โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเกณฑ์ ต่างชาติซื้ออสังหาฯไทย คอนโด-บ้าน-ที่ดิน รวมไว้ที่นี่!!

The Bangkok Insight

อัพเดต 07 เม.ย. 2566 เวลา 09.17 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. 2566 เวลา 09.17 น. • The Bangkok Insight

ต่างชาติซื้ออสังหาฯ ไทย เปิดเงื่อนไขการซื้อ-ถือครอง คอนโด-บ้าน-ที่ดิน ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ภาครัฐกำหนด อ่านรายละเอียดที่นี่

ปัจจุบันพบว่า นักลงทุนต่างชาติเริ่มเจ้าซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยมากขึ้น หลังการเปิดประเทศ และการที่ภาครัฐออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการลงทุนจากต่างชาติในหลายมิติ

ต่างชาติซื้ออสังหาฯ

ทั้งนี้จากสถานการณ์ต่างชาติซื้ออสังหาฯ ไทยล่าสุดคือ การไล่ซื้อคอนโดมิเนียมในเชียงใหม่ของทุนจีน และชาวรัสเซียที่นิยมพูลวิลล่าในภูเก็ต ส่งผลให้เกิดข้อสงสัยว่า ปัจจุบันกฏเกณฑ์ของประเทศไทย เปิดทางให้ต่างชาติเข้าซื้อหรือถือครองอสังหหาริมทรัพย์ได้มากน้อยเพียงใด

ขณะที่ภาครัฐเอง ได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน โดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูง 4 กลุ่มเป้าหมาย เข้าสู่ประเทศไทยประกอบด้วย

1. กลุ่มประชากรโลกผู้มีความมั่งคั่งสูง

2. กลุ่มผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ

3. กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย

4. กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ให้ข้อมูลในประเด็นนี้ว่า ปัจจุบันชาวต่างชาติสามารถซื้อเพื่อเป็นเจ้าของคอนโดในประเทศไทยได้ แต่จะต้องเป็นชาวต่างชาติ หรือนิติบุคคล ที่เข้าเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น

เงื่อนไขต่างชาติซื้อคอนโดไทย

  • เป็นชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้มีที่อยู่อาศัยในไทยได้ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้ามือง
  • เป็นชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในไทย ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน
  • เป็นนิติบุคคลซึ่งเป็นชาวต่างชาติตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และได้รับการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน
  • การถือครองกรรมสิทธิ์ในคอนโดของชาวต่างชาติที่กฎหมายอนุญาตนั้น จะต้องไม่เกิน 49% ของเนื้อที่คอนโดทั้งหมดในโครงการนั้น

เงื่อนไขต่างชาติถือครองที่ดินในไทย

  • สามารถเป็นเจ้าของที่ดินได้ไม่เกิน 1 ไร่ ตามมาตรา 96 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งต้องใช้ที่ดินนั้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับตนเอง
  • จะต้องซื้อกับเจ้าของที่ดินที่ที่มีชื่ออยู่ในเอกสารแสดงสิทธิ์เท่านั้น
  • หากมีการโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ผู้ขายก็ต้องมีเอกสารหลักฐานการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างนั้นด้วย
  • จะต้องเป็นชาวต่างชาติที่เข้าเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ ต้องนำเงินมาลงทุนไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท และลงทุนอยู่นานไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยต้องนำเงินมาลงทุนในธุรกิจหรือกิจการตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทย ในกองทุนรวมอสังหาฯ เป็นต้น และที่สำคัญยังต้องเป็นชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น
  • ที่ดินที่ชาวต่างชาติจะซื้อ จะต้องอยู่ในเขต กทม. เขตเมืองพัทยา เขตเทศบาล หรืออยู่ภายในบริเวณที่กำหนดเป็นเขตอยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยผังเมือง และต้องอยู่นอกเขตปลอดภัยในราชการทหาร
  • ชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้ถือครองที่ดินได้ จะต้องใช้ที่ดินนั้นเพื่อการอยู่อาศัยสำหรับตนเองเท่านั้น
    หากมีการตรวจสอบว่าทำผิดตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้จะต้องขายคืน
  • หากนำที่ดินไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นก็มีสิทธิ์ถูกดำเนินการให้ขายคืนได้

สถานการณ์การโอนคอนโดของชาวต่างชาติ

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ พบว่า ในไตรมาส 4 ปี 2565 โดยพบว่า หน่วยโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้คนต่างชาติทั่วประเทศมีจำนวน 3,780 หน่วย เพิ่มขึ้น 82.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ถือเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในเชิงจำนวนหน่วยนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2565 และเป็นจำนวนหน่วยที่สูงสุดในรอบ 16 ไตรมาส นับจากไตรมาส 1 ปี 2562 และยังมีจำนวนหน่วยที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยรายไตรมาสในช่วง 2 ปี ที่เกิดโควิด-19 (ปี 2563-2564) ถึง 80.7% ที่มีจำนวน 2,092 หน่วย/ไตรมาส

สำหรับมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้คนต่างชาติทั่วประเทศมีจำนวน 19,544 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95.8% ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงต่อเนื่องจากไตรมาส 3 ปี 2565 และเป็นมูลค่าที่สูงสุดในรอบ 20 ไตรมาส นับจากไตรมาส 1 ปี 2561 และยังเพิ่มสูงกว่าค่าเฉลี่ยมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ฯ ในช่วง 2 ปี ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีมูลค่าเพียงไตรมาสละ 9,979 ล้านบาท/ไตรมาส

สัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้คนต่างชาติในไตรมาส 4 ปี 2565 มีสัดส่วนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้คนต่างชาติ 11.5% โดยเพิ่มสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนเพียงเล็กน้อย ซึ่งมีสัดส่วน 7.7% ขณะที่มูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้คนต่างชาติ มีสัดส่วน 21.1% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนมากพอควร ซึ่งมีสัดส่วน 13.8%

สัญชาติที่รับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดมากที่สุด

ในปี 2565 พบว่า ชาวจีน เป็นสัญชาติที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดมากที่สุดทั่วประเทศ โดยมีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้ชาวจีนไปแล้วทั้งหมด 5,707 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนที่สูงถึง 49.4% ของหน่วยทั้งหมด โดยมี 4 สัญชาติที่มีการโอนกรรมสิทธิ์อันดับรองลงมา ได้แก่ รัสเซีย จำนวน 813 หน่วย (สัดส่วน 7%), สหรัฐอเมริกา จำนวน 542 หน่วย (สัดส่วน 4.7%), สหราชอาณาจักร จำนวน 393 หน่วย (สัดส่วน 3.4%) และ ฝรั่งเศส จำนวน 351 หน่วย (สัดส่วน 3%)

หากพิจารณาในปี 2565 จะพบว่าตั้งแต่ ปี 2561 ถึง ปี 2564 ที่มีจำนวนหน่วยสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน, รัสเซีย, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา และเยอรมัน ตามลำดับ แต่ในปี 2565 กลับพบว่า หน่วยสะสมสูงสุด 5 อันดับแรกเปลี่ยนแปลงดังนี้ จีน, รัสเซีย, สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส ตามลำดับ ซึ่งจะเห็นได้ว่า 3 อันดับแรกไม่มีการเปลี่ยนแปลง

สัญชาติที่มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดมากที่สุด

ในส่วนของมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดทั่วประเทศให้คนต่างชาติทั่วประเทศในปี 2565 จะพบว่ามีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้ชาวจีน เป็นมูลค่าสูงสุด จำนวน 29,038 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนที่สูงถึง 49% ของมูลค่าทั้งหมด

ส่วน 4 สัญชาติที่มีมูลค่าการโอนรองลงมาคือ รัสเซีย จำนวน 2,682 ล้านบาท (สัดส่วน 4.5%), พม่า จำนวน 2,551 ล้านบาท (สัดส่วน 4.3%), สหรัฐอเมริกา จำนวน 2,389 ล้านบาท (สัดส่วน 4%) และฝรั่งเศส จำนวน 1,912 ล้านบาท (สัดส่วน 3.2%)

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...