ธ.กรุงไทย ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากสูงสุด 0.45%-ดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% มีผล 5 ต.ค.นี้
#KTB #ทันหุ้น-ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KTB ทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ พร้อมดูแลลูกค้าให้สามารถปรับตัว หลังกนง.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เพื่อให้เงินเฟ้ออยู่ในกรอบเป้าหมาย เสริมสร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินให้เข้าสู่ภาวะสมดุล โดยปรับดอกเบี้ยเงินฝากสูงสุด 0.45 % ดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% และยังยืนหยัดช่วยเหลือลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. 2566
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% เพื่อดูแลให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในกรอบเป้าหมายอย่างยั่งยืน หลังเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินให้เข้าสู่ภาวะสมดุล พร้อมรักษาขีดความสามารถของนโยบายการเงิน ในการรองรับความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้า ธนาคารจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยคำนึงถึงผู้ฝากเงิน และพิจารณาอย่างรอบคอบถึงภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น จึงปรับอัตราดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการดูแลลูกค้าให้สามารถปรับตัว สนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ
ธนาคารประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 0.10-0.45 % ต่อปี เพื่อส่งเสริมวินัยการออม เพิ่มผลตอบแทนและรายได้ให้กับลูกค้าในภาวะที่ค่าครองชีพสูงขึ้น สร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว โดยปรับอัตราดอกเบี้ยสำหรับบุคคลธรรมดา ประเภทเงินฝากประจำ 24 เดือนเพิ่มขึ้นสูงสุด 0.45% เป็น 2.40% ต่อปี และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 36 เดือน 0.30% เป็น 2.65% ต่อปี พร้อมสนับสนุนการฝากเงินผ่านช่องทางดิจิทัล ผ่านเงินฝาก Krungthai NEXT Savings เปิดบัญชีง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT อัตราดอกเบี้ย 1.50%
และปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท เพิ่มขึ้น 0.25% ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (MLR) อยู่ที่ระดับ 7.05% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทวงเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) อยู่ที่ระดับ 7.52% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รายย่อย (MRR) อยู่ที่ระดับ 7.57% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ธนาคารยืนหยัดดูแลช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งครัวเรือนบางส่วนที่ยังมีความเปราะบางจากภาระหนี้ที่สูงขึ้นและรายได้ฟื้นตัวช้า รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการ SME ให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยสนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการความช่วยเหลือแบบเฉพาะกลุ่ม เพื่อให้ลูกค้าได้รับความช่วยเหลือแบบตรงจุดและทันท่วงทีและมาตรการช่วยเหลือพิเศษเพื่อแก้หนี้อย่างยั่งยืน โดยธนาคารจะเสนอแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้และความเสี่ยงของลูกค้า พร้อมดำเนินนโยบายด้านสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) เพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1