กลยุทธ์ลงทุนหุ้นบ่าย 5 โบรกฯ เคาะ KKP- NER- BRR- BBL- BEM- KSL- BLA- BTS- CPN- KTC- SCC
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย มีมุมมองตลาดหุ้นไทยบ่ายนี้ (21 เม.ย.) เคลื่อนไหวในกรอบ 1,555 – 1,596 จุด นักลงทุนจะยังชะลอการลงทุนรอประเมินทิศทางเศรษฐกิจโลก (Soft Landing / Recession / Stagflation) และผลการเลือกตั้งทั่วไปของไทยในวันที่ 14 พ.ค. ทำให้มูลค่าการซื้อขายของตลาดยังเบาบาง วันนี้และพรุ่งนี้รอติดตามงบกลุ่มธนาคารที่เหลือได้แก่ BBL, KKP, KBANK, และ SCB เป็นต้น ในเชิงกลยุทธ์ KS ยังแนะนำผสานการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Quality growth , Defensive, และกลุ่มพลังงาน ตามลำดับ
แนะนำ KKP (ราคาพื้นฐาน 89 บาท) ราคาหุ้นปรับตัวลงกว่า 12.5% จากต้นปีเทียบกับ sector bank ที่ราคาลงมาเพียง -2.6% ขณะที่กำไร 1Q23 ทำได้ดีกว่าคาด โดยราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน P/BV ที่ 0.8x vs. อุตสาหกรรมที่ 0.7x ขณะที่ ROE คาดไว้ที่ 13% เทียบกลุ่มที่ 8.5% และ คาดเงินปันผลตอบแทน 7.6% ทั้งนี้KKP จะขึ้นเครื่องหมาย XD และ XW ในวันที่ 27 เม.ย.
บล.เอเอสแอล แนะนำกลยุทธ์การลงทุนบ่ายนี้ ดัชนีปรับตัวลงต่อ หากต่ำกว่า 1,560 จุด ลงมาแนวรับถัดไป 1,543 จุด แนวต้าน 1570/1580 จุด แนะนำ NER - BRR
บล.กรุงศรี คาด SET Index บ่ายนี้จะผันผวนในกรอบ 1,555 – 1,565 จุด แต่มอง Downside เริ่มจำกัด แรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารที่ผลกำไรออกมาดีจะยังช่วยประคองตลาด อย่างไรก็ตามมูลค่าการซื้อขายอาจจะเบาบางลงจากการชะลอลงทุนก่อนวันหยุด กลุ่มหุ้นที่น่าสนใจยังเป็นกลุ่มธนาคาร, หุ้นที่แนวโน้มกำไร 1Q23 จะออกมาดี ส่วนหุ้นเก็งกำไรเน้นกลุ่มที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว อาทิ กลุ่มน้ำตาล Top Pick บ่ายนี้ คือ BBL BEM และ KSL
บล.โกลเกล็ก ระบุว่า ดัชนีอ่อนตัวลงต่อเนื่องพร้อมสร้าง Lower Low แต่ตลาดต่างประเทศเริ่มสร้างฐาน และหุ้นไทยปรับตัวลงแรงก่อนหน้านี้ ทำให้ในภาคบ่ายซึมลงให้แนวรับ 1,555 จุด แนวต้าน 1,570 จุด แนะนำ
- BLA แนวรับ 28.00 บาท แนวต้าน 31.00-32.25 บาท Cut loss 27.50 บาท ราคาปิด 29.25 บาท ดีดตัวขึ้นจากระดับ Bottom Zone พร้อม Volume เข้าวันแรก และ MACD+Slow Sto. มีค่าสัญญาณซื้อ คาดราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบต้านที่ 31.00-32.25 บาท
- BTS แนวรับ 7.50 บาท แนวต้าน 8.00-8.20 บาท Cut loss 7.40 บาท ราคาปิด 7.70 บาท เลี้ยงตัวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น โดยมี Volume สะสม และ MACD ส่งสัญญาณ Bullish หากผ่านต้านแรกที่ 8.00 บาท ลุ้นทดสอบ EMA-200 ที่ 8.20 บาท
บล.แลนด์ แอน เฮ้าส์ แนะนำ
- BEM "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 11.50 บาท แม้คาดปริมาณผู้ใช้ทางด่วนในปีนี้จะเพิ่มขึ้นไม่มากนัก แต่คาดปริมาณผู้ใช้รถไฟฟ้าเติบโตต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้การจัดงานอีเว้นท์ต่างๆ ที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ ซึ่งกลับมาเปิดให้บริการตั้งแต่ 12 ก.ย. 65 โดยงวด Q2/66 การจัดอีเว้นท์ งานสัปดาห์หนังสือ 30 มี.ค.-9 เม.ย. 66 คาดหนุนปริมาณผู้ใช้รถไฟฟ้าสูงกว่าปกติ คาดจะผลักดันให้กำไรปีนี้โตเกิน 30% ยังได้ Sentiment เชิงบวกจากการเซ็นสัญญาโครง การ รฟฟ.สายสีส้ม ที่คาดจะเกิดก่อนการเลือกตั้ง ให้แนวรับ 8.75/8.85 บาท แนวต้าน 9.3/9.4 บาท
- CPN "ซื้อ" เป้าหมาย 80.00 บาท โดยกำไร Q4/65 ก่อนหักรายการพิเศษ +67%YoY จากการฟื้นตัวในทุกธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจศูนย์การค้า หลังผ่อนคลายล็อกดาวน์ ดันรายได้ศูนย์ฯ ใกล้เคียงก่อนโควิด หนุนกำไรทั้งปี 65 +51%YoY อีกทั้งปี 2566 ยังได้ประโยชน์จากธุรกิจหลักและธุรกิจอื่นอย่างการกลับมาเปิดศูนย์ฯ รามอินทรา หลังปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ การเปิดมาร์เช่ ทองหล่อใน Q1/66 และการเปิดศูนย์ฯ ใหม่ เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ใน Q4/66 +เปิดตัวรร.อีก1 แห่งที่อุบลฯ และมีคอนโดฯ สร้างเสร็จอีก 4 โครงการ จองเต็มแล้ว 2 โครงการหนุนกำไรปี 66 โตสูงต่อเนื่อง ให้แนวรับ 67/68 บาท แนวต้าน 72/74.5 บาท
- KTC "ซื้อ" เป้าหมาย 71.00 บาท กำไร Q1/66 +7% YoY เป็นผลจากรายได้รวมที่ยังเพิ่มขึ้น ทั้งรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามยอดลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียม และความร่วมมือที่เข้มข้นมากขึ้นกับ KTB คาดหนุนยอดสินเชื่อโดยเฉพาะสินเชื่อจำนำทะเบียน “KTC พี่เบิ้ม” ผ่านสาขา KTB กว่า 1 พันสาขาทำได้ตามเป้า 1 หมื่นล้านบาท ในสิ้นปี 2566 รับผลบวก “ช้อปดีมีคืน”+”เราเที่ยวด้วยกันเฟส 5”+ เม็ดเงินสะพัดช่วงเลือกตั้ง กระตุ้นยอดใช้จ่ายผ่านบัตรปีนี้ หนุนกำไรปี 2566 ทำนิวไฮต่อเนื่อง แนวรับ 52/53 บาท แนวต้าน 55.5/57 บาท
- SCC "ซื้อ" เป้าหมาย 350.00 บาท คาดกำไร Q1/66F ฟื้นตัว QoQ (แต่ลดลง YoY) จากทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลักโดยเฉพาะเคมิคอลส์ตามปริมาณขาย+สเปรดปิโตรเคมีฟื้นตัว และวัสดุก่อสร้างตามต้นทุนถ่านหินลดลง อีกทั้งอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้างภายใต้ “SCG Décor” ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตระยะยาว ราคาหุ้นที่ลดลง -11%YTD จะสะท้อนแนวโน้มกำไรที่อ่อนลงและการเลื่อน IPO หุ้น SCGC ไปบ้างแล้ว ให้แนวรับ 300/304 บาท แนวต้าน 316/320 บาท
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีฯ ในช่วงบ่าย น่าจะแกว่งตัวอยู่ในกรอบ ให้แนวรับไว้ที่ 1,555 จุด และแนวต้าน 1,570 จุด
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ที่ระดับ 1,561.06 จุด ลดลง 4.04 จุด (-0.26%) มูลค่าซื้อขายราว 30,865.38 ล้านบาท