โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อสังหาฯภูเก็ตไม่มีวันตาย! ASW วางตัว TITLE เป็นหัวรบกวาดลูกค้าต่างชาติ ดันแบ็กล็อกพุ่ง 3 หมื่นล้าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 ส.ค. เวลา 15.52 น. • เผยแพร่ 17 ส.ค. เวลา 08.52 น.

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยที่กำลังเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว ภาพรวมของเมืองท่องเที่ยวระดับสากลอย่าง“จังหวัดภูเก็ต” กลับส่งสัญญาณเติบโตสวนทางอย่างโดดเด่นและเปรียบเสมือนเพชรเม็ดงามที่ไม่เคยลดเสน่ห์ลง ด้วยความพร้อมของภูเก็ตในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับโลก ประกอบกับสภาพอากาศที่อบอุ่นตลอดปี สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน (Infrastructure) ที่ครบครัน ตลอดจนสถานศึกษานานาชาติ โรงพยาบาลมาตรฐานระดับสูง และท่าเทียบเรือยอชต์ (Marina) ที่พร้อมรองรับกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงจากทั่วโลก

สมรภูมิไข่มุกอันดามัน: เมืองที่ไม่เคยหลับใหลกับเทรนด์การอยู่อาศัยถาวรระดับโลก

ปัจจัยเชิงบวกเหล่านี้ได้ส่งผลให้พฤติกรรมการเดินทางเข้ามายังภูเก็ตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เป็นเพียงจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวพักผ่อนระยะยาว (Vacation Home) ได้ยกระดับสู่การเป็นเมืองอยู่อาศัยระยะยาว (Permanent Resident) ของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อจากทวีปยุโรป รัสเซีย และชาติต่างๆ ที่ต้องการย้ายถิ่นฐานหรือหาสถานที่พักผ่อนสำรองในเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีเยี่ยม ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตจึงกลายเป็นสมรภูมิสำคัญที่ผู้ประกอบการชั้นนำต่างมุ่งหน้าเข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อสร้างการเติบโตระลอกใหม่

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของทำเลนี้ว่า “ตราบใดที่ฤดูกาลยังเป็นแบบนี้ ทั้งยุโรป รัสเซีย และคนเมืองหนาว ยังไงก็ต้องอยากมาภูเก็ต ภูเก็ตไม่มีวันตายเพราะสภาพอากาศและทัศนียภาพเป็นแบบนี้ การเข้ามาของชาวต่างชาติไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวชั่วคราว แต่คือการย้ายเข้ามาเป็น Permanent Resident ที่เข้ามาเติมเต็มประชากรคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง สร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจในระยะยาว”

จากแคมปัสคอนโด สู่บิ๊กดีลสยายปีกอันดามัน

key drive สำคัญในการบุกสมรภูมิภูเก็ตของ AssetWise ซึ่งเดิมมีชื่อเสียงและโดดเด่นจากการพัฒนาคอนโดมิเนียมรอบสถานศึกษา (Campus Condo) ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมถึงการขยายฐานโครงการในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) คือการเข้าถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 68.87% ของ บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ภูเก็ตมานานกว่า 15 ปี การควบรวมกิจการ (M&A) ครั้งนี้คือการผสานความเชี่ยวชาญด้าน นวัตกรรม การดีไซน์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ ASW เข้ากับระบบนิเวศการขาย เครือข่ายเอเย่นต์ต่างชาติ และความเชี่ยวชาญด้านทำเลเชิงลึกของ TITLE

การเติบโตในก้าวต่อไปของ ASW และ TITLE ไม่ใช่เพียงการสร้างคอนโดมิเนียมเพื่อขายแล้วจบไป (Build-to-Sell) แต่มุ่งมั่นสร้าง “Lifestyle Ecosystem” ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในภูเก็ต ผ่าน 3 มิติหลัก:

  • การพัฒนาที่อยู่อาศัยหลากรูปแบบ (Residential Diversity): ขยายการพัฒนาจากคอนโดมิเนียมสไตล์ Resort / Leisure Residence ไปสู่โครงการพูลวิลล่าระดับลักชัวรี เช่น โครงการ Villa Estella ในยาง และ Casa de Monte โครงการพูลวิลล่าในโซนเกาะแก้วที่ร่วมทุน (Joint Venture) กับโบ๊ทพัฒนา
  • ธุรกิจให้บริการและนิติบุคคล (Living Services): จัดตั้งทีมบริหารจัดการนิติบุคคลและบริการดูแลอสังหาริมทรัพย์สำหรับปล่อยเช่า ที่มีความเข้าใจอินไซต์ของลูกบ้านชาวต่างชาติ ช่วยอำนวยความสะดวกและสร้างอัตราผลตอบแทนจากการเช่า (Rental Yield) ที่น่าดึงดูดใจให้นักลงทุน
  • กลุ่มธุรกิจสร้างรายได้ประจำ (Hospitality & Recurring Income): เติมเต็มการใช้ชีวิตด้วยคอมมูนิตี้มอลล์แบรนด์ Mingle, บีชคลับสุดหรู The Salute รวมถึงการดึงแบรนด์โรงแรมระดับอินเทอร์เนชั่นแนลเข้ามาบริหาร เพื่อสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียนสม่ำเสมอในระยะยาว ได้แก่ Staybridge, Hotel Indigo และ voco

การเข้ามาร่วมทุนในครั้งนี้นับเป็น Strategic Investment ครั้งประวัติศาสตร์ของบริษัท เป็นการนำจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการที่หลากหลาย (Facility Design) และระบบการบริหารจัดการของ ASW เข้ามาผสานกับ Know-how ท้องถิ่นและความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าต่างชาติอย่างลึกซึ้งของ TITLE ส่งผลให้กลุ่มบริษัทสามารถเร่งสปีดขยายโครงการอสังหาริมทรัพย์ครอบคลุมพื้นที่ศักยภาพ (Prime Location) ในภูเก็ตได้ถึง 17 โครงการ รวมกว่า 2,500 ยูนิต กระจายตัวในหาดชั้นนำ เช่น หาดบางเทา หาดกมลา หาดกะตะ หาดไนยาง และหาดราไว

นายกรมเชษฐ์ ได้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์การลงทุนในครั้งนี้ว่า “ภูเก็ตเป็นตลาดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงและไม่มีวันตายด้วยปัจจัยด้านภูมิอากาศที่คนเมืองหนาวต้องการเดินทางมาพักผ่อน การเข้ามาทำตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่นี่จึงไม่ได้มองเพียงแค่การสร้างคอนโดมิเนียมเพื่อขายแล้วปิดโครงการไป แต่เป็นการเข้ามาสร้างประชากรคุณภาพที่มีรายได้สูงให้เข้ามาอยู่อาศัยแบบถาวร ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการหมุนเวียนของเม็ดเงินในจังหวัดภูเก็ตในระยะยาว”

กลยุทธ์ “โมเดลเอเจนต์” & DNA นิติบุคคล ดันแบ็กล็อกพุ่งกระฉูด

ปัจจัยสำคัญ (Key Driver) ที่ทำให้ TITLE สามารถสร้างยอดขายระดับหลายพันล้านบาทได้อย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี เกิดจากการวางกลยุทธ์ที่ตรงจุดและตอบโจทย์บริบทของตลาดต่างชาติ 2 ประการหลัก ได้แก่

  • การสร้างความนับถือและความซื่อสัตย์กับเครือข่ายเอเจนต์ต่างชาติ: TITLE เน้นการขายผ่านระบบนายหน้าและเอเจนต์ต่างประเทศเป็นหลัก โดยยึดหลักการทำงานที่ซื่อสัตย์ ให้ความคุ้มครองผลประโยชน์ของเอเจนต์ และไม่ดำเนินการขายตรงเพื่อแข่งกับเอเจนต์ ความจริงใจในการดำเนินธุรกิจนี้สร้างความเชื่อมั่นอย่างสูงให้กับเครือข่ายนายหน้าทั่วโลก ทำให้เอเจนต์พร้อมนำเสนอโครงการของ TITLE เป็นตัวเลือกแรกๆ ให้แก่กลุ่มลูกค้าต่างชาติมาโดยตลอด
  • การบริหารจัดการนิติบุคคลด้วย DNA Hospitality: บริษัทได้จัดตั้งธุรกิจสนับสนุนอย่าง Z-Welfare (S-Wise) เข้ามาดูแลการบริหารจัดการนิติบุคคลและอาคารชุด โดยเข้าใจพฤติกรรมของชาวต่างชาติที่มาซื้อคอนโดมิเนียมอย่างแท้จริง ตั้งแต่บริการดูแลความสะอาดและการ Maintenance ห้องพักในช่วงที่เจ้าของบินกลับประเทศ บริการช่วยปล่อยเช่าเพื่อสร้างผลตอบแทน ไปจนถึงการจัดกิจกรรมเทศกาลไทยเพื่อสร้างคอมมูนิตี้การอยู่อาศัยที่อบอุ่น

นอกจากนี้ ในแง่ของคุณภาพยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ของกลุ่มบริษัทยังมีความแข็งแกร่งและเสี่ยงต่ำ เนื่องจากมีโครงสร้างการชำระเงินดาวน์สะสมในสัดส่วนที่สูงถึง 25% ถึง 75% ก่อนถึงวันโอนกรรมสิทธิ์ ส่งผลให้อัตราการปฏิเสธการโอนหรือการทิ้งเงินดาวน์ (Cancellation Rate) อยู่ในระดับที่ต่ำมากจนเกือบเป็นศูนย์

นายกรมเชษฐ์ เน้นย้ำเสริมว่า “ลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาซื้อโครงการเป็นผู้ที่มีกำลังซื้อจริงและชำระเงินดาวน์มาอย่างต่อเนื่อง จนวันโอนกรรมสิทธิ์เหลือยอดชำระอีกเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงมากกว่าการเก็งกำไร ด้วยโครงสร้างทางการเงินที่มั่นคงเช่นนี้ ส่งผลให้ ASW ได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กร (Credit Rating) จากระดับ BBB- ขึ้นมาสู่ระดับ BBB ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นได้ยากมากในสภาวะตลาดปัจจุบัน”

เจาะลึกตัวเลขสถิติและเป้าหมายการเติบโตทางการเงิน

ผลประกอบการและตัวเลขทางการเงินของกลุ่มบริษัท ASW และ TITLE สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม:

  • ยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) รวม: ปัจจุบันกลุ่มบริษัทมียอดขาย Backlog รวมกันทะลุ 30,000 ล้านบาท โดยเป็นส่วนยอดขายของ TITLE ในจังหวัดภูเก็ตสูงถึงกว่า 20,000 ล้านบาท
  • เป้าหมายรายได้ปี 2569: TITLE ได้ตั้งเป้าหมายการรับรู้รายได้ไว้ที่ 6,000 ล้านบาท ซึ่งในครึ่งปีแรกสามารถทำรายได้ไปแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท และยังมีสินค้าพร้อมโอน (Ready to Move in) ในช่วงไตรมาส 3 คิดเป็นมูลค่ารวมราว 4,500 ล้านบาท หรือประมาณ 400 ยูนิต
  • โครงการเรือธง (Flagship Project): ได้มีการเปิดตัวโครงการ “เดอะ ไทเทิล เฮอริเทจ บางเทา” (THE TITLE Heritage Bang-Tao) ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 15 ไร่ ประกอบด้วยอาคารพักอาศัยจำนวน 789 ยูนิต โดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์ Neo-Classic ที่ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมเปอรานากันอันเป็นเอกลักษณ์ของภูเก็ต
  • ที่ดินรอการพัฒนา (Landbank): TITLE มีแลนด์แบงก์ในทำเลศักยภาพทั่วภูเก็ตสะสมอยู่อีกกว่า 200 ไร่ ซึ่งเพียงพอสำหรับการนำมาพัฒนาโครงการใหม่ๆ รองรับการเติบโตในอีก 3–5 ปีข้างหน้า คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมในอนาคตราว 40,000 ล้านบาท

นายกรมเชษฐ์ ได้กล่าวถึงความมั่นใจในตัวเลขผลประกอบการว่า “ตัวเลข Backlog ที่ทะลุ 3 หมื่นล้านบาท โดยมาจากภูเก็ตกว่า 2 หมื่นล้านบาท เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าเราเดินมาถูกทาง การรักษาวินัยทางการเงินและการเลือกทำเลที่ใช่ ทำให้เรามีรายได้รองรับอย่างมั่นคงต่อเนื่องไปอีกหลายปีโดยไม่ต้องกังวลกับความผันผวนของตลาดในประเทศ”

วิสัยทัศน์ก้าวต่อไป: การสร้าง “Lifestyle Ecosystem” และการตอบแทนคืนสู่สังคมภูเก็ต

ก้าวต่อไปในอนาคตของ ASW และ TITLE ไม่ได้จำกัดบทบาทอยู่เพียงการเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยเท่านั้น แต่มุ่งมั่นขยายพอร์ตธุรกิจไปสู่การเป็น “Lifestyle Ecosystem” แบบครบวงจร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เหนือระดับและสร้างสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่ยั่งยืน

แผนการขยายธุรกิจบริการและไลฟ์สไตล์ครอบคลุมหลากหลายมิติ ได้แก่ การลงทุนในธุรกิจโรงแรมระดับอินเตอร์เนชันแนล เช่น Hotel Indigo Phuket Nai Yang Beach และ voco Phuket Bangtao การพัฒนาพื้นที่ค้าปลีกและคอมมูนิตี้มอลล์ภายใต้แบรนด์ Mingle การเปิดให้บริการบีชคลับสุดหรู The Salute ตลอดจนแผนการขยายไปสู่ธุรกิจ Health & Wellness โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำให้ถึง 10% ของพอร์ตทั้งหมดในอนาคต

ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงเจตนารมณ์ในการเติบโตเคียงคู่ไปกับท้องถิ่น TITLE ได้ดำเนินการย้ายสำนักงานใหญ่จากกรุงเทพมหานครมาประดิษฐ์สถาน ณ จังหวัดภูเก็ตอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การเสียภาษีรายได้จากการดำเนินธุรกิจตกเป็นของท้องถิ่นโดยตรง ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ติดอันดับ 1 ใน 10 ขององค์กรที่เสียภาษีสูงสุดในจังหวัดภูเก็ต

นายดรงค์ หุตะจูฑะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE กล่าวทิ้งท้ายถึงทิศทางความยั่งยืนว่า “เข็มทิศสำคัญของบริษัทคือการเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อคนภูเก็ตอย่างแท้จริง การย้ายฐานภาษีและสำนักงานมายังพื้นที่จริง มีเป้าหมายเพื่อตอบแทนชุมชน และพร้อมที่จะเข้าไปร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การดูแลสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสนับสนุนการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่ เพราะความยั่งยืนและการเติบโตของเมืองภูเก็ต ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้ธุรกิจของบริษัทเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...