อสังหาฯภูเก็ตไม่มีวันตาย! ASW วางตัว TITLE เป็นหัวรบกวาดลูกค้าต่างชาติ ดันแบ็กล็อกพุ่ง 3 หมื่นล้าน
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยที่กำลังเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว ภาพรวมของเมืองท่องเที่ยวระดับสากลอย่าง“จังหวัดภูเก็ต” กลับส่งสัญญาณเติบโตสวนทางอย่างโดดเด่นและเปรียบเสมือนเพชรเม็ดงามที่ไม่เคยลดเสน่ห์ลง ด้วยความพร้อมของภูเก็ตในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับโลก ประกอบกับสภาพอากาศที่อบอุ่นตลอดปี สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน (Infrastructure) ที่ครบครัน ตลอดจนสถานศึกษานานาชาติ โรงพยาบาลมาตรฐานระดับสูง และท่าเทียบเรือยอชต์ (Marina) ที่พร้อมรองรับกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงจากทั่วโลก
สมรภูมิไข่มุกอันดามัน: เมืองที่ไม่เคยหลับใหลกับเทรนด์การอยู่อาศัยถาวรระดับโลก
ปัจจัยเชิงบวกเหล่านี้ได้ส่งผลให้พฤติกรรมการเดินทางเข้ามายังภูเก็ตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เป็นเพียงจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวพักผ่อนระยะยาว (Vacation Home) ได้ยกระดับสู่การเป็นเมืองอยู่อาศัยระยะยาว (Permanent Resident) ของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อจากทวีปยุโรป รัสเซีย และชาติต่างๆ ที่ต้องการย้ายถิ่นฐานหรือหาสถานที่พักผ่อนสำรองในเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีเยี่ยม ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตจึงกลายเป็นสมรภูมิสำคัญที่ผู้ประกอบการชั้นนำต่างมุ่งหน้าเข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อสร้างการเติบโตระลอกใหม่
นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของทำเลนี้ว่า “ตราบใดที่ฤดูกาลยังเป็นแบบนี้ ทั้งยุโรป รัสเซีย และคนเมืองหนาว ยังไงก็ต้องอยากมาภูเก็ต ภูเก็ตไม่มีวันตายเพราะสภาพอากาศและทัศนียภาพเป็นแบบนี้ การเข้ามาของชาวต่างชาติไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวชั่วคราว แต่คือการย้ายเข้ามาเป็น Permanent Resident ที่เข้ามาเติมเต็มประชากรคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง สร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจในระยะยาว”
จากแคมปัสคอนโด สู่บิ๊กดีลสยายปีกอันดามัน
key drive สำคัญในการบุกสมรภูมิภูเก็ตของ AssetWise ซึ่งเดิมมีชื่อเสียงและโดดเด่นจากการพัฒนาคอนโดมิเนียมรอบสถานศึกษา (Campus Condo) ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมถึงการขยายฐานโครงการในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) คือการเข้าถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 68.87% ของ บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ภูเก็ตมานานกว่า 15 ปี การควบรวมกิจการ (M&A) ครั้งนี้คือการผสานความเชี่ยวชาญด้าน นวัตกรรม การดีไซน์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ ASW เข้ากับระบบนิเวศการขาย เครือข่ายเอเย่นต์ต่างชาติ และความเชี่ยวชาญด้านทำเลเชิงลึกของ TITLE
การเติบโตในก้าวต่อไปของ ASW และ TITLE ไม่ใช่เพียงการสร้างคอนโดมิเนียมเพื่อขายแล้วจบไป (Build-to-Sell) แต่มุ่งมั่นสร้าง “Lifestyle Ecosystem” ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในภูเก็ต ผ่าน 3 มิติหลัก:
- การพัฒนาที่อยู่อาศัยหลากรูปแบบ (Residential Diversity): ขยายการพัฒนาจากคอนโดมิเนียมสไตล์ Resort / Leisure Residence ไปสู่โครงการพูลวิลล่าระดับลักชัวรี เช่น โครงการ Villa Estella ในยาง และ Casa de Monte โครงการพูลวิลล่าในโซนเกาะแก้วที่ร่วมทุน (Joint Venture) กับโบ๊ทพัฒนา
- ธุรกิจให้บริการและนิติบุคคล (Living Services): จัดตั้งทีมบริหารจัดการนิติบุคคลและบริการดูแลอสังหาริมทรัพย์สำหรับปล่อยเช่า ที่มีความเข้าใจอินไซต์ของลูกบ้านชาวต่างชาติ ช่วยอำนวยความสะดวกและสร้างอัตราผลตอบแทนจากการเช่า (Rental Yield) ที่น่าดึงดูดใจให้นักลงทุน
- กลุ่มธุรกิจสร้างรายได้ประจำ (Hospitality & Recurring Income): เติมเต็มการใช้ชีวิตด้วยคอมมูนิตี้มอลล์แบรนด์ Mingle, บีชคลับสุดหรู The Salute รวมถึงการดึงแบรนด์โรงแรมระดับอินเทอร์เนชั่นแนลเข้ามาบริหาร เพื่อสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียนสม่ำเสมอในระยะยาว ได้แก่ Staybridge, Hotel Indigo และ voco
การเข้ามาร่วมทุนในครั้งนี้นับเป็น Strategic Investment ครั้งประวัติศาสตร์ของบริษัท เป็นการนำจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการที่หลากหลาย (Facility Design) และระบบการบริหารจัดการของ ASW เข้ามาผสานกับ Know-how ท้องถิ่นและความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าต่างชาติอย่างลึกซึ้งของ TITLE ส่งผลให้กลุ่มบริษัทสามารถเร่งสปีดขยายโครงการอสังหาริมทรัพย์ครอบคลุมพื้นที่ศักยภาพ (Prime Location) ในภูเก็ตได้ถึง 17 โครงการ รวมกว่า 2,500 ยูนิต กระจายตัวในหาดชั้นนำ เช่น หาดบางเทา หาดกมลา หาดกะตะ หาดไนยาง และหาดราไว
นายกรมเชษฐ์ ได้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์การลงทุนในครั้งนี้ว่า “ภูเก็ตเป็นตลาดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงและไม่มีวันตายด้วยปัจจัยด้านภูมิอากาศที่คนเมืองหนาวต้องการเดินทางมาพักผ่อน การเข้ามาทำตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่นี่จึงไม่ได้มองเพียงแค่การสร้างคอนโดมิเนียมเพื่อขายแล้วปิดโครงการไป แต่เป็นการเข้ามาสร้างประชากรคุณภาพที่มีรายได้สูงให้เข้ามาอยู่อาศัยแบบถาวร ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการหมุนเวียนของเม็ดเงินในจังหวัดภูเก็ตในระยะยาว”
กลยุทธ์ “โมเดลเอเจนต์” & DNA นิติบุคคล ดันแบ็กล็อกพุ่งกระฉูด
ปัจจัยสำคัญ (Key Driver) ที่ทำให้ TITLE สามารถสร้างยอดขายระดับหลายพันล้านบาทได้อย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี เกิดจากการวางกลยุทธ์ที่ตรงจุดและตอบโจทย์บริบทของตลาดต่างชาติ 2 ประการหลัก ได้แก่
- การสร้างความนับถือและความซื่อสัตย์กับเครือข่ายเอเจนต์ต่างชาติ: TITLE เน้นการขายผ่านระบบนายหน้าและเอเจนต์ต่างประเทศเป็นหลัก โดยยึดหลักการทำงานที่ซื่อสัตย์ ให้ความคุ้มครองผลประโยชน์ของเอเจนต์ และไม่ดำเนินการขายตรงเพื่อแข่งกับเอเจนต์ ความจริงใจในการดำเนินธุรกิจนี้สร้างความเชื่อมั่นอย่างสูงให้กับเครือข่ายนายหน้าทั่วโลก ทำให้เอเจนต์พร้อมนำเสนอโครงการของ TITLE เป็นตัวเลือกแรกๆ ให้แก่กลุ่มลูกค้าต่างชาติมาโดยตลอด
- การบริหารจัดการนิติบุคคลด้วย DNA Hospitality: บริษัทได้จัดตั้งธุรกิจสนับสนุนอย่าง Z-Welfare (S-Wise) เข้ามาดูแลการบริหารจัดการนิติบุคคลและอาคารชุด โดยเข้าใจพฤติกรรมของชาวต่างชาติที่มาซื้อคอนโดมิเนียมอย่างแท้จริง ตั้งแต่บริการดูแลความสะอาดและการ Maintenance ห้องพักในช่วงที่เจ้าของบินกลับประเทศ บริการช่วยปล่อยเช่าเพื่อสร้างผลตอบแทน ไปจนถึงการจัดกิจกรรมเทศกาลไทยเพื่อสร้างคอมมูนิตี้การอยู่อาศัยที่อบอุ่น
นอกจากนี้ ในแง่ของคุณภาพยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ของกลุ่มบริษัทยังมีความแข็งแกร่งและเสี่ยงต่ำ เนื่องจากมีโครงสร้างการชำระเงินดาวน์สะสมในสัดส่วนที่สูงถึง 25% ถึง 75% ก่อนถึงวันโอนกรรมสิทธิ์ ส่งผลให้อัตราการปฏิเสธการโอนหรือการทิ้งเงินดาวน์ (Cancellation Rate) อยู่ในระดับที่ต่ำมากจนเกือบเป็นศูนย์
นายกรมเชษฐ์ เน้นย้ำเสริมว่า “ลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาซื้อโครงการเป็นผู้ที่มีกำลังซื้อจริงและชำระเงินดาวน์มาอย่างต่อเนื่อง จนวันโอนกรรมสิทธิ์เหลือยอดชำระอีกเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงมากกว่าการเก็งกำไร ด้วยโครงสร้างทางการเงินที่มั่นคงเช่นนี้ ส่งผลให้ ASW ได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กร (Credit Rating) จากระดับ BBB- ขึ้นมาสู่ระดับ BBB ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นได้ยากมากในสภาวะตลาดปัจจุบัน”
เจาะลึกตัวเลขสถิติและเป้าหมายการเติบโตทางการเงิน
ผลประกอบการและตัวเลขทางการเงินของกลุ่มบริษัท ASW และ TITLE สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม:
- ยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) รวม: ปัจจุบันกลุ่มบริษัทมียอดขาย Backlog รวมกันทะลุ 30,000 ล้านบาท โดยเป็นส่วนยอดขายของ TITLE ในจังหวัดภูเก็ตสูงถึงกว่า 20,000 ล้านบาท
- เป้าหมายรายได้ปี 2569: TITLE ได้ตั้งเป้าหมายการรับรู้รายได้ไว้ที่ 6,000 ล้านบาท ซึ่งในครึ่งปีแรกสามารถทำรายได้ไปแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท และยังมีสินค้าพร้อมโอน (Ready to Move in) ในช่วงไตรมาส 3 คิดเป็นมูลค่ารวมราว 4,500 ล้านบาท หรือประมาณ 400 ยูนิต
- โครงการเรือธง (Flagship Project): ได้มีการเปิดตัวโครงการ “เดอะ ไทเทิล เฮอริเทจ บางเทา” (THE TITLE Heritage Bang-Tao) ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 15 ไร่ ประกอบด้วยอาคารพักอาศัยจำนวน 789 ยูนิต โดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์ Neo-Classic ที่ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมเปอรานากันอันเป็นเอกลักษณ์ของภูเก็ต
- ที่ดินรอการพัฒนา (Landbank): TITLE มีแลนด์แบงก์ในทำเลศักยภาพทั่วภูเก็ตสะสมอยู่อีกกว่า 200 ไร่ ซึ่งเพียงพอสำหรับการนำมาพัฒนาโครงการใหม่ๆ รองรับการเติบโตในอีก 3–5 ปีข้างหน้า คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมในอนาคตราว 40,000 ล้านบาท
นายกรมเชษฐ์ ได้กล่าวถึงความมั่นใจในตัวเลขผลประกอบการว่า “ตัวเลข Backlog ที่ทะลุ 3 หมื่นล้านบาท โดยมาจากภูเก็ตกว่า 2 หมื่นล้านบาท เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าเราเดินมาถูกทาง การรักษาวินัยทางการเงินและการเลือกทำเลที่ใช่ ทำให้เรามีรายได้รองรับอย่างมั่นคงต่อเนื่องไปอีกหลายปีโดยไม่ต้องกังวลกับความผันผวนของตลาดในประเทศ”
วิสัยทัศน์ก้าวต่อไป: การสร้าง “Lifestyle Ecosystem” และการตอบแทนคืนสู่สังคมภูเก็ต
ก้าวต่อไปในอนาคตของ ASW และ TITLE ไม่ได้จำกัดบทบาทอยู่เพียงการเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยเท่านั้น แต่มุ่งมั่นขยายพอร์ตธุรกิจไปสู่การเป็น “Lifestyle Ecosystem” แบบครบวงจร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เหนือระดับและสร้างสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่ยั่งยืน
แผนการขยายธุรกิจบริการและไลฟ์สไตล์ครอบคลุมหลากหลายมิติ ได้แก่ การลงทุนในธุรกิจโรงแรมระดับอินเตอร์เนชันแนล เช่น Hotel Indigo Phuket Nai Yang Beach และ voco Phuket Bangtao การพัฒนาพื้นที่ค้าปลีกและคอมมูนิตี้มอลล์ภายใต้แบรนด์ Mingle การเปิดให้บริการบีชคลับสุดหรู The Salute ตลอดจนแผนการขยายไปสู่ธุรกิจ Health & Wellness โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำให้ถึง 10% ของพอร์ตทั้งหมดในอนาคต
ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงเจตนารมณ์ในการเติบโตเคียงคู่ไปกับท้องถิ่น TITLE ได้ดำเนินการย้ายสำนักงานใหญ่จากกรุงเทพมหานครมาประดิษฐ์สถาน ณ จังหวัดภูเก็ตอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การเสียภาษีรายได้จากการดำเนินธุรกิจตกเป็นของท้องถิ่นโดยตรง ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ติดอันดับ 1 ใน 10 ขององค์กรที่เสียภาษีสูงสุดในจังหวัดภูเก็ต
นายดรงค์ หุตะจูฑะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE กล่าวทิ้งท้ายถึงทิศทางความยั่งยืนว่า “เข็มทิศสำคัญของบริษัทคือการเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อคนภูเก็ตอย่างแท้จริง การย้ายฐานภาษีและสำนักงานมายังพื้นที่จริง มีเป้าหมายเพื่อตอบแทนชุมชน และพร้อมที่จะเข้าไปร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การดูแลสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสนับสนุนการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่ เพราะความยั่งยืนและการเติบโตของเมืองภูเก็ต ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้ธุรกิจของบริษัทเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว”