ถูกเธอจับให้แต่งงานกับชายหนุ่มต่างหมู่บ้านเพื่อหวังค่าสินสอดจำนวนหนึ่งจากเขา
" ผู้หญิงอะไร ทำไมนิสัยแย่แบบนี้วะ " แก้วตาเอ่ยต่อว่าทุกๆครั้งเมื่อเธอตื่นนอน
" เธออยากจะกลับไปแก้ไขอดีตของตนเองไหมล่ะแก้วตา "
" นั่นใคร เสียงใคร ออกมานะ " แก้วตาตวาดลั่นบ้าน เมื่อมีเสียงของคนอื่นในบ้านดังขึ้น บ้านหลังนี้คือสมบัติชิ้นเดียวที่แม่ของเธอทิ้งเอาไว้ก่อนที่จะตายจากไปเมื่อสิบปีก่อน และเธอก็อาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้แค่คนเดียว !
" แน่ใจหรือว่าอยากให้เราออกไป ไม่กลัวแน่หรอ "
" ไม่กลัว ออกมาซะดีๆไม่งั้นฉันจะ… "
พรึ่บ ! ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าทำเอาแก้วตาตกใจแทบจะหัวใจวายตาย
" เฮ้ย ตกใจหมด "
" หึหึ ว่ายังไงอยากกลับไปแก้ไขอดีตของตนเองหรือเปล่า "
" แก้ไขอะไร อดีตอะไร ฉันงงไปหมดแล้ว " แก้วตาเอ่ยถามอย่างมึนงง
" เหตุการณ์ในฝันของเธอ คือเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาของเธอยังไงล่ะ ผู้หญิงที่เธอต่อว่านั่น ก็คือตัวของเธอเองในอดีตกาล รู้หรือไม่ว่าเพราะเธอที่ทำให้น้องๆต้องมีชีวิตที่ยากลำบาก ตายอย่างอนาถ ส่วนผู้ชายคนนั้นที่รักเธอก็ไม่ต่างกัน มีชีวิตที่… ก็อย่างที่เธอเห็นในฝันนั่นแหละ "
ใช่แล้วในฝันของเธอผู้ชายทั้งสามคนนั้นมีชีวิตที่อดสูอย่างมาก น้องชายต้องใช้ชีวิตไม่ต่างจากโจร สุดท้ายแล้วก็ถูกฆ่าตายข้างถนน เพราะไร้การอบรมสั่งสอนในสิ่งที่ถูกที่ควร
ส่วนเขาที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีนั้นก็ถูกจับตัวไปทำงานในเหมืองที่ห่างไกลแทนน้องชายทั้งสองของเธอ อดมื้อกินมื้อ ซึ่งอาหารที่ได้กินก็เป็นแค่เศษข้าวและน้ำต้มผักเท่านั้น ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำจนตาย
" เพราะฉัน งั้นหรอ พวกเขาถึง … " เธอเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องพวกนั้นคือเรื่องจริง !!
" อืม ตกลงว่า … "
" แต่ฉันไม่รู้ว่าที่นั่นเป็นยังไง แล้วฉันจะใช้ชีวิตที่นั่นได้ยังไง "
" ไม่ต้องห่วงขอแค่เธอตอบตกลงที่จะกลับไปแก้ไข เราก็มีตัวช่วยให้เธอ มันคือมิติจิต สำหรับใส่สิ่งของไม่เน่าเสียและคงสภาพเดิม ใส่ของได้ไม่จำกัด เพียงแต่ว่าของที่ใส่เข้าไปจะไม่เพิ่มจำนวน ใส่ไปแค่ไหนก็แค่นั้น หมดก็คือหมด "
" แต่ฉันจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อของกัน ทำไมคุณไม่ให้สิ่งของมาเลยล่ะ "
" นี่ละนะที่เบื้องบนมักจะพูดเสมอว่า มนุษย์อย่างพวกเธอมีแต่ความโลภ ไม่รู้จักพอในสิ่งที่ตนเองมี "
" นี่ ฉันไม่ได้โลภ แต่ว่า ฉันตัวคนเดียวหาเช้ากินค่ำจะเอาเงินที่ไหนมาเก็บ "
" เอาเถอะ ๆ เราไม่อยากจะเสียเวลามาโต้เถียงกับเธอหรอกนะ แค่นี้พอไหม " ชายหนุ่มเอ่ยถามในขณะที่เสียงข้อความเข้าในโทรศัพท์มือถือของแก้วตาดังขึ้น
' ยอดเงินในบัญชีมีจำนวน 10,000,000 ฿ '
" สิบล้าน !! นี่มัน …"
" พอไหม ? " ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างไม่พอใจสักเท่าไหร่
" พะ พอ พอยิ่งกว่าพอ "
" ก็แค่นั้น รีบเตรียมตัว ให้เวลาสามวันเท่านั้น ไม่ต้องกลัวว่าจะเจ็บปวดตอนตาย เราไปล่ะ " ชายหนุ่มเอ่ยบอกแล้วหายตัวไปปล่อยให้แก้วตายืนตะลึงกับจำนวนเงินในบัญชีของตนเอง
' แม่เจ้าเว้ย สิบล้าน เกิดมา 32 ปี เพิ่งจะเคยมีเงินมากขนาดนี้ ' เธอเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น
" เหลือเวลา 2 วัน 23 ชั่วโมง " เมื่อถูกเสียงของชายหนุ่มเอ่ยเตือนเธอก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที เพื่อที่จะออกไปซื้อของเข้ามิติจิตของตนเอง
เธอเริ่มจากเช่าโกดังเพื่อรองรับข้าวของที่เธอจะสั่งซื้อก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งเจ้าของโกดังนี้ก็คือเจ้านายของเพื่อนสนิทเธอเอง เขาเป็นคนใจดีมีเมตตามักช่วยเหลือเธอและเพื่อนอยู่เสมอ และที่สำคัญเขาไม่ค่อยถามอะไรมากมายนัก เธอจึงสะดวกใจที่จะเช่าโกดังของเขา
หลังจากนั้นแก้วตาก็นั่งรถโดยสารมุ่งหน้าไปยังร้านขายของเก่าและรถคลาสสิคร้านนี้ตั้งอยู่แถวชานเมือง
แก้วตาเข้ามาสำรวจในร้านพบว่ามีของเก่าแปลกตามากมายแน่นอนว่าที่นี่มีรถจักรยานยี่ห้อดังและจักรยานพ่วงข้างที่ดูแล้วทางร้านตกแต่งและดูแลมันเป็นอย่างดีรวมทั้งรถมอเตอร์ไซค์ที่มีอยู่ในยุคนั้น..
เตรียมตัว
ทันทีที่เธอเห็นก็รีบไปถามไถ่ราคาของรถถึงแม้มันจะมีราคาที่สูงก็ตาม แต่เธอถือว่ามันเป็นสิ่งที่จำเป็นจึงตัดสินใจซื้อมาอย่างละคัน ทั้งรถจักรยาน รถมอเตอร์ไซค์ และจักรยานพ่วงข้าง โดยให้ทางร้านนำไปส่งยังโกดังที่เธอเช่าเอาไว้
ต่อจากนั้นเธอก็มุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุด แม้จะไม่แน่ใจว่าในยุคนั้นมีไฟฟ้าใช้แล้วหรือยังแต่เธอก็ยังเลือกซื้อทีวี เครื่องซักผ้า ตู้เย็น พัดลมและแอร์รวมทั้งเครื่องอบขนมไฟฟ้าติดไปด้วย และแน่นอนว่า หลอดไฟขนาดต่าง ๆเธอก็ซื้อติดไปเช่นกัน
เสร็จแล้วเธอก็มุ่งหน้าไปยังแผนกเครื่องสำอางเธอเดินเข้าไปสั่งกับพนักงาน สั่งเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็น แป้งทาหน้า ลิปสติก บรัชออน หรือแม้แต่ดินสอเขียนคิ้วอย่างละ 100 ลัง ซึ่งคละสีกันไป
เมื่อครบตามที่ต้องการแล้วแก้วตาก็เข้ามายังแผนกครีมบำรุงผิว เธอสั่งครีมทาหน้าครีมบำรุงผิวแบรนด์ดังทุกยี่ห้อจำนวนทั้งหมด 200 ลัง และนอกจากนี้ยังมีของใช้อื่น ๆเช่นสบู่ เธอเลือกเป็นสบู่ก้อนที่มีกลิ่นต่าง ๆ อย่างละ 100 ลัง รวมทั้งสิ้น 1,200 ลัง
นอกจากนี้ยังมีแปรงสีฟันและยาสีฟันรวมทั้งผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มอีกจำนวน 500 ลังด้วย
เครื่องปรุงรสอาหารไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลเกลือ น้ำมัน เครื่องเทศ หรือซอสปรุงรสต่าง ๆรวมทั้งหมด 1,000 ลัง
ต่อจากนั้นก็ไปที่แผนกเครื่องนอน เธอสั่งที่นอนแบบหนานุ่มและแบบบางแต่นุ่มรวมทั้งที่นอนปิกนิกผ้าห่มผ้านวมที่เป็นสีพื้นทั้งหมดรวมแล้ว 20 ชุด
กว่าจะซื้อของทั้งหมดเสร็จในวันนี้ก็ใกล้เวลาที่ห้างจะปิดแล้วเธอจึงขอให้ทางห้างนำสินค้าที่เธอซื้อไปส่งที่โกดัง ส่วนตัวเธอนั้นกลับไปพักผ่อนที่บ้าน ตั้งใจว่าวันพรุ่งนี้จะเข้าไปเก็บของในโกดังเข้ามิติ
เช้าวันใหม่..เป็นอีกวันถ้านับตามกำหนดก็คือวันที่ 2 เธอยังมีข้าวของอีกมากมายที่ยังไม่ได้เลือกซื้อ
เริ่มต้นวันนี้ด้วยการสั่งอาหารปรุงสุกสำเร็จรูปมาจากแอพดัง โดยจัดส่งที่บ้านของเธอเองเธอใช้เวลาในการสั่งอาหารราวๆ 2 ชั่วโมงก่อนที่จะออกไปยังโกดัง
เมื่อมาถึงก็จัดการเก็บข้าวของทั้งหมดในโกดังเข้าสู่มิติจิตของตนเองซึ่งเธอใช้เวลาไปทั้งหมด 4 ชั่วโมงด้วยกัน
หลังจากนั้นเธอก็มุ่งหน้าไปที่ตลาดค้าส่งแถบชานเมือง ซึ่งที่นี่มีทั้งผักและผลไม้ต่าง ๆมากมาย โดยเริ่มจากผักสดนานาชนิดอย่างละ 10 กิโลกรัม
ส่วนผลไม้นั้นเธอซื้อมาแบบยกลัง ซึ้งมากกว่า 100 ลัง และให้ทางร้านนำไปส่งไว้ที่โกดังเช่นเดิม โดยที่เธอก็ตามไปที่โกดังเพื่อเก็บผักและผลไม้เข้ามิติก่อนที่มันจะเน่าเสียเพราะอากาศร้อน
หมดเวลาไปอีกหนึ่งวัน ..พรุ่งนี้คือวันสุดท้ายที่เธอเหลืออยู่
วันนี้เธอมาที่โรงฆ่าสัตว์เพื่อสั่งซื้อเนื้อหมูเนื้อวัวและเนื้อไก่รวมทั้งเนื้อเป็ดโดยให้ทางโรงฆ่าสัตว์แยกชิ้นส่วนต่าง ๆให้เธอรวมทั้งสิ้น 1,000 กิโลกรัม
และไข่ไก่ไข่เป็ดอย่างละ 500 แพงด้วย
จากนั้นเธอก็ไปที่ตลาดสดซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงฆ่าสัตว์นักแก้วตาเดินดูข้าวของในตลาดไปเรื่อย ๆสิ่งที่ทำให้เธอดีใจที่สุดก็คือร้านจำหน่ายอาหารทะเลที่ยังสดใหม่
" สวัสดีค่ะพวกปลาหอยพวกนี้ไม่ทราบว่ามีคนจองหรือเปล่าคะ " แก้วตาเข้าไปถามกับคนที่อยู่ในร้านซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นคนงานหรือเป็นเจ้าของ
" ของในร้านยังไม่มีใครจองหรอกจ้ะเพิ่งมาถึงใหม่ๆ "
" ถ้าอย่างนั้นฉันขอเหมาหมดเลยค่ะพร้อมโอนค่ะ " เธอเอ่ยบอกไปทันที
" ได้เลยจ้ะ " หลังจากนั้นในร้านก็ยุ่งวุ่นวายเพราะเตรียมอาหารทะเลที่เธอเหมาและนำไปส่งให้ที่โกดัง ส่วนจำนวนนั้นคือกุ้ง 100 กิโลกรัมปลาหมึก 100 กิโลกรัมปู 50 กิโลกรัมและปลาทะเลอีก 320 โล
เมื่อมาถึงโกดังแก้วตาก็นึกขึ้นได้ว่าเธอยังไม่ได้ซื้อข้าวสารและแป้งสำหรับทำอาหารเลยสักนิด เธอจึงรีบกวาดข้าวของทั้งหมดในโกดังเข้าสู่มิติ จากนั้นก็กลับไปที่ตลาดอีกครั้งเพื่อสั่งซื้อข้าวสารและแป้งสำหรับทำอาหาร โดยสั่งมาทั้งหมด 2,000 กิโลกรัม เมื่อเห็นว่าทุกอย่างครบแล้วจึงมุ่งหน้าที่จะกลับไปบ้านแต่ในขณะนั้นเองเธอก็นึกขึ้นได้ว่ายังขาดอีก 2 อย่างนั่นก็คือยาสามัญประจำบ้านและผ้าอนามัยสำหรับตัวเอง
เธอแวะร้านขายยาแถวตลาดโดยใช้ข้ออ้างว่าจะนำไปบริจาคทางร้านจึงแพ็คใส่กล่องให้เป็นอย่างดีพร้อมทั้งนำไปส่งที่บ้านของเธอด้วย
ตอนนี้ก็เหลือแค่ผ้าอนามัยเธอไปที่ร้านสะดวกซื้อจากนั้นก็กวาดผ้าอนามัยทุกยี่ห้อทุกขนาดใส่ในตะกร้าก่อนจะคิดเงินและกลับไปยังบ้านเพื่อพักผ่อน
ถังชิงหลัน
เธอเข้ามาสำรวจในมิติจิตอีกครั้งพบว่าข้าวของทั้งหมดที่เธอซื้อมาใน 3 วันนี้ถูกจัดเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อย แยกหมวดหมู่อย่างชัดเจนเธอรู้สึกสบายขึ้นมากอย่างน้อยข้าวของในนี้ก็สามารถสร้างรายได้ให้กับเธอเมื่อเธอต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในยุคนั้น
แก้วตาไหว้พระสวดมนต์เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะนอนหลับไปและแน่นอนว่าเธอได้กลับไปสู่อดีตยุค 80 แล้ว ….
หลังจากที่เธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำของร่างนี้ซึ่งก็คือ ถังชิงหลันอายุ 18 ปี มีน้องชายสองคน ชื่อว่า ถังชิงหลงอายุ 13 ปี และถังชิงหลิน อายุ 10 ปี อาศัยอยู่ด้วยกันที่บ้านสกุลถังเพียงสามคนพี่น้อง เพราะพ่อแม่ของทั้งสามคนนั้นได้ตายจากไป 4 ปีแล้ว
ส่วนบ้านที่อยู่ติดกันก็คือบ้านของลู่เทียน อายุ 20 ปี ซึ่งก็คือสามีของถังชิงหลันนั่นเอง บ้านลู่ไม่ต่างจากครอบครัวของเธอ ลู่เทียนมีน้องสาวหนึ่งคน ชื่อว่า ลู่อิง อายุ 15 ปี พวกเขาอยู่กันสองคนพี่น้อง หลังจากที่พ่อแม่ของเขาถูกสัตว์ป่ากันตายเมื่อครั้งที่สัตว์ป่าออกอาละวาดเมื่อสิบปีก่อน
ส่วนการแต่งงานของถังชิงหลัน และลู่เทียนนั้นเกิดขึ้นจากคำสัญญาของพ่อแม่ที่ทั้งสองครอบครัวเป็นเพื่อนกันมานาน ต่างต้องการให้ทั้งคู่ดูแลซึ่งกันและกัน เมื่อถังชิงหลันอายุครบ 16 ปี
โดยที่การแต่งงานของทั้งคู่ถูกจัดขึ้นโดยชาวบ้านในหมู่บ้านที่ได้รับการฝากฝังจากสองครอบครัวก่อนที่จะตายจากไป !
" พี่ใหญ่.. พี่ใหญ่ พี่ฟื้นแล้ว " เสียงร้องของถังชิงหลงดังขึ้น ทำให้คนอื่น ๆในบ้านรีบเข้ามาดูด้วย
" พี่ไม่เป็นอะไรแล้ว อาหลง ขอน้ำให้พี่หน่อย " แก้วตาที่ตอนนี้อยู่ในร่างของถังชิงหลันเอ่ยบอกกับน้องชาย
" น้ำมาแล้วพี่ใหญ่ ค่อยๆดื่ม " ถังชิงหลง
" พี่ใหญ่อย่าทิ้งพวกเราไปเลยนะครับ " ครานี้เป็นถังชิงหลินเอ่ยขึ้นมา โดยมีสองพี่น้องบ้านลู่ยืนมองอยู่ไม่ห่าง เพราะก่อนหน้านี้ที่ถังชิงหลันกระโดดน้ำหวังจะฆ่าตัวตายเพราะต้องการหนีอายที่ถูกชาวบ้านพบเห็นว่าเธอแอบนัดพบชายอื่นที่นอกหมู่บ้าน
" อาหลง อาหลิน พี่ขอโทษ พี่ พี่สัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก " เธอเอ่ยขอโทษน้องชายทั้งสองก่อนจะช้อนสายตาไปมองชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีของตนเองด้วย
" พี่คะ ฉันขอโทษ อภัยให้ฉันได้ไหม ฉันสัญญาว่าต่อจากนี้ไปฉันจะเป็นภรรยาที่ดีไม่นอกลู่นอกทางอีก " ลู่เทียนยืนฟังเงียบๆเขาไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา เขารู้ดีว่าเธอไม่ได้มีใจให้กับเขาเหมือนที่เขาแอบรักเธอมาตั้งแต่ที่รู้จากปากพ่อกับแม่ว่าในอนาคตเขาต้องแต่งเธอเป็นภรรยา
" ชิงหลัน ถ้าหากเธอต้องการจะหย่า พี่จะไม่ห้าม "
" ไม่ค่ะ ฉันไม่หย่า ฉันแค่จะขอโอกาสจากพี่สักครั้งเท่านั้น " ถังชิงหลันเอ่ยบอกอย่างร้อนรน เพราะกลัวว่าเขาจะหย่าจากตนเอง เธอกลัวว่าเขาจะมีชีวิตที่อนาถเหมือนในฝันของเธอและเธอตั้งใจที่จะกลับมาแก้ไขอดีตให้มันดีขึ้นกว่าเดิม
ลู่เทียนเห็นสายตาที่สำนึกผิดของหญิงสาวในใจก็อ่อนยวบเพียงแต่เขายังไม่วางใจสักเท่าไหร่ แต่เมื่อความรักที่เขามีให้เธอมันมากมายนักไม่ช้าเขาก็ตอบตกลงที่จะเริ่มต้นใหม่กับเธออีกครั้ง
" ได้ แต่เมื่อไหร่ที่เธอต้องการจะไปบอกกับพี่ดีๆอย่าทำแบบนี้อีก "
" ค่ะ ฉันจะไม่ทำอีกแล้ว ขอบคุณทุกคนที่ให้ฉันได้แก้ไขสิ่งที่ฉันทำผิด "
โครกกก เสียงท้องของใครบางคนดังขึ้นเพราะความหิว !
" เอ่อ คือ … " ถังชิงหลันรู้สึกเขินอายไม่น้อยที่ท้องเจ้ากรรมดันร้องขึ้นมา
" เสี่ยวอิง ยกข้าวมาให้พี่สะใภ้หน่อย " ลู่เทียนเอ่ยบอกกับน้องสาวที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ เด็กสาวมองหน้าของพี่ชายก่อนจะออกไปยกข้าวที่ต้มเอาไว้ในครัวมาให้พี่สะใภ้กิน
ถังชิงหลันนึกขึ้นได้ว่าเธอทำผิดต่อน้องสามีคนนี้เอาไว้จึงอยากจะเอ่ยคำขอโทษออกมา แต่เมื่อเห็นสายตาที่มีความโกรธของหล่อน เธอก็ได้แต่เงียบเอาไว้ รอให้เวลาผ่านไปอีกสักนิดแล้วค่อยเอ่ยก็คงไม่สายไป …
' ในเมื่อตอนนี้ฉันคือ ถังชิงหลัน ต่อจากนี้ไปฉันจะแก้ไขมันให้ดีที่สุด '
รุ่งเช้าของวันใหม่มาเยือนตามด้วยเสียงดังแว่วมาจากในครัว คาดว่าลู่อิงคงตื่นขึ้นมาแล้ว ถังชิงหลินจึงลุกออกจากเตียงอย่างแผ่วเบาด้วยเพราะเมื่อคืนนี้น้องชายทั้งสองนอนอยู่ในห้องของเธอด้วย ส่วนลู่เทียนนั้นนอนที่ห้องของตนเอง พวกเขานอนแยกห้องกันมาตั้งแต่แต่งงานแล้ว
" เสี่ยวอิง มีอะไรให้พี่ช่วยไหม "
" ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่หุงข้าวกับต้มผักก็เสร็จแล้ว "
" หมายความว่ายังไง? ทำไมมีแค่นี้ล่ะ " เธอเอ่ยถามเพราะเธอจำได้ลางๆ ว่าอาหารของสองบ้านนั้นมีไม่น้อย แต่เธอหลงลืมไปว่าตนเองแอบนำอาหารทั้งหมดไปขายจนไม่เหลือ
" นี่พี่คงลืมใช่ไหมว่าตัวเองทำอะไรไว้บ้างน่ะ พี่เอาอาหารในบ้านไปขาย พี่ลืมแล้วหรอ " ลู่อิงเอ่ยถามเสียงดัง ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา