โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เร่งเข้าตรวจสอบ 2 ปมร้อน TSD ข้อมูลรั่วไหล 2 แสนบัญชี-‘หมอพร้อม’ โดนสวมรอย

THE STANDARD

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เร่งเข้าตรวจสอบ 2 ปมร้อน TSD ข้อมูลรั่วไหล 2 แสนบัญชี-‘หมอพร้อม’ โดนสวมรอย

สคส. เร่งติดตาม 2 กรณีข้อมูลส่วนบุคคลสำคัญ ทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสิทธิการรักษาพยาบาล ‘หมอพร้อม’ ได้มีผู้ใช้สิทธิ์ร้องเรียนแล้วกว่า 30 ราย และเหตุข้อมูลผู้ใช้บริการ TSD Investor Portal รั่วไหลประมาณ 2 แสนราย แจ้งหน่วยงานนำส่งข้อเท็จจริงและหลักฐานเพิ่มเติม ย้ำต้องตรวจสอบตั้งแต่ต้นเหตุ ขอบเขตผลกระทบ การแจ้งเหตุ ตลอดจนมาตรการเยียวยาและป้องกันเหตุซ้ำ ก่อนพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าตรวจสอบกรณีที่อาจกระทบต่อข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนอย่างเข้มงวด โดยได้แจ้งให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) นำส่งข้อมูล คำชี้แจง และพยานหลักฐานเกี่ยวกับการดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เพิ่มเติมให้ครบถ้วน เพื่อประเมินข้อเท็จจริง ขอบเขตผลกระทบ และความเหมาะสมของมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในแต่ละกรณี

พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เปิดเผยว่า สคส. ให้ความสำคัญกับทั้งสองกรณี เนื่องจากเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนจำนวนมาก และข้อมูลบางประเภทอาจถูกนำไปเชื่อมโยงเพื่อระบุตัวบุคคล ใช้ประกอบการสวมรอย หรือหลอกลวงเจ้าของข้อมูลได้ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ครบถ้วน ไม่พิจารณาจากคำชี้แจงหรือข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะเพียงด้านเดียว

สำหรับกรณีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบบริการสุขภาพและสิทธิการรักษาพยาบาล ซึ่งมีการนำเสนอข้อมูลผ่านสื่อมวลชนและมีข้อกังวลจากภาคประชาชนว่าอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลถูกเข้าถึงหรือนำไปใช้โดยมิชอบนั้น ปัจจุบันมีเจ้าของข้อมูลใช้สิทธิยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ สคส. กรณีที่เกี่ยวข้องกับระบบ ‘หมอพร้อม’ แล้วกว่า 30 ราย สคส. จึงได้ประสานและติดตามการตรวจสอบจากกระทรวงสาธารณสุข พร้อมแจ้งให้นำส่งข้อมูลและหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าข้อมูลที่เป็นประเด็นมีแหล่งที่มาจากระบบหรือหน่วยงานใด ประกอบด้วยข้อมูลประเภทใด มีเจ้าของข้อมูลจำนวนเท่าใดที่อาจได้รับผลกระทบ

รวมถึงมีการเข้าถึง เปิดเผย หรือส่งต่อข้อมูลโดยมิชอบหรือไม่นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะต้องชี้แจงมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล การตรวจสอบช่องโหว่และบันทึกการเข้าถึงระบบ การระงับเหตุและจำกัดผลกระทบ ตลอดจนผลการประเมินความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เพื่อประกอบการพิจารณาว่าได้ดำเนินการแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงแจ้งเจ้าของข้อมูลตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดครบถ้วนแล้วหรือไม่

ส่วนกรณี TSD ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการในระบบ TSD Investor Portal โดยไม่ได้รับอนุญาต จากการแถลงข่าวของ TSD เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 ระบุว่า หน่วยงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศตรวจพบความผิดปกติในช่วงเย็นวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ก่อนตรวจสอบเพิ่มเติมและยืนยันในวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ว่ามีข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วนถูกเข้าถึง

TSD เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการประมาณ 200,000 ราย จากบัญชีในระบบประมาณ 5 ล้านบัญชี โดยข้อมูลที่อาจได้รับผลกระทบประกอบด้วย ชื่อ–นามสกุล วันเดือนปีเกิด เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ชื่อบริษัทหลักทรัพย์และเลขบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ตลอดจนชื่อธนาคารและเลขที่บัญชีธนาคารของผู้ใช้บริการบางส่วน

อย่างไรก็ตาม TSD ยืนยันว่า ระบบ TSD Investor Portal แยกออกจากระบบรับฝากหลักทรัพย์และระบบธุรกรรมส่วนหลัง โดยจากการตรวจสอบในขณะนี้ยังไม่พบว่าข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์และข้อมูลธุรกรรมซื้อขายหลักทรัพย์ได้รับผลกระทบ รวมถึงยังไม่พบความเสียหายทางการเงินที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ดังกล่าว

ภายหลังตรวจพบเหตุ TSD ระบุว่าได้ดำเนินการปิดกั้นช่องทางการเข้าถึงที่ผิดปกติ ประสานกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเพื่อสืบสวนติดตามผู้กระทำผิด แจ้งหน่วยงานกำกับดูแล ตลอดจนประสานบริษัทหลักทรัพย์ ธนาคาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เพิ่มระดับการเฝ้าระวัง พร้อมส่งอีเมลและข้อความ SMS แจ้งเตือนไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบแล้ว

พ.ต.อ.สุรพงศ์กล่าวว่า แม้ TSD จะชี้แจงรายละเอียดและมาตรการที่ได้ดำเนินการต่อสาธารณะแล้ว แต่ในกระบวนการกำกับดูแลตามกฎหมาย สคส. ยังจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลและพยานหลักฐานในเชิงลึก โดยเฉพาะสาเหตุและช่องทางที่ทำให้เกิดการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ช่วงเวลาที่เริ่มต้นและสิ้นสุดของเหตุการณ์ ประเภทและจำนวนข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนประสิทธิภาพของมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยก่อนและหลังเกิดเหตุ

ขณะเดียวกัน จะต้องตรวจสอบหลักฐานการแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลต่อ สคส. การประเมินระดับความเสี่ยงต่อเจ้าของข้อมูล วิธีการและระยะเวลาในการแจ้งเตือนผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจนมาตรการเฝ้าระวัง เยียวยา และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก

“การแถลงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะถือเป็นส่วนสำคัญของการแสดงความรับผิดชอบ แต่ในทางกฎหมาย สคส. จำเป็นต้องตรวจสอบให้เห็นถึงข้อมูลทางเทคนิค เอกสาร และหลักฐานการดำเนินงานที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อประเมินว่าองค์กรได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมกับความเสี่ยง และปฏิบัติหน้าที่ภายหลังเกิดเหตุอย่างครบถ้วนและทันท่วงทีแล้วหรือไม่” พ.ต.อ.สุรพงศ์กล่าว

เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลย้ำว่า การเกิดเหตุข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นมีความผิดตามกฎหมายโดยอัตโนมัติ การพิจารณาจะต้องอาศัยข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานว่า ก่อนเกิดเหตุองค์กรได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสมหรือไม่ สามารถตรวจพบและควบคุมเหตุได้รวดเร็วเพียงใด รวมถึงได้แจ้งเหตุ แจ้งเจ้าของข้อมูล และลดผลกระทบตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดแล้วหรือไม่

หากผลการตรวจสอบพบข้อบกพร่องหรือการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย สคส. จะพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และตามระดับความร้ายแรงของแต่ละกรณี ตั้งแต่การกำหนดมาตรการแก้ไข การสั่งให้ยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ไปจนถึงการดำเนินกระบวนการตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนและสร้างมาตรฐานความรับผิดชอบให้กับองค์กรที่เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก

“ข้อมูลของประชาชนที่อยู่ในความดูแลของหน่วยงานรัฐหรือภาคเอกชนไม่ใช่เพียงทรัพยากรสำหรับให้บริการ แต่เป็นสิทธิของประชาชนที่องค์กรมีหน้าที่ต้องดูแลอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะข้อมูลด้านสุขภาพ ข้อมูลประจำตัว และข้อมูลที่เชื่อมโยงกับบัญชีทางการเงิน ซึ่งหากรั่วไหลออกไปอาจถูกนำไปใช้สร้างความเสียหายได้ในระยะยาว สคส. จึงต้องตรวจสอบทุกกรณีอย่างจริงจัง โปร่งใส และไม่ปล่อยให้คำชี้แจงที่ยังขาดหลักฐานเป็นข้อยุติ” พ.ต.อ.สุรพงศ์กล่าว

สคส. ขอให้ประชาชนที่ได้รับการแจ้งเตือนจาก TSD หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความระมัดระวังต่ออีเมล ข้อความ SMS โทรศัพท์ หรือบัญชีออนไลน์ที่แอบอ้างเป็นตลาดหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ธนาคาร หรือหน่วยงานภาครัฐ โดยไม่คลิกลิงก์ ไม่ดาวน์โหลดไฟล์ และไม่เปิดเผยรหัสผ่านหรือรหัส OTP แก่บุคคลที่ติดต่อมา หากมีข้อสงสัยควรติดต่อหน่วยงานหรือผู้ให้บริการผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการโดยตรง

ทั้งนี้ สคส. จะติดตามการนำส่งข้อมูลและพยานหลักฐานจากกระทรวงสาธารณสุขและ TSD อย่างใกล้ชิด และจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายเมื่อรวบรวมข้อเท็จจริงได้ครบถ้วน โดยยืนยันว่าจะดำเนินงานบนหลักความเป็นธรรม รอบคอบ และให้ความสำคัญสูงสุดกับสิทธิและความปลอดภัยของประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...