โยกย้ายกระทรวงคลังฝุ่นตลบ 'พรชัย-สลักจิต' ชิงเก้าอี้อธิบดีกรมสรรพากร
กระทรวงการคลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการจัดทัพข้าราชการระดับสูง โดยสิ้นปีงบประมาณ 2569 ในวันที่ 30 กันยายนนี้ จะมีผู้บริหารระดับซี 10 หรือเทียบเท่าเกษียณอายุราชการ 4 ตำแหน่ง เปิดทางให้เกิดการขยับสับเปลี่ยนเก้าอี้ครั้งสำคัญ
และแน่นอนว่า “กรมสรรพากร” ยังคงเป็นจุดที่ได้รับความสนใจมากที่สุด
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังระบุว่า ขณะนี้การจัดทำโผโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและมีการปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนและเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ภายในเดือนกันยายน 2569 เพื่อให้ผู้บริหารชุดใหม่สามารถเข้ารับหน้าที่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นปีงบประมาณ 2570
4 เก้าอี้ใหญ่ว่าง เปิดทางจัดทัพใหม่
สำหรับตำแหน่งข้าราชการระดับสูงที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569 ประกอบด้วย
- นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร
- นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์
- นางสาวศุกร์ศิริ อภิญญานุวัฒน์ รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านทรัพย์สิน
- นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.)
การเกษียณพร้อมกันถึง 4 ตำแหน่ง ทำให้การโยกย้ายรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการ “เติมคนแทนคนเกษียณ” เท่านั้น แต่ยังมีโอกาสเกิดการขยับตัวแบบลูกโซ่ เพราะการแต่งตั้งคนหนึ่งขึ้นมา อาจทำให้เกิดตำแหน่งว่างต่อเนื่องในอีกหน่วยงานหนึ่ง
โดยเฉพาะเก้าอี้กรมจัดเก็บรายได้และหน่วยงานด้านนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด
“สรรพากร” เก้าอี้ร้อน จับตาดึงคนในนั่งเอ้าอี้ต่อ
ตำแหน่งที่ถูกจับตามองมากที่สุดในรอบนี้หนีไม่พ้น “อธิบดีกรมสรรพากร” กรมจัดเก็บรายได้อันดับหนึ่งของประเทศ
โดยการแต่งตั้งนายสมศักดิ์ ขึ้นนั่งตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร แทนน.ส.กุลยา ตันติเตมิท ที่ลาออกจากข้าราชการไป ช่วงเดือนพ.ค.ที่ผ่านมานั้น นายสมศักดิ์ เหลือเวลาราชการเพียงประมาณ 4 เดือน ก่อนเกษียณอายุในวันที่ 30 กันยายนนี้ ทำให้เก้าอี้อธิบดีกรมสรรพากรต้องกลับมาเปิดศึกชิงตัวกันอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
สำหรับชื่อที่ถูกพูดถึงในกระทรวงการคลัง คือ นางสาวสลักจิต พงษ์ศิริจันทร์ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกรรมทางการเงินการธนาคาร) ซึ่งเป็นสายงานภายในกรมสรรพากร
กระแสหนึ่งมองว่า การเลือก “คนใน” ต่อเนื่องอาจช่วยให้การบริหารงานจัดเก็บรายได้เดินหน้าได้ทันที โดยเฉพาะในช่วงที่กรมสรรพากรต้องรับมือกับโจทย์รายได้ภาษีที่มีความสำคัญต่อฐานะการคลังของประเทศ
อีกขั้ว “พรชัย” ข้ามห้วยคุมสรรพากร
อีกชื่อที่มีกระแสนั่งเก้าอี้อธิบดีกรมสรรพากรแรงไม่แพ้กัน คือ นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ซึ่งหากเกิดการโยกข้ามห้วยจริง จะถือเป็นการจัดวางตัวที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะนายพรชัย มีประสบการณ์ด้านนโยบายและการบริหารหน่วยงานจัดเก็บรายได้อยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน มองว่า การดึงนายพรชัย มานั่งกรมสรรพากรอาจเป็นส่วนหนึ่งของการวางหมากระยะยาว เพราะปลัดกระทรวงการคลังคนปัจจุบัน นายลวรณ แสงสนิท จะเกษียณอายุราชการในสิ้นปีงบประมาณ 2570
ดังนั้น การโยกผู้บริหารระดับอธิบดีในรอบนี้จึงอาจไม่ได้มองเพียงตำแหน่งที่จะว่างในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เท่านั้น แต่ยังต้องมองข้ามช็อตไปถึงการจัดทัพ “ปลัดคลัง” คนใหม่ด้วย
"วินิจ" ผงาดนั่งอธิบดีกรมสรรพสามิต
หากสุดท้ายกระแสข่าวการโยกนายพรชัยจากกรมสรรพสามิตไปกรมสรรพากรเกิดขึ้นจริง จะทำให้เกิดเก้าอี้ว่างที่กรมสรรพสามิต และนำไปสู่การขยับตัวต่อเนื่องอีกทอดหนึ่ง
ชื่อที่ถูกจับตามองคือ นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ซึ่งอาจถูกโยกไปนั่งเก้าอี้อธิบดีกรมสรรพสามิต
โผไม่นิ่ง จับตา “แพตริเซีย” นั่งธนารักษ์-สศค.
จากนั้นอาจเกิดการขยับต่อ โดยมีชื่อนางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการ สศค.
นี่จึงเป็นหนึ่งใน “โผลูกโซ่” ที่ถูกพูดถึง เพราะเพียงตำแหน่งเดียวเปลี่ยน ก็อาจทำให้เกิดการสลับเก้าอี้ต่อเนื่องตั้งแต่กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต ไปจนถึง สศค.
สำหรับนางแพตริเซีย มงคลวนิช ก็มีอีกหนึ่งโผที่น่าจับตา หลังจากนั่งอธบดีกรมบัญชีกลางครบ 4 ปี ตามธรรมเนียมจะต้องมีการโยกย้ายไปยังหน่วยงานอื่นๆ
ทั้งนี้ โผยังไม่นิ่ง นางแพตริเซีย อาจถูกโยกจากกรมบัญชีกลางไปนั่งตำแหน่งอธิบดีกรมธนารักษ์
หากเป็นไปตามแนวทางนี้ นายพรชัยอาจไม่ได้ไปกรมสรรพากร แต่ถูกดึงกลับมานั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการ สศค. อีกครั้ง
เหตุผลที่มีการพูดถึงแนวทางดังกล่าว เพราะนายพรชัยยังอายุน้อย มีเวลากลับมาวางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และดูแลนโยบายของประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสให้สะสมประสบการณ์ด้านการกำหนดนโยบายในภาพใหญ่อีกครั้ง ก่อนจะถูกจับตาในฐานะแคนดิเดตตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลังในอนาคต
จับตา "ธีรลักษ์" นั่งเก้าอี้อธิบดีธนารักษ์-ผู้อำนวยการ สบน.
อีกเก้าอี้ที่ต้องจับตาคือ อธิบดีกรมธนารักษ์ หลังนายอัครุตม์ สนธยานนท์ เตรียมเกษียณอายุราชการ
หนึ่งในชื่อที่ถูกวางไว้ คือ นายธีรลักษ์ แสงสนิท รองปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งหากขยับจากสำนักงานปลัดกระทรวงมานั่งกรมธนารักษ์ ก็จะเป็นการโยกผู้บริหารระดับรองปลัดลงมาคุมกรมสำคัญอีกแห่ง
แต่ถ้าไม่เลือกเส้นทางนี้ ยังมีกระแสข่าวอีกทางว่า นายธีรลักษ์อาจถูกโยกไปนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการ สบน. แทนนางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ซึ่งจะเกษียณในสิ้นเดือนกันยายนเช่นกัน
ประเด็นนี้น่าสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากนายธีรลักษ์เป็นลูกหม้อของ สบน. ทำให้หากกลับไปคุมหน่วยงานเดิม ก็ถือเป็นการนำคนที่มีประสบการณ์ตรงกลับมารับผิดชอบภารกิจด้านหนี้สาธารณะอีกครั้ง
“ปิยกร” ตัวเต็งอธิบดีกรมบัญชีกลาง
ท่ามกลางโผที่ยังแกว่งไปมา มีหนึ่งตำแหน่งที่ถูกมองว่าค่อนข้างชัดเจนแล้ว คือ เก้าอี้อธิบดีกรมบัญชีกลาง
กระแสข่าวระบุว่า นายปิยกร อภิบาลศรี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง มีชื่อที่จะขยับขึ้นมารับตำแหน่งอธิบดีกรมบัญชีกลางแทนตำแหน่งที่จะว่างลง
หากเป็นไปตามโผดังกล่าว จะทำให้เกิดตำแหน่ง “ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง” ว่างลงอีก 1 ตำแหน่ง ซึ่งต้องมีการจัดคนเข้ามาทดแทนต่อไป
ผู้ตรวจฯ คลังว่างอีก 1 เก้าอี้
นอกจากตำแหน่งที่เกิดจากการเกษียณแล้ว กระทรวงการคลังยังมีตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังว่างลงอีกหนึ่งเก้าอี้ หลัง น.ส.พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี ลาออกจากราชการเพื่อไปรับตำแหน่งผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
จึงเท่ากับว่า การจัดทัพรอบนี้ไม่ได้จบแค่ 4 เก้าอี้ที่เกษียณในวันที่ 30 กันยายน แต่ยังมีตำแหน่งว่างที่ต้องเติม และตำแหน่งที่เกิดจากการโยกย้ายต่อเนื่องตามมาอีกหลายจุด
"ทั้งหมดนี้ทำให้ช่วงเดือนกันยายนกลายเป็นช่วง “ฝุ่นตลบ” ของกระทรวงการคลัง ดังนั้น สิ่งที่ต้องจับตาไม่ใช่แค่ “ใครนั่งเก้าอี้ไหน” แต่คือการสะท้อนทิศทางการบริหารรายได้ การคลัง และนโยบายเศรษฐกิจของกระทรวงการคลัง"