ปกครอง-ทหาร พะเยาลุยตั้งด่านสกัดยาเสพติด ตามแผนจังหวัด Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ จ.พะเยาทั้ง 9 อำเภอซึ่งพบอยู่ทุกวันทั้งผู้เสพและผู้ทั้งทั้งรายย่อยและรายใหญ่ จนทำให้ทาง น.ส.อรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าฯพะเยา ได้สั่งการให้ทุกฝ่าย ทั้งปกครอง ตำรวจ นำโดย พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผบก.ภ.จว.พะเยา นายพีรัช จันธิมา ปจ.พะเยา รวมทั้งฝ่ายทหารทั้งทาง มทบ.34 และร.17 พัน 4 ค่ายขุนจอมธรรม อ.เชียงคำ ตชด.32 และ 326 รวมทั้ง ทพ.31 ได้เปิดปฏิบัติการร่วมบูรณาการการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงภายใต้ เป้าหมาย 4 ด้าน ได้แก่ บำบัดทุก บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด และพิชิตอันธพาล (Operation 90 Days) ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด ตามศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกระทรวงมหาดไทย (ศอ.ปส.มท.) โดยการตั้งจุดตรวจ-จุดบูรณาการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยประจำตำบล ร่วมกับ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดทั้ง 9 อำเภอ
ทั้งนี้ในส่วนของ อ.เชียงคำ (ศอ.ปส.อ.ชค.) ได้เสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน โดยเมื่อเย็นวายที่ผ่านมาในพื้นที่ อ.เชียงคำ บริเวณ อบต.แม่ลาว ม.12 ต.แม่ลาว อ.เชียงคำ จ.พะเยา ทางทหาร ร.17 พัน 4 ค่ายขุนจอมธรรมและฝ่ายปกครอง อ.เชียงคำ ได้ร่วมกันตั้งด่านเพื่อตรวจสอบและจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยเบื้องต้นยังไม่พบผู้กระทำผิดแต่อย่างใด
พ.ท.จีรศักดิ์ จันทร์แจ่มแจ้ง ผบ.ร.17 พัน 4 เปิดเผยว่า ในการตั้งด่านครั้งนี้เป็นนโยบายหลักของทางผู้ว่าฯพะเยา ที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ลุยจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะทุกวันนี้ยาเสพติดยังไม่หมดไปจากพื้นที่ จ.พะเยา ทางตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองยังคงออกจับกุมตามเบาะแสที่ทางชาวบ้านได้ส่งเข้ามาให้กับทางเจ้าหน้าที่ในทุกวัน ทั้งนี้ในส่วนของพื้นที่ ต.แม่ลาวนั้นก็เคยเป็นพื้นที่ที่ผู้ที่ลักลอบขนยาเสพติดนั้นเคยใช้เส้นทางนี้ในการลักลอบขนมาแล้วแต่หลายรายก็ถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับได้คาด่าน และในทุกครั้งตนกำชับเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารให้ทำการร่วมกับการฝ่ายปกครองอย่างลงตัวอีกทั้งควรให้ความเป็นมิตรแก่ประชาชนที่ถูกตรวจตราด้วยเช่นกัน และหลังจากนี้ทางทหารยังคงจะทำหน้าที่ต่อไปเพื่อที่จะทำให้ยาเสพติดหมดไปจากพื้นที่อย่างแน่นอน
ด้านนายพีรัช กล่าวเสริมว่า ในส่วนภาพรวมของทั้ง 9 อำเภอในเวลานี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ด้วยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทำงานกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะออกจับกุมผู้ที่เสพจนคลุ้มคลั่งนำส่งต่อในการบำบัดให้หายขาดจากการติดยา รวมทั้งเบาะแสของผู้ค้าทั้งรายย่อยและรายใหญ่ ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าเจ้าหน้าที่ทำงานกันอย่างต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืนเพื่อที่อย่างน้อยประชาชนในพื้นที่ทั้ง 9 อำเภอจะได้สบายใจ ซึ่งหากประชาชนคนใดมีเบาะแสเกี่ยวกับผู้ที่มีพฤติกรรมเกี่ยวของกับยาเสพติดก็สามารถแจ้งเบาะแสมายังฝ่ายปกครองของทั้ง 9 อำเภอ ตำรวจ – ทหารในพื้นที่โดยข้อมูลทุกอย่างจะถือว่าเป็นความลับและจะไม่ถูกเปิดเผยอย่างแน่นอน