ย้อนเวลากลับมาเป็นซูเปอร์สตาร์ (BL)(END)
นิยาย Dek-D
อัพเดต 21 ต.ค. 2566 เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2566 เวลา 09.59 น. • เรียกเราว่าคุมหม๋าข้อมูลเบื้องต้น
ย้อนเวลากลับมาเป็นซูเปอร์สตาร์
เขาได้ย้อนเวลากลับมาอีกครั้งในช่วงวัยเด็ก
และหากนี่คือปฏิหาริย์ที่พระเจ้าได้ประทานมาให้
เขาก็จะใช้ชีวิตที่สองให้มีความสุขที่สุด
กับครอบครัวที่เขารักที่สุด
เล่นแท็กทวิตได้
#ซูเปอร์สตาร์อันดับหนึ่ง
ทวิตเตอร์นักเขียน @kumdog24
(มีติดเหรียญ)
สวัสดีนักอ่านทุกท่านค่ะ
ยินดีต้อนรับเข้าสู่นิยายเรื่อง
"ย้อนเวลากลับมาเป็นซูเปอร์สตาร์"
เป็นเรื่องราวของหนูน้อยอ้ายชิง หรือเสี่ยวอ้าย
จากเรื่อง"การเกิดใหม่ของราชาวงการบันเทิง"<<จิ้ม
ฝากติดตามเส้นทางชีวิตของหนูน้อยคนนี้ด้วยนะคะ
คำเตือน
Trigger warning จะแปะในทุกตอนที่มีนะคะ
รบกวนคอมเม้นด้วยความสุภาพ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
มีติดเหรียญ
สามารถสนับสนุนนักเขียนได้ทาง >>>>กดโดเนท
ย้อนกลับมาอีกครั้ง
(คำเตือนตัวโต มีฉากฆ่าตัวตาย มีฉากบรรยายความรู้สึกตอนเสียชีวิต)
สิ่งที่ร้ายที่สุดในขีวิตของอ้ายชิงคือตระกูลล่มสลายและคุณอาเสียชีวิต อ้ายชิงเหลือเพียงตัวคนเดียวในโลกที่แสนโหดร้ายเขาใคร่ครวญตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า ตั้งแต่เกิดมาจนถึงอายุเพียงแค่ยี่สิบปี คุณอาชิวหยางที่เป็นเพียงที่พึ่งสุดท้ายก็ได้จากเขาไปอย่างไม่มีวันกลับมา เพื่อนที่เคยคิดว่าสนิทสนมกลับหักหลังเหยียบย้ำเขาลงเพื่อที่ตนจะได้ไปถึงจุดมุ่งหมาย ส่วนคนรักที่เคยคิดว่าจะรักกันจนวันตายกลับทอดทิ้งไปพอเขาหมดสิ้นทุกอย่าง … อ้ายชิงถึงเพิ่งสำนึกรู้ว่าตอนที่เหลือตัวคนเดียว ความรักของคุณอาคือทุกสิ่ง
ร่างโปร่งของเด็กหนุ่มยืนอยู่ที่สะพานข้ามแม่น้ำ ทั้งชีวิตของอ้ายชิงช่างแสนสั้นเหลือเกิน เกิดมาเพียงยี่สิบปี เขาก็ตัดสินใจที่จะฆ่าตัวตาย บนโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถเหนี่ยวรั้งเขาได้อีกต่อไปแล้ว
พ่อแม่ คุณอา คนที่รักอ้ายชิงไม่มีใครเหลืออยู่สักคน
“พ่อครับ แม่ครับ คุณอา … ผมจะไปหาแล้วนะ”
อ้ายชิงเหม่อมองลงบนผิวน้ำ เขารู้ว่าหากเขาโดดลงไป ยังไงเสียก็คงไม่รอด แต่มันเป็นสิ่งที่อ้ายชิงคิดมาดีแล้ว เขาคิดทบทวนมาตั้งแต่ครั้งที่กำลังจัดงานศพของคุณอา จวบจนที่ฝังร่างของคุณอาไว้ที่สุสานประจำตระกูล อ้ายชิงถึงรู้ว่าบนโลกนี้เขาไม่เหลือใครให้รักอีกแล้ว และไม่มีใครรักที่เขาเลยแม้แต่คนเดียวขนาดตัวเขาเอง ยังไม่คิดจะรักตัวเองเลยสักครั้ง ตอนนี้อ้ายชิงไม่เหลือใครที่อยู่ข้างกายเลยสักคนเดียว เขาเลยตัดสินใจมาที่นี่ มาตายตรงนี้ ตรงที่เขาเคยช่วยใครคนหนึ่งไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะฆ่าตัวตาย และเป็นสถานที่สุดท้ายที่เขาจะตายเช่นกัน
“เหอะ … น่าสมเพชนะ เราเคยช่วยคุณไว้ แต่ตอนนี้เรากลับคิดที่จะมาตายเสียเอง ถ้าคุณรู้ จะผิดหวังไหมนะ”
แม้จะคร่ำครวญกับตัวเองสักแค่ไหน แต่อ้ายชิงก็ตัดสินใจแล้วว่าจะทำ ดังนั้นร่างสูงโปร่งของอ้ายชิงจึงปีนขึ้นไปนั่งบนราวสะพาน ก่อนจะเงยใบหน้ามองเหม่อไปยังบนฟากฟ้าที่แสงอาทิตย์เริ่มขึ้น คำขอสุดท้ายที่อ้ายชิงอยากจะขอกับทรวงสวรรค์หากว่าพระเจ้ามีจริง ขอให้ครอบครัวที่เขารักนั้น มีความสุขจริงๆ เสียที
“คุณหนูคะ คุณหนู ฮึก”
เสียงร้องไห้ของคนคุ้นเคยทำสติของอ้ายชิงตื่นขึ้นมาพร้อมพยายามสอดสายตาหาต้นเสียง และนั่นก็ทำให้เขาได้เจอคนคุ้นเคยอีกครั้ง
“คุณป้า”
เสียงเล็กๆ เรียกสติหญิงชราให้ทองมาที่เด็กน้อยแก้มป่องที่กำลังมองมาที่ตนตาแป๋ว
“คุณหนูตื่นแล้ว ฮึก ป ไปโรงพยาบาลกันนะคะ”
“ไปทำไมคับ”
“ไป ฮึก ไปกันก่อนนะคะ คุณอารออยู่ที่นั่น”
อ้ายชิงตั้งสติมองดูใบหน้าชราที่ร้องไห้ตาแดงก่ำก่อนจะพาลนึกถึงช่วงเวลาหนึ่งที่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ และเป็นวันที่อ้ายชิงเสียครอบครัวคนสำคัญถึงสองคนคือ พ่อกับแม่ของเขาเอง
“มาค่ะ เดี๋ยวป้าอุ้มนะคะ”
ร่างกายเล็กๆ ของอ้ายชิงลุกขึ้นยืนกางแขนให้แม่นมของตัวเองอุ้มขึ้น อ้ายชิงซบลงบนไหล่บางก่อนจะยกมือป้อมๆ เล็กๆ ขึ้นมาดูก็พอเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
อ้ายชิงไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร เป็นความฝันใช่หรือไม่ หรือเป็นเพราะคำขอครั้งสุดท้ายเป็นจริง อ้ายชิงในวัยยี่สิบปีฆ่าตัวตายแต่ตอนนี้เขาย้อนกลับมาเป็นเด็กน้อยที่มีอายุเพียงห้าขวบอีกครั้ง
หน้าห้องฉุกเฉินร่างสูงใหญ่ของชิวหยางนั่งคุดคู้อยู่บนเก้าอี้โดยมีเพื่อนสนิทนามว่าเควิลและต้าเหนิงอยู่ด้วย คนทั้งสองพยายามปลอบโยนเพื่อนของตนไม่ให้คิดมาก เพราะพี่ชายและพี่สะใภ้ได้ถึงมือหมอแล้ว ที่เหลือก็แค่เชื่อมั่นและรอคอยปาฏิหาริย์ ทว่าปฏิหาริย์ไม่มีจริง คุณหมอที่เข้าไปเมื่อชั่วโมงที่แล้วได้ออกมาบอกกล่าวแสดงความเสียใจที่ไม่สามารถช่วยคนทั้งสองให้รอดพ้นมือมัจจุราชได้
“ฮึก … พี่ครับ”
กายใหญ่สั่นสะท้านเซล้มลงจนเควิลต้องรีบประคองโดยมีหญิงสาวตัวเล็กรีบจับแขนอีกข้างให้มานั่งลงบนเก้าอี้
“ชิวหยาง … เพื่อน ไม่เป็นไรนะ กูอยู่ข้างกายมึงนะ”
“ฉันก็ด้วยนะ ฮึก”
หญิงสาวร้องไห้ที่เห็นเพื่อนที่ตนแอบชอบร้องไห้จนตัวสั่นไปหมด แม้จะอยากปลอบมากแค่ไหน แต่เธอก็พอรู้สถานะของตัวเอง และไม่หวังผลที่จะเข้าหาตอนเพื่อนคนนี้เสียใจ
“คุณอา”
ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจ เสียงเล็กๆ ของอ้ายชิงที่ป้าจุนอุ้มมาทำให้คุณอาชิวหยางเงยหน้าขึ้น ใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตามองใบหน้ากระจ่างใสที่มีเข้าโครงของพี่ชายและพี่สะใภ้อยู่ ดวงตากลมบริสุทธิ์ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเข้มแข็งทำให้ชิวหยางมีสติสำนึกขึ้นได้ว่าแม้จะเสียใจมากขนาดไหน แต่ตนยังมีหลานคนนี้ที่ยังอยู่ ที่ต้องดูแลให้ดีที่สุด สิ่งเดียว สิ่งสำคัญที่พี่ชายและพี่สะใภ้ทิ้งไว้ให้คืออ้ายชิง เพียงอ้ายชิงเท่านั้น
“ข ขอ ฮึก ให้ผมอุ้มหลานนะ”
หญิงชราพยักหน้าก่อนจะขยับตัวส่งเด็กน้อยตัวเล็กให้ชายหนุ่มที่กำลังพังทลายก่อนจะเดินออกไปพร้อมเพื่อนทั้งสองที่ต้องการให้สองอาหลานอยู่ด้วยกัน
++++
อ้ายชิงมองใบหน้าที่เขาแสนจะคิดถึง เขาไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีโอกาสได้เห็นคนๆ นี้อีกครั้ง คนที่รักและหวังดีกับเขาเสมอมา
“คุณอา”
“ฮึก อ้ายชิงหลานอา ฮือ”
“คุณอาอย่าร้องนะ เราจะปลอบคุณอาเอง”
มือนุ่มนิ่มที่เล็กนิดเดียวทาบทับลงบนแก้มที่อาบไปด้วยน้ำตา อ้ายชิงเสียใจที่ต้องกลับมาในสถานการณ์ที่เป็นทุกข์อีกครั้งเขาจำไม่ได้นักหรอกว่าครานั้นในช่วงที่พ่อแม่อ้ายชิงเสีย ตัวเขานั้นจะรู้สึกยังไง ทว่าในครั้งนี้เขาจดจำเรื่องราวได้ทุกอย่างความเสียใจที่สูญเสียพ่อแม่ คนที่เคยจับจูงและมอบรอยยิ้มให้เขาเสมอมา ทว่าตอนนี้แม้ใจจะเสียใจขนาดไหนแต่อ้ายชิงคนนี้ก็จะขอเป็นหลักยึดเหนี่ยวใจให้คุณอาชิวหยางเอง
“อ้ายชิงหลานอา ฮืออ”
“คุณอา หนูอยู่นี่ คุณอาอย่าร้องนะ”
มือเล็กๆ ทว่ามีความอบอุ่นเต็มเปี่ยม อ้อมแขนที่บอบบางโอบกอดคนเป็นอาแน่น พร้อมกับเสียงเล็กๆ ของเด็กน้อยคอยปลอบประโลมใจ เขาไม่รู้ว่าคุณอาจะหายเสียใจไหม แต่อ้ายชิงก็พยายามเต็มที่ เขาจะไม่ร้องไห้ให้คุณอาทุกข์ใจอ้ายชิงจะเข้มแข็งคอยปลอบประโลมคุณอาเอง!
“คุณชิวหยางคะ”
เสียงแม่นมชราเดินมาหาชายหนุ่มอย่างเงียบเชียบก่อนจะมองเห็นเด็กในอ้อมแขนที่หลับซบไหล่ของคุณอาที่นั่งกล่อมอยู่
“อ่า … ผมฝากหลานได้ไหมครับ แกมาปลอบผมจนหลับเลย เดี๋ยวผมต้องไปคุยธุระเรื่องศพของพี่ชายกับพี่สะใภ้ด้วย”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวป้าจะดูแลคุณหนูให้ ส่วนคุณเควิลกับคุณต้าเหนิงขอตัวกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนแล้วจะมาหาค่ะ”
ชิวหยางพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ที่จริงเขาอยากให้เพื่อนทั้งสองได้พักผ่อนเลยเสียด้วยซ้ำ แต่เขาก็รู้อีกว่าทั้งสองจะไม่ยินยอมแน่ๆ ดังนั้นชิวหยางจึงไม่ได้โทรหาคนทั้งสองเพื่อห้ามปราม
“งั้นผมไปก่อนนะครับ ป้าให้คนขับรถพาอ้ายชิงไปส่งที่บ้านเลย เดี๋ยวเสร็จจากที่นี่ผมถึงจะกลับ”
“ได้ค่ะ ป้าจะดูแลให้”
หลังจากพูดคุยกันจนเสร็จป้าจุนก็โอบอุ้มเด็กตัวน้อยขึ้นเพื่อเดินทางกลับบ้านใหญ่ บ้านที่เคยสว่างไสวรื่นเริง ทว่าในวันนี้กลับมีแต่ความเงียบเหงาและเศร้าสร้อย หญิงชราพาอ้ายชิงมานอนบนเตียงใหญ่ในห้องของคุณอาพร้อมกับห่มผ้าห่มผืนใหญ่ให้เด็กตัวน้อยก่อนจะผละออกจากห้องมาอย่างเงียบเฉียบ
ความมืดมิดที่น่าอึดอัด อ้ายชิงหายใจไม่ออก เขาลืมตาขึ้นมาพยายามควานหาสิ่งที่สามารถเหนี่ยวรั้ง ทว่าสายน้ำก็พัดพาร่างกายของเขาจมดิ่งลึกลงไป ลมหายใจที่ถูกกลั้นไว้เริ่มหมดลมทำให้เขาต้องสูดลมหายใจทว่ามวลน้ำเข้าลึกถึงลำคอจนสำลัก อ้ายชิงดิ้นรนด้วยความทรมานและดิ้นรนจนแทบหมดแรง ความหนาวเหน็บที่สัมผัสได้ทั้งร่างกายและจิตใจ ทว่าก่อนที่สติจะหมดลงกลับมีความอบอุ่นสายหนึ่งเข้ามากอด อ้อมกอดที่อุ่นจนถึงขั่วหัวใจพร้อมกับเสียงเรียกที่แสนคุ้นเคยก็ดังขึ้น
“อ้ายชิง ตื่นเถอะครับเด็กดี”
“อื้อ คุณอา”
มือเล็กปัดป่ายเข้าหามือใหญ่ก่อนที่เด็กน้อยจะใช้มือเล็กๆ ของตัวเองกำได้ที่นิ้วโป้งคุณอา ดวงตากลมลืมตื่นขึ้นจากฝันร้ายที่มีคุณอาคอยปัดเป่า
“ตาแดงหมดแล้ว ฝันร้ายใช่ไหมเด็กดีของอา”
“ค ฮึก คุณอา”
เมื่อเห็นใบหน้าที่แสนคิดถึง รวมถึงฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนจนเกิดความรู้สึกผิดบาป อ้ายชิงได้แต่น้ำตาไหลพรากเมื่อเห็นใบหน้าที่แสนรัก
“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะหลานอา งอแงจนตาแดง แก้มแดง จมูกแดงไปหมดแล้ว”
อ้ายชิงซุกซบใบหน้าลงบนอกคุณอา สัมผัสความอบอุ่นที่ไม่ใช่ร่างอันเย็นชืดที่ตนเคยสัมผัส
สำหรับอ้ายชิงแล้ว ชีวิตที่แล้วตอนพ่อแม่เขาเสีย เขารู้เพียงว่าพ่อแม่จะไม่กลับมา นั่นคือความเสียใจที่สุด แต่เพราะมีคุณอาชิวหยางคอยปลอบประโลมความเสียใจ ทำให้อ้ายชิงมีหลักยึดมั่นคือคุณอา ทว่าเขาได้ย้อนกลับมาตอนยังเด็กอีกครั้ง ในร่างเล็กๆ นี่มีวิญญาณของชายหนุ่มอายุ20ปี เขาจดจำได้ และเสียใจที่พ่อกับแม่เสียชีวิต และดีใจที่สุดคือความอบอุ่นของคุณอาที่คอยปลอบประโลมดวงใจที่แสนชอกช้ำ
“ไปอาบน้ำกันเถอะอ้ายชิง วันนี้เราจะออกไปข้างนอกกัน”
หลังจากที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นมาสักพักจนอ้ายชิงสามารถตั้งสติได้และเงยหน้ามองคุณอาตัวโตตาแป๋ว แม้ตาจะยังแดงอยู่ก็ตาม
“ไปไหนคุณอา”
“อืม … เราจะไปส่งคุณพ่อคุณแม่อ้ายชิงขึ้นสวรรค์กันครับ”
“ขึ้นสวรรค์ งั้นเราไปกับคุณพ่อคุณแม่ด้วยได้ไหม”
“ไปไม่ได้ อ้ายชิงคนดีต้องอยู่เป็นเพื่อนอาก่อนนะครับ อยู่เที่ยวเล่นกับอาก่อนนะ ถ้าหนูไม่อยู่อีกคน อาต้องเหงามากแน่ๆ”
“งั้นหนูจะอยู่กับคุณอาคับ!”
“ใช่แล้ว หนูต้องอยู่กับอาไปนานๆ เลย มาเถอะ เดี๋ยวอาพาหนูไปอาบน้ำ แล้วเราไปส่งคุณพ่อคุณแม่ขึ้นสวรรค์กันนะ”
++++
ป้ายสลักชื่อวันเกิดและวันตายอยู่เคียงข้างกันในสุสานที่เงียบสงบและร่มรื่น อ้ายชิงมองแผ่นป้ายชื่อของคุณพ่อคุณแม่พาลคิดถึงรอยยิ้มและน้ำเสียงที่อบอุ่นที่เขาเคยได้รับ ทว่ากาลเวลาก็ช่างเล่นตลกที่พาเขาย้อนกลับมาในช่วงที่เขาปวดใจที่สุดครั้งที่สองในการมีชีวิตอยู่ ได้แต่มองป้ายหลุมศพของผู้วายชนม์
“ไว้เรามาเยี่ยมท่านบ่อยๆ ดีไหม”
“ดีคับ … คุณพ่อกับคุณแม่จะไม่เหงาใช่ไหมคุณอา”
“ใช่ครับ อ้ายชิง ตั้งแต่นี้ต่อไป อาจะดูแลหนูเองนะครับ อาไม่รู้ว่าจะดูแลหนูได้ดีเท่าคุณพ่อคุณแม่หนูไหม แต่อาจะพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้”
อ้ายชิงมองหน้าคุณอาที่อยู่ตรงหน้า คุณอาทำเพื่อเขามามากมายและเหนื่อยเพื่อตัวเขามาตลอด หากแต่ชีวิตก่อนเป็นอ้ายชิงเองที่ดื้อรั้น ไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณอาทำ สุดท้ายทุกอย่างก็พังทลายจนหมด
“เป็นอะไรเด็กดี”
“หนูรักคุณอาคับ”
“อาก็รักอ้ายชิงเหมือนกันครับ”
หากว่าการย้อนกลับมาครั้งนี้เป็นของขวัญที่พระผู้เป็นเจ้าประทานให้ อ้ายชิงจะไม่ขอเดินตามรอยเดิมที่เคยผ่านมา แต่เขาจะสร้างโชคชะตาขึ้นมาใหม่ และทำตามความต้องการและความฝันที่ไม่เคยได้สัมผัสให้สำเร็จ เพื่อคุณอาที่แสนดีและเพื่อความสุขของตัวเอง
หลังจบพิธีต่างๆ คุณอาชิวหยางก็มีงานต่างๆ ที่เข้ามา ทั้งเรื่องบริษัทที่แทบจะล้มละลายด้วยหุ้นที่ตกลงอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย เห็นได้ชัดว่ามีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องราวเหล่านี้ทั้งหมด และอ้ายชิงก็พอจะเดาออกว่าเป็นใคร คนตระกูลรองพวกนั้นกัดไม่ยอมปล่อย ทำทุกอย่างและทุกทางที่จะต้องการครอบครองสมบัติที่ไม่ควรเป็นของตน แต่ยังดีที่คุณอามีเพื่อนที่ดีคอยช่วยเหลืออยู่ ทำให้แม้ทุกอย่างจะดูทุลักทุเลไปบ้าง แต่ก็ยังสามารถเดินหน้าไปได้
คืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่อ้ายชิงอยู่รอคุณอากลับบ้านแม้ป้าจุนจะเตือนให้เขาเข้านอนเพราะพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียน ทว่าอ้ายชิงก็ไม่สามารถนอนหลับได้เพราะเขามักจะฝันถึงในช่วงเวลาที่เขาฆ่าตัวตาย ทำให้อ้ายชิงกลัวที่จะนอนฝันร้ายแบบนี้ตลอด แต่พอได้นอนกับคุณอาแล้ว เขาก็ไม่เคยฝันร้ายเลยเพราะอ้อมกอดที่อบอุ่นปลอบประโลมเขาอยู่ตลอด
“คุณอามาแล้ว!”
เสียงรถที่ขับเข้ามาทำให้อ้ายชิงรีบลุกขึ้นจากโซฟาก่อนจะรีบวิ่งไปยืนรอรับคุณอาอยู่ที่หน้าบ้าน
“คุณหนู รอป้าด้วยสิคะ”
“คุณป้า เราขอโทษคับ”
อ้ายชิงหยุดวิ่งก่อนจะเดินไปจับมือหญิงชราให้เดินมาด้วยกัน พอดีกับที่ชิวหยางเดินเข้ามาในบ้าน
“ทำไมยังไม่นอนกัน”
“เรามารอคุณอา”
“อากลับดึก ทีหลังไม่ต้องรอ ป้าจุนครับ ยังไงพาอ้ายชิงขึ้นนอนเลยนะครับ ไม่ต้องรอผม”
ชิวหยางพูดแค่นั้นก็จะเดินออกไปด้วยความเหนื่อยล้าปนง่วงงุน อ้ายชิงมองคุณอาตัวโตที่ห่างออกไปไกลก็อดเศร้าใจไม่ได้เขารู้ว่าคุณอาต้องเหนื่อยกับการค้ำจุนบริษัท ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่คุณอาเพิ่งได้ขึ้นเป็นประธานค่ายด้วยแล้ว การทำให้คนในบริษัทวางใจนั้นยาก ดังนั้นเด็กน้อยจึงเข้าใจความเหนื่อยของคุณอาดี อ้ายชิงสะบัดใบหน้าไปมาเพื่อไม่ให้ตัวเองน้อยใจคุณอาก่อนที่จะหันไปหาป้าจุนให้พาตัวเองขึ้นนอนตามที่คุณอาบอก
+++++++++++++++
โดเนทค่ากาแฟได้ตรงนี้!
มาถึงเรื่องราวชีวิตของเด็กน้อยอ้ายชิง เด็กน้อยสุดน่ารัก ฝากน้องหนูด้วยนะค้าบ
หากชอบนิยายเรื่องนี้ สามารถคอมเม้น ส่งสติ๊กเกอร์ กดหัวใจ โดเนท และแชร์ได้เลย
ความฝันที่ตามหลอกหลอน
ช่วงเช้าแห่งความยุ่งเหยิง อ้ายชิงถูกปลุกให้ลุกขึ้นจากที่นอนตั้งแต่เช้าตรู่ เด็กน้อยปรื้อตาลืมขึ้นมาด้วยความง่วงงุนเพราะเมื่อคืนเขานอนหลับๆ ตื่นๆ ฝันร้ายที่คอยมาหลอกหลอนทำให้เขาไม่สามารถที่จะนอนหลับสนิทได้หากว่าไม่ได้นอนกับคุณอา
“มานั่งกินข้าวสิ วันนี้อามีประชุมเกือบทั้งวัน เลยต้องรีบไปส่งหลาน”
“คุณอาเหนื่อยไหม”
“ไม่เหนื่อยหรอกอ้ายชิงไม่ต้องห่วงนะครับ”
“อื้อ!”
“กินข้าวเยอะๆ นะ เดี๋ยวตอนเย็นเลิกเรียนอาจะรีบไปรับ แต่ถ้าไม่ทัน อาจะให้ป้าจุนไปรับแทน”
“คับ เราจะรอคุณอาที่บ้าน”
“รอน่ะได้ถ้าอากลับเร็ว แต่อย่ารอจนดึกดื่นแบบเมื่อคืนเด็ดขาดนะ”
“เราแค่อยาก…”
“สายแล้วอ้ายชิง เดี๋ยวอาให้ป้าจุนห่อข้าวไปให้นะครับ”
ไม่ทันที่อ้ายชิงพูดจบ คุณอาที่ดูเวลาเห็นว่าสายแล้วจึงต้องรีบไปส่งหลานตัวน้อยที่โรงเรียนเสียก่อน หากช้ากว่านี้และเข้าประชุมสายละก็ ความเชื่อถือก็จะถูกลดลง ยิ่งช่วงนี้ชิวหยางต้องคอยประคองบริษัทไม่ให้ล้มครื้น เขามีทั้งพนักงานและดาราในสังกัดหลายชีวิตที่ต้องดูแล จะมาทำให้ธุรกิจของตระกูลพังไม่ได้เด็ดขาด
ถึงโรงเรียนอนุบาลคุณอาเดินพาอ้ายชิงไปฝากไว้กับคุณครูประจำชั้นก่อนจะรีบออกเดินทางไปทำงาน ตอนนี้เขาอยู่อนุบาลสาม อีกไม่กี่เดือนก็จะเรียนจบจากที่นี่ ตามที่คิดไว้แล้วว่าพอเขาขึ้นประถมหนึ่ง จะขอคุณอาทำงานในวงการบันเทิง หากพูดถึงชีวิตก่อนที่เคยเป็นดาราตั้งแต่อายุ15ปี ได้เรียนการแสดงจนถือว่าเก่งในระดับหนึ่ง มีชื่อเสียงไม่มากนักแต่ก็พอมีแฟนคลับอยู่บ้าง
ดังนั้นในตอนนี้เมื่ออ้ายชิงได้ย้อนกลับมา เขาจะเข้าวงการบันเทิงตั้งแต่ตอนเด๋กและช่วยคุณอาเก็บเงิน แบ่งเบาภาระของคุณอาไม่ให้เหนื่อยอีก และอย่างสุดท้ายที่อ้ายชิงต้องการทำให้ได้คือสร้างครอบครัวที่อบอุ่น มีเขาและมีคุณอาอยู่ข้างกายกันตลอดไป
“หนูอ้ายมาเช้า ไปนั่งทานอาหารเช้าที่โต๊ะเรียนก่อนนะลูก คุณอาหนูเอากล่องข้าวมาฝากคุณครูไว้ด้วย”
“ขอบคุณคับ”
เด็กน้อยยิ้มแฉ่งอย่างน่าเอ็นดูก่อนจะถือกล่องข้าวไปนั่งกินตามที่ครูเฟิงสั่ง ด้วยความที่แม้ตอนนี้จิตวิญญาณของเขาจะเป็นผู้ใหญ่ในอายุ20 แต่หากว่าเขาต้องแปลกแยกไปจากเดิมจะทำให้คนอื่นสงสัย ดังนั้นช่วงวัยนี้เขาจะปล่อยให้ทุกอย่างเลยตามเลยอย่างที่ควรเป็นแค่นั้นก็พอ
ถึงช่วงที่ต้องนอนกลางวัน อ้ายชิงจัดเตรียมที่นอนและหมอนให้เข้าที่ก่อนจะล้มตัวนอน ด้วยความที่เมื่อคืนนอนไม่พอทำให้เด็กน้อยที่ร่างกายต้องการพักผ่อนหลับเร็วขึ้น และความน่าหวาดกลัวของความฝันที่เขาต้องเผชิญหน้ากับมันในทุกค่ำคืนตั้งแต่ที่ได้ย้อนกลับมา
ความมืดมิดไม่เห็นแสงสว่างอ้ายชิงพยายามว่ายขึ้นไปข้างบน ทว่าว่ายเท่าไหร่ก็ไม่สามารถขึ้นถึงผิวน้ำได้ ลมหายใจที่กลั้นไว้เริ่มหมดลง และความทุกข์ทรมานก็กลับเข้ามาอีกครั้ง
อ้ายชิงกลั้นหายใจไม่ไหวจนเผลอสูดลมหายใจเข้าปอด ทว่าสิ่งที่เข้ามากลับกลายเป็นมวลน้ำมากมายจนเขาสำลักปากของอ้ายชิงพยายามอ้าๆ หุบๆ อยู่หลายครั้ง กินน้ำเข้าไปหลายอึก ร่างกายสะบัดดิ้นไปมาด้วยอาการขาดหายใจและก่อนที่สติจะดับลง เสียงเรียกชื่อเขาก็ดังขึ้น
“หนูอ้ายคะ ตื่นเร็ว หนูอ้าย!”
“เฮือก !”
“ค่อยๆ หายใจนะคะ หนูฝันร้ายเหรอ ครูเห็นตอนนอนหลับหนูดิ้นไปมา แถมหน้าตาก็ดูทรมานเหมือนคนกำลังจะขาดอากาศหายใจเลย”
“เราแค่ฝันร้าย … ไม่เป็นอะไรหรอก”
หัวเล็กๆ ส่ายไปมา แม้จะยังง่วงอยู่แต่อ้ายชิงก็ไม่กล้าที่จะหลับตาลง ตอนนี้เขาคิดถึงคุณอามาก แต่ก็รู้ว่าต้องอดทนเอาไว้ก่อนเพราะคุณอายังต้องทำงานอยู่
“ฝันร้ายเหรอคะ งั้นหนูอ้ายจะนอนอีกไหม”
“ไม่คับ ไม่อยากนอนแล้ว”
“งั้นหนูไปนั่งเล่นได้นะคะ หรือนอนเล่นแต่ไม่ต้องหลับ แค่อย่าทำเสียงดังก็พอ”
“ได้คับ”
อ้ายชิงเอนกายนอนเล่นบนฝูกปูนอนทว่าตอนนี้เขาไม่กล้าที่จะหลับตาลงเลยสักนิด หากหลับตาลงเขามักจะฝันถึงช่วงเวลาที่ตัวเองตัดสินใจฆ่าตัวตาย อ้ายชิงกลัวเกินกว่าที่จะสัมผัสและรู้สึกถึงมันได้อีกรอบ มันอาจจะเป็นบทลงโทษของคนอ่อนแอแบบเขา บทลงโทษที่ทำให้อ้ายชิงทุกทรมานอยู่ทุกคืนวัน
++++
บ่ายสามโมงเลยเวลาเลิกเรียนของอ้ายชิง เด็กน้อยยังคงอยู่ที่โรงเรียนรอคอยคุณอามารับ เขานั่งเล่นตัวต่อที่คุณครูนำมาให้เล่นตอนที่กำลังรอผู้ปกครองให้มารับ ในส่วนของเด็กคนอื่นนั้นก็มีผู้ปกครองมารับหมดแล้ว ดังนั้นจึงมีเพียงแค่อ้ายชิงคนเดียวที่กำลังรอคอยคุณอาอย่างใจจดใจจ่อ
“หนูอ้าย คุณอามารับแล้วค่ะ”
“คุณอา!”
อ้ายชิงลุกขึ้นทันทีที่เห็นร่างของคุณอาในสายตา เด็กน้อยทำท่าจะวิ่งเข้าไปหา ทว่าก็ต้องหยุดการกระทำทั้งหมดจนผู้ใหญ่สงสัยว่าเขาจะทำอะไร และสิ่งที่ปรากฏให้เห็นในการกระทำคือ อ้ายชิงก้มลงเก็บของเล่นทั้งหมดใส่เข้าไปในกล่องของเล่นตรงมุมห้องเรียนอย่างเรียบร้อย ก่อนที่จะวิ่งมากอดขาคุณอาเมื่อเก็บของเสร็จ
“สวัสดีคุณครูก่อนเร็ว”
“ดีคับ!”
“เก่งมาก งั้นผมกับหลานขอตัวก่อนนะครับ ขอบคุณที่ดูแลหลานผมให้”
“ยินดีค่ะ”
สองอาหลานกล่าวลาคุณครูก่อนจะพากันขึ้นรถเพื่อกลับบ้าน
“เรียนเป็นยังไงบ้าง สนุกไหม”
“สนุกคับคุณอา”
“ดีแล้ว ช่วงนี้อาไม่ค่อยว่างเลย ตอนเย็นอาจจะมารับช้า ยังไงอาจะให้ป้าจุนมารับหลานดีกว่า”
“แต่เรารอคุณอาได้นะ”
“งั้นวันไหนเกินบ่ายสาม อาจะให้ป้าจุนมารับดีไหม”
“ดีคับ! แต่คุณอาต้องมารับเราด้วยนะ”
“โอเคครับ อาจะพยายามหาเวลาว่างมารับหลานนะ”
“อื้อ! เราเข้าใจคุณอานะ”
ชิวหยางมองหลานตัวน้อยที่ดูโตขึ้นและเข้มแข็งมากขึ้นกว่าเดิมก็อดสะท้อนใจ แม้อยากจะดูแลให้มากกว่านี้ ทว่าเวลาและหน้าที่การงานตนยังมีเรื่องให้ต้องจัดการ ยิ่งช่วงนี้บริษัทระส่ำระส่าย มีนักแสดงที่มีชื่อเสียงหลายคนกำลังจะหมดสัญญากับทางค่าย และคิดจะไม่ต่อสัญญา ทำให้ตอนนี้ดาราดาวรุ่งที่สามารถทำเงินให้บริษัทแทบจะไม่มีหลงเหลืออยู่เลยสักคน แถมหุ้นส่วนบางส่วนก็ค่อยๆ ถอนทุนออก เงินทุนที่มีก็เหลือไม่มากนัก หุ้นบริษัทเขาก็ล่วงเอาล่วงเอาแทบจะล้มละลาย
ในส่วนของญาติพี่น้องฝั่งพี่สะใภ้ที่ชิวหยางเคยบากหน้าไปขอความช่วยเหลือ ตนก็ถูกไล่ออกมาอย่างกับหมูกับหมายิ่งพวกตระกูลรอง พวกมันพยายามให้เขาขายหุ้นในส่วนที่เขามีและได้มาจากพี่ชายทิ้งซะเพื่อที่พวกมันจะเข้ามากอบโกยส่วนที่เหลือแต่ชิวหยางเอ่ยพูดตัดขาดกับพวกมันและไม่คิดที่จะไปคุกเข่าขอความช่วยเหลือแน่นอน
และสิ่งสุดท้ายที่ชิวหยางไม่คิดอยากทำที่สุดคือขายคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่พ่อกับแม่ตนเหลือไว้ให้
“คุณชิวหยางคะ คุณเควิลกับคุณต้าเหนิงมาขอพบค่ะ”
ป้าจุนเดินออกมาต้อนรับชิวหยางและอ้ายชิงที่ตอนนี้หลับคาไหล่ของคุณอา เด็กน้อยที่นอนไม่ค่อยหลับในตอนกลางคืนแต่พอได้อยู่กับคุณอาก็นอนได้อย่างสบายอกสบายใจโดยไม่ต้องกลัวความฝันที่คอยมาหลอกหลอนกันตลอด
“เดี๋ยวผมพาหลานไปนอนข้างบนก่อนนะครับ แล้วจะรีบลงมา วานป้าจุนบอกเควิลทีนะครับ”
“ได้เลยค่ะ”
ชิวหยางโอบอุ้มหลานตัวน้อยที่นอนคอพับคอเอียงบนลาดไหล่ขึ้นห้องนอน เขาวางเด็กน้อยลงบนเตียงอย่างแผ่วเบาก่อนจะค่อยๆ แกะมือออกจากลำคอที่หลานเกี่ยวไว้ ชายหนุ่มลูบหลังเล็กๆ ของเด็กน้อยเพื่อกล่อมก่อนที่ผละออกมาเมื่อเห็นว่าหลานยังคงหลับสนิท
++++
“ฮึก ฮือ ค คุณ อึก อา”
เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังขึ้นจนทำให้ชิวหยางต้องละจากงานกองโตทันทีพร้อมเดินไปหาหลานตัวน้อยที่ยืนอยู่หน้าห้องทำงานโอบอุ้มมากอดปลอบไว้
“ร้องไห้ทำไมครับ บอกอาได้ไหม”
“ฮือ ห หนูฝันร้าย”
“หนูฝันร้ายหรือครับ ฝันว่าอะไร”
เจ้าตัวน้อยเอาแต่ส่ายหัวไปมา นัยน์ตากลมงัวเงียเหมือนจะหลับอีกรอบ อันที่จริงชิวหยางสังเกตมาตั้งนานแล้วว่าหลานตัวน้อยเหมือนคนนอนไม่พอ เจาพอได้รายงานมาจากครูประจำชั้นด้วยว่าวันนี้เด็กน้อยนอนกลางวันและฝันร้าย
เหมือนอ้ายชิงเริ่มฝันตั้งแต่วันที่พ่อกับแม่ของตัวเองเสียชีวิตไป
“อาบน้ำอุ่นๆ แล้วนอนกัน หนูหิวไหม ป้าจุนทำโจ๊กเตรียมไว้ให้ แค่หลานนอนอยู่ อาเลยไม่อยากปลุก”
“ฮึก หิวคับ เราอยากกินโจ๊ก ฮึก”
“โอเคครับ ไม่ต้องร้องแล้ว อาอยู่นี่นะ”
ร่างสูงใหญ่โอบกอดหลานตัวน้อยที่เอียงใบหน้าซบอกแกร่ง ความอบอุ่นที่คิดถึง ลมหายใจและหัวใจของคนเป็นอายังเต้นอยู่แค่นี้อ้ายชิงก็พอใจแล้ว ทั้งหมดนี้มันไม่ใช่ความฝัน เขาที่ย้อนกลับมาเป็นเรื่องจริง
อ้ายชิงถูกคุณอาจับอาบน้ำกินข้าวจนอิ่มตื้อ พวกเขานั่งให้อาหารย่อยสักพักก่อนที่จะถึงเวลานอน ใจของเขานึกกลัวการนอนขึ้นมา ทว่าพอมีคุณอานอนอยู่ด้วยกัน อ้ายชิงก็สามารถหลับลึกได้จนถึงเช้ากันเลยทีเดียว
ผ่านไปหลายวัน อาการของอ้ายชิงก็ยังไม่ดีขึ้นเลยสักนิด หากไม่มีคุณอาชิวหยางมานอนอยู่ด้วย ตัวอ้ายชิงเองก็มักจะหลับๆ ตื่นๆ ขึ้นมา และยิ่งช่วงนี้คุณอาไม่อยู่บ้าน มีเพียงป้าจุนที่มานอนเฝ้าเขาตอนยามดึก ทำให้อ้ายชิงนอนไม่หลับมาหลายคืน ถึงจะหลับแต่ก็ได้แค่แป๊ปเดียวเพียงเท่านั้น เพราะเขามักจะฝันเห็นแต่เรื่องเดิมๆ ความรู้สึกตอนที่ทรมานอยู่ในน้ำก่อนที่จะตายจนตอนนี้ร่างกายของอ้ายชิงทรุดโทรมจนหลายคนสังเกตได้
“คุณหนูคะ ป้าว่าวันนี้หยุดเรียนดีกว่านะคะ”
“เราไม่เป็นไร”
“แต่ว่าคุณหนูหน้าซีดเกินไป ป้าเป็นห่วง”
“ฮื้อ เราไม่อยากหยุด”
“งั้นก็ได้ค่ะ อย่าลืมกินขนมปังกับนมที่ป้าใส่กระเป๋าไส้ให้นะคะ”
“ได้เลย! เราจะกินให้หมดเลย”
เจ้าแก้มกลมฉีกยิ้มอย่าร่าเริงเพื่อไม่ให้ป้าจุนได้เป็นห่วงและโทรบอกคุณอา ตอนนี้คุณอาต้องไปทำงานที่ต่างประเทศกับคุณอาเควิล อ้ายชิงไม่คิดอยากจะให้คุณอาเสียการงาน ดังนั้นเขาต้องเข้มแข็งเข้าไว้
วันนี้มีเรียนพละ อ้ายชิงตัวน้อยเดินตามเพื่อนๆ มายังสนามเด็กเล่นกลางแจ้ง เขาเงยหน้ามองแสงแดดที่สาดส่องเขามาก่อนที่จะรีบก้มหลบ ทว่าด้วยความที่อ้ายชิงก้มหัวลงเร็ว ทำให้เขาเกิดอาการหน้าร้อนผ่าวด้วยความเวียนหัว สายตาพยายามจับโฟกัสไปนังด้านหน้าแต่ตัวของเขาตอนนี้กำลังโอนเอน กว่าที่จะรู้ตัว ร่างเล็กๆ ทั้งร่างของอ้ายชิงก็ล้มลงท่ามกลางความตกใจของบรรดาเด็กน้อยและคุณครูที่อยู่ด้านหน้า
“หนูอ้าย! อ้ายชิง ได้ยินครูไหม ถ้าได้นินให้พยักหน้านะลูก!”
อ้ายชิงพยายามประคองสติไว้ได้เพียงชั่วครู่ เขาพยักหน้าไปหนึ่งครั้งก่อนจะหลับตาลงหมดสติไปในที่สุด
++++
อ้ายชิงไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้เขาเห็นเหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตของเขาพังทลายลงในพริบตา ภาพของคุณอาในสภาพที่เต็มไปด้วยเลือดนอนอยู่บนเตียงรถเข็นของโรงพยาบาล อ้ายชิงมองดูคุณอาที่ถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉินก่อนเขาจะทรุดตัวลงนั่งบนพื้น น้ำตาที่เคยถูกกลั้นไว้ไหลลงมาด้วยความหวาดกลัว ภาพนั้นยังติดตาเขาไม่เคยจางหาย ก่อนที่คุณหมอจะออกมาและบอกข่าวร้ายกับเขา
คุณอาไม่อยู่และจากโลกใบนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ
โลกของอ้ายชิงพังทลาย คนที่เขารักที่สุดและเป็นที่ยุดเหนี่ยวหัวใจของเขาจากไปแล้ว ตากไปไม่มีวันกลับ
อ้ายชิงไม่เหลืออะไรแล้ว เขาเหนื่อยที่จะใช้ชีวิตอยู่บนโลกที่แสนโหดร้ายใบนี้ และใช่ เขาต้องการที่จะตาย ตายไปพร้อมกับคุณอา และครอบครัวที่เขารัก
ทว่าความอบอุ่นที่วาดผ่านดวงตาพร้อมเสียงเรียกชื่อที่ดังขึ้น ทำให้อ้ายชิงที่กำลังท้อแท้กับการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ตื่นขึ้นมาจากความฝัน น้ำตาปลกคลุมดวงตากลมโตจนเขาไม่สามารถมองเห็นส่าใครเป็นคนปลอบโยนเขาจนกระทั่งได้ยินเสียงเรียก
“อ้ายชิง อาอยู่นี้แล้วครับ ตื่นเถอะนะ”
“อื้อ คุณอา”
“เด็กดี ลืมตาเร็ว”
ดวงตากลมโตลืมขึ้นพยายามมองหาคุณอาคนสำคัญทว่ากลับพร่าเลือนด้วยน้ำตาที่คลอเบ้าจวนจะไหลออกมา
“คุณอามาแล้ว”
“อ้ายชิง อามาแล้ว อาขอโทษที่ไม่ได้ดูแลหนูเลย”
ชิวหยางพูดด้วยความรู้สึกผิดที่ทอดทิ้งหลานไว้ที่บ้าน แม้จะมีป้าจุนคอยดูแลอยู่ก็ตาม
“ไม่เป็นไรคับ เราอยู่ได้นะ”
“อารู้ว่าหนูเก่งมาก แต่อาก็มีส่วนผิดที่ไม่ได้ดูแลหนูเลย”
“คุณอาต้องทำงาน เราเข้าใจคุณอา”
ทำไมอ้ายชิงจะไม่เข้าใจล่ะ ช่วงนี้เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของบริษัทด้วย หากเกิดคุณอาทำผิดพลาดอะไรขึ้นมาละก็ คงไม่ส่งผลดีกับบริษัทแน่นอน
“เล่าให้อาฟังได้ไหมอ้ายชิง หลานฝันร้ายใช่ไหม”
“เปล่า …”
“อย่าโกหกอาเลยนะ”
“อื้อ เราฝันร้าย … แต่เราไม่อยากนึกถึงมันแล้ว ฮึก คุณอาไม่ถามได้ไหม”
“โอเค อาไม่ถามแล้ว แต่อาอยากให้เราได้พูดคุยกับคุณหมอนะ”
“หมออะไรเหรอคุณอา”
“อานัดคุยกับคุณหมอด้านจิตแพทย์ อาอยากให้หนูหายจากอาการฝันร้าย”
“เรานอนกับคุณอา เราก็ไม่ฝันแล้ว”
“แต่ถ้าวันไหนอาไม่อยู่ล่ะครับ”
“เราไม่เป็นไร จริงๆ นะคุณอา ฮึก เชื่อเรานะ”
ไม่ทันไร น้ำตาที่กักเก็บไว้ก็ไหลออกจากดวงตากลม อ้ายชิงในตอนนี้ไม่กล้าเล่าอะไรในสิ่งที่ตัวเองประสบพบเจอมาถึงเล่าไปใครๆ ก็จะหาว่าเขาเป็นเด็กโกหกแบบนั้นนะเหรอ เขายังไม่พร้อมอะไรทั้งสิ้น
“เฮ้อ … งั้นเอาแบบนี้ไหม อาจะจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลหลาน ให้นอนกับหลานในช่วงที่อาไม่อยู่ ดีไหม”
“ให้ป้าจุนมานอนไม่ได้เหรอคับ”
“อ้ายชิงก็รู้ว่าป้าจุนแกแก่มากแล้ว ให้แกขึ้นลงบันไดทุกวันก็คงไม่ไหวแน่ๆ แถมแกต้องดูแลเรื่องอาหารอีก อาเลยคิดอยากจ้างพี่เลี้ยงมาสักคนมาช่วยดูแลเรา”
เด็กน้อยนิ่งคิดเป็นการใหญ่ เขาไม่อยากให้คนนอกมายุ่งวุ่นวายกับตัวเองเหมือนเมื่อชีวิตก่อนที่เขาเคยถูกพี่เลี้ยงคนหนึ่งเข้ามาในชีวิต ตอนแรกอ้ายชิงคิดว่าอีกฝ่ายจะมาดี ที่ไหนได้หญิงสาวคนนั้นเข้ามาควบคุมชีวิตของอ้ายชิงพยายามทำตัวเหมือนแม่ที่เป็นห่วงลูกแต่จริงๆ แล้วกีดกันเขากับคุณอาอย่างเต็มที่ คอยสั่งสอนให้อ้ายชิงเข้าใจผิดว่าคุณอาไม่รัก ทำให้ในตอนเด็กเขาเลยไม่ได้สนิทกับคุณอา และอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้อ้ายชิงได้รับรู้ในความสารเลวของผู้หญิงคนนี้คืออีกฝ่ายจ้องจะจับคุณอาและมากอบโกยเงินทองของคุณอาไปเลี้ยงชู้ แต่ยังดีที่ภายหลังคุณอาเขาจับได้ว่าผู้หญิงคนนั้นมีชู้ เขาก็ไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายจะจัดการกับผู้หญิงคนนั้นยังไงเพราะตอนนั้นเขาไม่ได้สนิทใจกับคุณอาชิวหยางเลยสักนิดแถมยังต่อต้านอีกด้วย ดังนั้นอ้ายชิงได้แต่ภาวนาว่าขอให้คนๆ นั้นอย่าได้กลับมาในชีวิตใหม่ของเขาอีกเลย ทว่าในสถานการณ์ยามนี้เขาคงต้องตอบตกลงไปก่อนนั้นแหละ
“ก็ได้คับ”
“เด็กดี แต่หลานจะไม่คุยกับหมอจริงๆ งั้นเหรออ้ายชิง”
“ไม่คุยคับ!”
“โอเค อาไม่บังคับก็ได้ อ้ายชิง อาขอโทษนะที่ให้เวลากับหลานได้น้อยเหลือเกิน”
“อื้อ ไม่เป็นไรคับคุณอา เราขอกอดคุณอาได้เปล่า”
“ได้สิ มา อาจะกอดหลานแน่นๆ เลย”
“อ้ายชิงรักคุณอามากๆ เลยคับ!”
“อาก็รักอ้ายชิงที่สุดเลย”
+++++++++++
กดโดเนทได้เลย
โอ๋เอ๋ หลานอุนยาย (ಡ‸ಡ)
เรื่องของอ้ายชิงจะเป็นเรื่องราวก่อนจะเจอจ้าวเจียงนะคับ
หากชอบนิยายเรื่องนี้ สามารถให้กำลังใจนักเขียนได้ทาง คอมเมนท์ กดหัวใจ ส่งสติ๊กเกอร์ แชร์ โดเนทได้เลย
เด็กเจ้าอารมณ์
อ้ายชิงถูกพากลับบ้านในอีกสองวันต่อมาหลังจากที่แข็งแรงขึ้น เด็กน้อยถูกคุณอาตัวใหญ่อุ้มลงมาจากรถที่มีป้าจุนยืนรอรับอยู่กับหญิงสาวคุ้นหน้าคุ้นตาคนหนึ่งที่ดูท่าทางใจดี ทว่าอ้ายชิงก็รู้ว่าสันดารของผู้หญิงคนนี้เป็นยังไง
“อ้ายชิง นี่คุณฮวา จะมาดูแลเราตอนอาไม่อยู่นะ”
“สวัสดีค่ะคุณหนูอ้าย เรียกฉันว่าพี่ฮวาก็ได้”
แม้สายตาที่มองมาจะดูอ่อนโยนก็ตาม ทว่าใบหน้าสวยใจดีกลับมองมาที่เขาแว่บหนึ่งก่อนที่จะหันไปยิ้มให้กับคุณอาของอ้ายชิงที่ยืนอุ้มเขาอยู่
“ผมขอฝากอ้ายชิงด้วยนะครับคุณฮวา ช่วงที่ผมไม่อยู่ ยังไงวานคุณมานอนเป็นเพื่อนหลานผมหน่อย ผมจ้างคุณไม่นานหรอกครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันชอบเด็ก หลานคุณชิวหยางก็น่ารักมากด้วย”
อ้ายชิงอยากจะกลอกตาแรงๆ ใส่สักหนึ่งที หากเขาไม่รู้มาก่อนว่านิสัยของคนๆ นี้เป็นยังไงละก็ ใครๆ ก็ต้องชื่นชอบผู้หญิงอ่อนหวาน ใจดี และรักเด็กแบบนี้แน่นอน
“งั้นเราเข้าไปในบ้านกันเถอะครับ เชิญครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
“ป้าจุนได้จัดห้องไว้ให้คุณแล้วนะครับคุณฮวา อยู่ได้ใช่ไหมครับ”
“ได้เลยค่ะ ห้องน่าอยู่มาก”
ทั้งสองพูดคุยกันและดูเหมือนจะเข้ากันได้ดีจนอ้ายชิงได้แต่กัดฟันกรอดๆ เขาซุกซบใบหน้าลงบนไหล่ของคุณอาเพื่อซ้อนใบหน้าที่พยายามจะอดกลั้น ก็สมแล้วที่ผู้หญิงคนนี้สามารถทำให้คุณอาหลงรักได้เมื่อชีวิตก่อน แต่ต้องไม่ใช่ครั้งนี้แน่นอนเขาจะทำทุกทางให้ผู้หญิงคนนี้ออกห่างจากคุณอาซะ และจะไม่ทำให้ซ้ำรอยเดิมเด็ดขาด
เวลาผ่านไปเกือบอาทิตย์แล้วอ้ายชิงตัวน้อยก็ยังหาทางไล่หญิงสาวคนนั้นไม่ได้ เพราะเจ้าหล่อนยังไม่ออกอาการอะไรเลยสักนิด อ้ายชิงที่เดินจูงมือคุณอาที่มารับกลับจากโรงเรียนเข้ามาในบ้านก็เห็นใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวออกมาต้อนรับเป็นอย่างดี ก่อนที่เขาจะแอบเหลือบตามองดูคุณอาว่าหลงเสน่ห์ยัยแม่มดคนนี้หรือเปล่า ทว่าใบหน้าของคุณอาก็เรียบเฉยไม่ได้แสดงออกอะไรเลยสักนิด
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะคะคุณชิวหยาง คุณหนูอ้ายชิง มาค่ะ เดี๋ยวพี่จะพาหนูไปเปลี่ยนชุดนะคะ”
มือเรียวสวยยื่นมาทางอ้ายชิง ทว่าเด็กน้อยกลับเมินเฉยก่อนจะหันไปทางคุณอา
“คุณอา เราหิวแล้ว! อยากกินขนม”
“หิวแล้วต้องกินข้าวสิ จะกินขนมได้ไง”
“กินได้สิ กระเพาะขนมกับกระเพาะข้าวคนละส่วนกันนะ”
“แบบนี้ก็ได้ด้วย”
“ได้สิ!”
“ฮ่าๆ ไอ้แสบของอา”
สองอาหลานพากันเดินเข้าบ้านเมินเฉยกับหญิงสาวที่เดินตามหลังมา และอ้ายชิงก็ไม่คิดจะหันไปมองอีกด้วย
“คุณชิวหยางคะ เดี๋ยวฉันจะไปเตรียมน้ำอุ่นให้นะคะ วันนี้คุณจะแช่ตัวไหม”
“แช่คับ! วันนี้เราจะอาบน้ำกับคุณอาด้วย”
อ้ายชิงรู้ทันทีว่ายัยแม่มดคิดอะไรอยู่ เขาเลยรีบตอบรับทันที เขาจะไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้ชิดใกล้คุณอาเหมือนในชีวิตก่อนที่เคยเป็นแน่นอน และเพราะมีอ้ายชิงคอยขัดขวางทางรักของผู้ใหญ่ทั้งสองทำให้จนถึงตอนนี้ ความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่ได้คืบหน้าเลยสักนิด
“งั้นฝากด้วยนะคุณฮวา เจ้าเด็กแสบคงอยากเล่นน้ำ”
“รับทราบค่ะ”
++++
น้ำอุ่นสบายผ่อนคลายสองอาหลานที่แช่ตัวอยู่ในอ่างน้ำ เด็กน้อยตอนนี้กำลังนั่งเล่นครอบครัวเป็ดยางที่คุณอาซื้อมาให้อย่างสนุกสนานก็ต้องหยุดชะงักเมื่อคนเป็นอาพูดขึ้น
“อ้ายชิงครับ หลานไม่ชอบคุณฮวาเหรอ”
“อืม! ไม่ชอบคับ”
“ทำไมล่ะ”
“คุณฮวาชอบมองคุณอาด้วยสายตาแปลกๆ ด้วย แถมยังชอบใกล้ชิดกับคุณอามากด้วย!”
“อาไม่เคยสังเกตเห็นเลยแฮะ”
จะสังเกตเห็นได้ยังไงล่ะ ก็พอยัยแม่มดเข้าใกล้ อ้ายชิงก็พร้อมที่จะเรียกร้องความสนใจจากคุณอาเสมอ ทำให้หญิงสาวได้แต่กัดฟันมองเขาตาขวางตลอดนั่นแหละ
“เอาแบบนี้ไหม เราลองๆ ดูไปสักพักก่อน ถ้าเขาทำอะไรล้ำเส่น เราค่อยเชิญเขาออก”
“อืม ก็ได้คับ เราแล้วแต่คุณอาเลย แต่ว่านะ คุณอาห้ามชอบผู้หญิงคนนั้นเด็ดขาด!”
“โอเค ได้เลยครับ นี่จะห้ามไม่ให้อามีแฟนใช่ไหมเนี่ย”
“ใช่แล้ว ถ้าคุณอาจะมี เราจะแสกนหาให้เอง!”
เจ้าตัวน้อยดูมุ่งมั่นในการหาคู่ให้คุณอาตัวเองเป็นอย่างมากจนชิวหยางแทบไม่กล้าจะขัด ดังนั้นตนเลยตัดสินใจตามใจหลานชายคนนี้ซะเลย หากหลานว่าคนไหนดีและเข้ากับเจ้าตัวน้อยได้ ก็จะรับไว้พิจารณาเพื่อที่ว่าในอนาคตจะสามารถสานสัมพันธ์ได้
“รีบอาบน้ำแล้วขึ้นกันเถอะ หิวแล้วไม่ใช่หรือไง วันนี้มีการบ้านไหม”
“มีคับ แต่ทำเสร็จตั้งแต่ที่โรงเรียนแล้ว”
“เก่งมากเด็กดี หนูเก่งขึ้นทุกวันเลย”
“ใช่แล้ว น้องเก่งที่สุด”
เยินยอกันพอหอมปากหอมคอ สองอาหลานก็ต้องรีบออกจากห้องน้ำเพราะเสียงท้องร้องของอ้ายชิงดังลั่น ทำให้รู้เลยว่าตอนนี้เด็กน้อยหิวขนาดไหน พวกเขาเลยได้แต่รีบล้างเนื้อล้างตัวกันจนเสร็จ ก่อนจะพากันออกมาแต่งตัวปะแป้งหอมฟุ้งกันอย่างเรียบร้อย
“ป้าจุน อ้ายชิงหิวมากเลย”
“คุณหนูของป้าหิวหรือคะ รีบมานั่งเร็ว”
เก้าอี้เด็กถูกจัดเตรียมไว้ที่โต๊ะอาหาร แม้จะดูไม่เข้ากันแต่ก็ไม่มีใครสนใจเลยสักนิด กับข้าวและอาหารที่ถูกจัดเรียงไว้มีแต่ของโปรดของอ้ายชิงซะส่วนใหญ่
“คุณอา มานั่งเร็วๆ คับ!”
เด็กน้อยที่ถูกจับนั่งบนเก้าอี้เด็กเป็นที่เรียบร้อยกวักมือเรียกคุณอาที่เดินเข้ามาในห้องอาหารพร้อมกับหญิงสาวที่เดินมาข้างกาย อ้ายชิงเห็นแบบนั้นก็เริ่มทำหน้าไม่ชอบใจขึ้นมา แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป
“หลานทานเลย อยากกินอะไร เดี๋ยวอาตักให้”
“เราอยากกินทอดมันกุ้ง!”
“ได้เลยครับเด็กดี”
“คุณหนูอ้ายชิงทานผักบ้างดีไหมคะ เดี๋ยวพี่ตักให้นะ”
หญิงสาวที่อยากมีส่วนร่วมกับครอบครัวนี้ทำการขันอาสาตักกับข้าวมาวางไว้บนจานเด็กน้อยกับจานของคุณอา แม้ส่วนมากจะเน้นตักไปให้คุณอามากกว่าก็เถอะ
“พอแล้วครับ ผมว่าคุณกินเถอะ”
“ก็ได้ค่ะ”
อ้ายชิงอยากกลอกตาใส่ให้รู้แล้วรู้รอด เขาล่ะเบื่อยัยแม่มดที่ทำตัวเป็นดอกบัวขาวเสียจริง ให้ตายเถอะ
++++
ถึงช่วงเวลาเข้านอน อ้ายชิงถูกคุณอาอุ้มให้ขึ้นไปนอนบนเตียงนุ่มในห้องนอนเดียวกับคุณอา ในตอนแรกพอพี่เลี้ยงสาวรู้ว่าอ้ายชิงได้นอนกับคุณอา หญิงสาวรีบคัดค้านใหญ่อ้างเหตุผลที่ว่าเขาโตแล้ว ควรหัดให้นอนคนเดียวได้บ้างทว่าคุณอาก็ให้เหตุผลกลับมาว่าเขาฝันร้าย ทำให้ต้องมีคนนอนเป็นเพื่อน หญิงสาวที่เหมือนเพิ่งจะนึกถึงข้อตกลงที่ได้อ่านก่อนจะเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงก็น่าซีดไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยคำขอโทษ
“ไม่เป็นไรครับ เราแยกย้ายกันนอนเถอะนะ”
“ค่ะคุณชิวหยาง ฝันดีนะคะ”
“ครับ ฝันดีครับ”
อ้ายชิงมองคนทั้งสองที่สบสายตากันแม้ฝ่ายหญิงสาวจะส่งสายตาให้ขนาดไหน แต่ดูเหมือนว่าคุณอาของเขาจะมีเกราะป้องกันเต็มที่ ไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย ซึ่งมันก็ทำให้อ้ายชิงพอไว้วางใจได้นิดหน่อย
“งั้นเราไปนอนกันเถอะเนอะ พรุ่งนี้วันหยุดด้วย อยากไปเที่ยวไหนไหม”
“เราอยากได้ของเล่นคับคุณอา”
“ได้เลย เดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปห้างกันเนอะ”
“เย้! ไปคับไป”
สองอาหลานเดินขึ้นข้างบนจากไป โดยที่มีพี่เลี้ยงสาวจ้องมองตามทั้งสองคนด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้
เช้าวันต่อมา อ้ายชิงแต่เช้าตรู่เพราะเมื่อคืนเขานอนหลับสนิท เด็กน้อยนอนมองคุณอาอย่างเงียบๆ เพื่อซึมซับเสียงหัวใจและลมหายใจของอีกฝ่ายที่เต้นตึกตัก ตึกตัก แค่นั้นสำหรับอ้ายชิงก็พอใจแล้ว
“แอบนอนมองอาแบบนั้น เก็บค่ามองดีไหม”
“ไม่ดี เราไม่มีเงินนะ”
“งั้นให้อาหอมแก้มสักฟอดดีไหม”
“อืม!"
อ้ายชิงยื่นแก้มยุ้ยๆ ของตัวเองเข้าไปหาคุณอาชิวหยางได้จุ๊บแก้มนุ่มในตอนเช้า
“ฟอด! ชื่นใจที่สุดเลยหลานอา เราไปอาบน้ำแต่งตัวกันดีไหม เราจะได้ไปเที่ยวกัน”
“ดีเลย ไปกัน!”
สองอาหลานพากันลุกขึ้นจากที่นอนเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อย อ้ายชิงตอนนี้อยู่ในชุดเอี้ยมสีน้ำเงิน เสื้อยืดสีขาวลายน้องหมี ทรงผมถูกเสยขึ้นเผยแก้มกลมน่าฟัดนั่งรอคุณอาแต่งตัวอยู่บนเตียงนอน
“คุณอา เราหิวแล้วนะ”
“เสร็จแล้วครับตัวแสบ ให้อาอุ้มไหม”
“ไม่เอา เราจะเดินลงเอง”
“เก่งมาก งั้นจูงมือกัน”
“โอเค!”
มือเล็กยื่นจับมือหนาที่อบอุ่นของคุณอา อ้ายชิงยิ้มแฉ่งที่วันนี้ทั้งวันเขาจะได้อยู่กับคุณอากันสองคน ทว่าความฝันก็ดันสลายเพราะยัยแม่มดพี่เลี้ยงนั่นที่ตอนนี้กำลังนั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่บนเบาะหน้ารถ ในขณะที่อ้ายชิงต้องนั่งคาร์ซีท
เหตุเกิดมาจากเมื่อเขากับคุณอาลงมาทานข้าวต้มปลาที่ป้าจุนทำให้ พี่เลี้ยงฮวาก็รีบเดินเข้ามาหาพวกเขาพร้อมเอ่ยทักทายพร้อมกับเอ่ยบอกว่าวันนี้จะช่วยไปดูแลเขาด้วย คุณอาจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเวลาเขาดื้อ
เท่านั้นแหละ อ้ายชิงอยากจะพ้นไฟใส่หน้าพร้อมกับตอกกลับแรงๆ แต่เขาไม่อยากให้คุณอาต้องคิดมาก เขาเลยไม่ได้พูดอะไรออกไป ให้คุณอาเป็นคนจัดการเอง ในตอนแรกคุณอาก่ะจะให้พี่เลี้ยงสาวพักผ่อน แต่ว่าหญิงสาวก็ไม่ยอม ตื้อจนคุณอาต้องให้ไปด้วย และนั่นคือเหตุผลที่ว่า ทำไมอีกฝ่ายถึงได้มานั่งอยู่เบาะหน้า
++++
ห้างใหญ่ใจกลางเมืองหลวงเป็นสถานที่ ที่คุณอาพามา อ้ายชิงรีบเดินมาจับมือคุณอาทันทีที่ได้ลงจากรถก่อนที่พี่เลี้ยงสาวจะเดินเข้ามาข้างกาย เขาก็รีบจุงมือคุณอาให้เดินเข้าไปในห้างทันที
“ใจเย็นสิอ้ายชิง จะรีบไปไหนล่ะหืม ให้อาอุ้มไหม”
“ไม่เอา เราโตแล้วนะ”
“โตแค่ไหนก็ยังเป็นเด็กน้อยสำหรับอาอยู่ดีนั่นแหละครับ ว่าแต่หลานจะพาอาไปไหนล่ะ”
อ้ายชิงหยุดชะงักทันที เพราะเขาไม่รู้ว่าควรพาคุณอาไปไหนก่อนดี ดวงตากลมโตสอดว่ายสายตามองไปโดยรอบก่อนจะป๊ะเข้าที่ร้านของเล่น
“ดูของเล่น! คุณอา เราอยากได้ของเล่น”
“งั้นไปกัน วันนี้อาจะซื้อของเล่นให้นะ อยากได้อะไรอ้ายชิงเลือกเอาเลย”
“ขอบคุณคับคุณอา”
สองอาหลานพูดคุยกันงุ้งงิ้ง ปล่อยให้หญิงสาวที่พยายามพูดแทรกเป็นอากาศ สำหรับชิวหยางนั้น เขาไม่ได้สนใจใครเลยนอกจากหลานของตัวเองเพียงเท่านั้น ทำให้ไม่ได้สังเกตว่าพี่เลี้ยงสาวพยายามเข้ามาใกล้ชิดตน แต่อ้ายชิงรู้ อ้ายชิงเห็นเพราะงั้นเขาจะไม่ทำให้เหตุการณ์เดิมๆ เกิดขึ้นอีก คุณอารักเขามากขนาดนี้ แต่ชีวิตก่อนเขาดันหน้ามืดตาบอดเชื่อคำยุยงของยัยแม่มดว่าคุณอาไม่รักจนกลายเป็นว่าเขาเผลอทำร้ายจิตใจคุณอาไปมากเหลือเกิน
“อ้ายชิง หนูทำหน้าหงอยทำไมครับ เป็นอะไรหรือรู้สึกไม่ดีตรงไหนหรือเปล่า”
“เปล่าคับ เราไม่ได้เป็นอะไร”
“คุณชิวหยางคะ ให้ฉันจูงคุณหนูอ้ายชิงดีไหมคะ”
“เราไม่เอา! คุณอา”
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมดูแลหลานเอง วันนี้เป็นวันหยุดด้วย คุณอยากจะแยกเดินเที่ยวที่ห้างก็ได้เลยนะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้ฉันตั้งใจมาดูแลคุณหนูอยู่แล้ว เพราะงั้นให้ฉันไปเดินเที่ยวด้วยนะคะ”
หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน อ้ายชิงที่เห็นแบบนั้นเลยได้แต่รีบหันไปมองคุณอาที่มองพี่เลี้ยงสาวอยู่ เขาเลยรีบดึงอีกฝ่ายเข้าไปในร้านของเล่นทันที ในใจพลางคิดไปด้วยว่า จะต้องหาทางขับไล่ยัยแม่มดให้ออกไปจากบ้านให้ได้
อ้ายชิงเหม่อมองของเล่นที่ละลานตาด้วยสายตานิ่งเรียบ เขาจำเรื่องราวในวัยเด็กของตัวเองไม่ค่อยได้แล้วว่าชอบอะไร หรือดูการ์ตูนแบบไหน
“เหม่ออะไรครับอ้ายชิง หรือเลือกไม่ถูกว่าจะเอาชิ้นไหน อาจะซื้อให้สองชิ้นนะครับ”
“อืม เราอยากได้อันนี้”
เด็กน้อยชี้ไปยังตุ๊กตาหมีสามตัวที่นอนทับกันอยู่ เขาเห็นว่ามันน่ารักดีเลยก่ะจะซื้อไปนอนกอดและคิดว่าหลังจากนี้คงจะหาไล่ดูการ์ตูนบ้างซะแล้ว
“อีกชิ้นล่ะ”
“เอาตัวต่อคับ”
“โอเค งั้นเดี๋ยวอาหยิบไปจ่ายเงินให้ อ้ายชิงอยู่นี่ก่อนนะ”
“ได้เลยคับ”
รับคำคุณอา อ้ายชิงก็ยืนอยู่กับที่ดูนู้นดูนี่อย่างเพลิดเพลิน ใจพาลก็อยากได้ของเล่นอีก ไม่รู้ว่าเพราะตัวเองได้กลับมาเป็นเด็กอีกครั้งหรือเปล่าถึงได้รู้สึกแบบนั้น
“คุณหนูคะ เดี๋ยวพี่ยืนเป็นเพื่อนนะคะ”
หญิงสาวที่เพิ่งเดินตามเข้ามาเห็นเด็กน้อยยืนอยู่ในร้านของเล่นคนเดียวก็รีบเข้ามาหาพร้อมยิ้มให้อย่างใจดี อ้ายชิงมองอีกฝ่ายแว่บเดียวก่อนจะเมินหน้าออกไป
“คุณหนูไม่ชอบพี่ฮวาเหรอคะ”
“ใช่ เราไม่ชอบคุณ”
“พี่ทำอะไรให้คุณหนูไม่ชอบงั้นเหรอคะ”
หญิงสาวถามออกไปด้วยความสงสัย
“คุณน่ะ ตั้งใจจะมาจับคุณอาเราใช่ไหมล่ะ”
“ไม่ใช่นะค— “
อ้ายชิงไม่พูดอะไรต่อแต่สายตาที่มองไปที่หญิงสาวนั้นนิ่งจนดูน่ากลัว หญิงสาวไม่คิดว่าเด็กน้อยคนนี้จะฉลาดเป็นกรดแถมยังดูน่ากลัวอีกด้วย ปิดบังไปก็เท่านั้น สู้เข้าทางเด็กคนนี้คงจะง่ายดายในการจับคนรวยๆ แบบคุณชิวหยางแน่ๆ
“แล้วทำไมพี่จะไม่มีสิทธิ์ที่จะจับคุณชิวหยางล่ะคะ ในเมื่อคุณอาของคุณหนูก็โสด พี่ฮวาก็โสด ดีเสียอีก พี่สาวจะได้ช่วยดูแลทั้งคุณหนูทั้งคุณอาไง พี่สาวจะดูแลอ้ายชิงแทนแม่ของหนูที่ตายไปเองนะคะ"
“ออกไปนะ!!!"
เด็กน้อยตะโกนเสียงดังลั่นอย่างใส่อารมณ์เมื่อได้ฟังคำพูดน่าเกลียดที่ออกมาจากปากของหญิงสาว ดูเหมือนเขาจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้เลยทำให้เผยนิสัยที่ดูก้าวร้าวเหมือนในชีวิตก่อนออกมา
“อ้ายชิง อาอยู่นี่ครับ ใจเย็นๆ นะ”
อ้อมกอดอุ่นรวบร่างของเด็กน้อยเข้าไปกอด อ้ายชิงซบไหล่แกร่งของคุณอา เขาโมโหจนหูอื้อตาลายไปหมด ไม่สนใจเสียงอธิบายของพี่เลี้ยงสาว เด็กน้อยกอดคอคุณอาแน่นโดยมีมือใหญ่คอยลูบปลอบโยนเอาไว้ให้ได้คลายอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน
+++++++++++++
กดโดเนทเพิ่มกำลังใจได้เลยงับ
ถ้าพูดถึงนิสัยอ้ายชิงก็ไม่ค่อยจะดีจริงๆ ออกแนวก้าวร้าวจากการเลี้ยงดูผิดๆ ของพี่เลี้ยงคนนี้ หมายถึงชีวิตก่อนของน้องนะคะเพราะพ่อแม่เสียตั้งแต่เด็ก คุณอาทำงานหนักเลยไม่ค่อยได้ดูแลด้วย แถมตอนอายุยี่สิบ ที่ตัดสินใจฆ่าตัวตายเพราะเป็นซึมเศร้าด้วย แต่น้องจะค่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ นะคะ ฝากเอ็นดูอ้ายชิงด้วยค้าบ
หากชอบสามารถให้กำลังใจได้ทางคอมเมนท์ กดหัวใจ ส่งสติ๊กเกอร์ แชร์ โดเนทได้เลยนะคะ พูดคุยสอบถามหรือเล่นแท็กทวิตเตอร์ได้นะคะ #ซูเปอร์สตาร์อันดับหนึ่ง