‘ญาจาง’ ขยายเกมรับต่างชาติ จากเมืองท่องเที่ยวชายทะเล สู่ตลาดใหม่ จับเทรนด์ พักยาว-MICE-อีเวนต์โลก
เมืองชายทะเลอย่าง ‘ญาจาง’ ของเวียดนาม อาจเป็นที่รู้จักในฐานะจุดหมายพักผ่อนริมทะเล แต่ความเคลื่อนไหวของธุรกิจโรงแรมในช่วงที่ผ่านมา กำลังสะท้อนความพยายามขยายตลาดให้ไกลกว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนเพียงไม่กี่วัน ไปสู่การรองรับผู้เข้าพักระยะยาว การประชุมและอีเวนต์ ตลอดจนงานระดับนานาชาติ
การขยับตัวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางตลาดท่องเที่ยวที่กำลังเติบโต โดยข้อมูลจาก Department of Culture, Sports and Tourism ของจังหวัด Khanh Hoa ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ญาจาง ระบุว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2026 จังหวัด Khanh Hoa มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาประมาณ 18 ล้านคน เพิ่มขึ้น 40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 6.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 67.9%
ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดในช่วงเดียวกันอยู่ที่กว่า 60.89 ล้านล้านดอง เพิ่มขึ้น 19.2% ส่วนอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 65.43% และเฉพาะเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 78%
ตัวเลขเหล่านี้กำลังเปิดโอกาสให้ธุรกิจโรงแรมในญาจางมองไกลกว่าการขายห้องพักให้นักท่องเที่ยวทั่วไป เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น โอกาสไม่ได้อยู่แค่ว่า จะทำอย่างไรให้มีคนเข้าพักมากขึ้น แต่ยังรวมถึงการดึงคนให้พักนานขึ้น รองรับนักเดินทางกลุ่มใหญ่ และหารายได้จากบริการอื่นๆ นอกเหนือจากห้องพัก
หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่เห็นได้ชัดคือ voco Scenia Bay Nha Trang by IHG ซึ่งเพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนมีนาคม 2026 นับเป็นโรงแรมภายใต้แบรนด์ voco แห่งที่ 3 ในเวียดนาม มีห้องพัก 250 ห้อง โดยทุกห้องหันหน้าออกสู่ทะเล
นอกจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อน โรงแรมแห่งนี้ยังวางตลาด MICE เป็นอีกหนึ่งกลุ่มสำคัญ โดยมีพื้นที่สำหรับการประชุมและจัดอีเวนต์ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ รวมถึง Grand Ballroom และระบบภาพและเสียงสำหรับรองรับงานในรูปแบบต่างๆ
หลังเปิดให้บริการได้เพียงไม่กี่เดือน โอกาสจากตลาดนี้ก็เริ่มเห็นเป็นรูปธรรม เมื่อ voco Scenia Bay Nha Trang ได้รับเลือกให้เป็นที่พักของผู้เข้าประกวด Miss World 2026 มากกว่า 100 คน พร้อมคณะผู้จัดงานและทีมโปรดักชัน ระหว่างวันที่ 20 ส.ค.-5 ก.ย. หรือเกือบ 3 สัปดาห์ ถือเป็นการเข้าพักของคณะขนาดใหญ่ที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่โรงแรมเปิดให้บริการ
และสิ่งที่น่าสนใจในมุมธุรกิจคือ คนกลุ่มนี้ไม่ได้เข้ามาใช้แค่ ‘ห้องพัก’
ตลอดช่วงการประกวด ห้องประชุมของโรงแรมถูกใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการของคณะผู้จัดงาน ขณะที่ห้องบอลรูมถูกใช้สำหรับการซ้อม การลองเครื่องแต่งกาย และการประชุม ส่วนร้านอาหารก็ถูกใช้รับรองผู้เข้าประกวดและทีมงานตลอดการเข้าพัก
ขณะที่เมื่อวันที่ 31 ส.ค. โรงแรมก็ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน Beauty with a Purpose Gala Dinner ซึ่งมีแขกเข้าร่วมประมาณ 250 คน
นั่นหมายความว่า อีเวนต์ขนาดใหญ่หนึ่งงานไม่ได้สร้างโอกาสทางธุรกิจเฉพาะห้องพัก แต่ยังกระจายไปถึงห้องประชุม พื้นที่จัดงาน อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงบริการส่วนอื่นๆ ของโรงแรม ซึ่งเป็นอีกทางในการขยายรายได้ให้ไกลกว่าการขายห้องพักเพียงอย่างเดียว
แต่อีเวนต์และ MICE ไม่ใช่ตลาดเดียวที่ธุรกิจโรงแรมในญาจางกำลังมองหา เพราะอีกด้านหนึ่งคือการทำให้ลูกค้า ‘พักนานขึ้น’ จากนักท่องเที่ยวที่เข้าพักเพียงไม่กี่คืน ไปสู่กลุ่มที่ต้องการใช้ชีวิตอยู่ในญาจางเป็นเวลาหลายเดือน
ภาพนี้เห็นได้จาก InterContinental Nha Trang ที่ขยายตลาดไปสู่การพักระยะยาวผ่าน InterContinental Residences Nha Trang ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2024 โดยเพิ่มที่พักแบบเรสซิเดนซ์อีก 113 ยูนิตเข้ามาในโครงการเดียวกัน จากเดิมที่โรงแรมมีห้องพัก 277 ห้อง รวม 56 ห้องสวีต
จุดต่างคือ ที่นี่ไม่ได้รองรับเพียงการเข้าพักเป็นรายคืนแบบโรงแรมทั่วไป แต่มีที่พักตั้งแต่ห้องสตูดิโอ ห้องแบบ 1-2 ห้องนอน ไปจนถึงเพนต์เฮาส์ 3 ห้องนอน เพื่อรองรับทั้งกลุ่มเพื่อน ครอบครัวหลายเจเนอเรชัน และผู้ที่ต้องการพักระยะยาวตั้งแต่ 6 เดือนถึง 1 ปี
ภายในห้องจึงถูกออกแบบให้ใกล้กับการ ‘อยู่อาศัย’ มากกว่าห้องพักโรงแรมทั่วไป ทั้งพื้นที่สำหรับประกอบอาหาร เครื่องซักผ้า และพื้นที่ตากผ้าส่วนตัว เพื่อรองรับการใช้ชีวิตอยู่ในญาจางเป็นเวลานานขึ้น
แม้ทั้งสองโรงแรมจะเลือกจับตลาดต่างกัน แต่ปลายทางคล้ายกัน คือการขยายธุรกิจให้ไกลกว่าการขายห้องพักให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวทะเลเพียงไม่กี่คืน
ฝั่งหนึ่งใช้ MICE และอีเวนต์ระดับนานาชาติ ดึงคนกลุ่มใหญ่เข้ามาพร้อมกันและต่อยอดการใช้จ่ายไปยังบริการอื่นๆ ของโรงแรม ขณะที่อีกฝั่งใช้ที่พักแบบเรสซิเดนซ์ เพื่อยืดระยะเวลาการเข้าพัก จากการนับเป็น ‘คืน’ ไปสู่การนับเป็น ‘เดือน’
เมื่อมองสองความเคลื่อนไหวนี้ร่วมกัน จะเห็นว่า ท่ามกลางนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น เกมของธุรกิจโรงแรมในญาจางไม่ได้อยู่แค่ว่า จะขายห้องพักได้มากแค่ไหน แต่จะทำอย่างไรให้คนอยู่นานขึ้น มาเป็นกลุ่มใหญ่ขึ้น และใช้จ่ายไปไกลกว่าค่าห้องพัก
และนี่อาจเป็นอีกความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาสำหรับธุรกิจท่องเที่ยวไทย เพราะในวันที่จุดหมายท่องเที่ยวในภูมิภาคต่างแข่งขันกันดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ โจทย์อาจไม่ได้มีเพียงว่า จะดึงคนมาได้มากแค่ไหน แต่เมื่อคนมาแล้ว จะทำอย่างไรให้ ‘อยู่นานขึ้น’ และ ‘ใช้จ่ายมากขึ้น’