เปิดผลชันสูตร รอบ 2 "ฮลุน โซโล่" ยูทูบเบอร์ดัง หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ไร้รอยทำร้าย
(6 ส.ค. 69) ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์วรวีร์ ไวยวุฒิ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เปิดเผยผลการชันสูตรร่างของ "ฮลุน" เบื้องต้น ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย ทั้งบาดแผล ฟกช้ำ กระดูกหัก หรือการบาดเจ็บรุนแรง ขณะที่อวัยวะภายในส่วนใหญ่ไม่พบความผิดปกติ ยกเว้นบริเวณหัวใจที่ต้องตรวจเพิ่มเติม
เบื้องต้นแพทย์สรุปว่า เสียชีวิตจากภาวะระบบหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงได้ว่าเกิดจากภาวะไหลตาย ความผิดปกติของหัวใจ หรือสารพิษและสารเคมี จึงยังไม่ตัดประเด็นการเสียชีวิตจากสารพิษ โดยจะส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจชิ้นเนื้อ การตรวจพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาวะไหลตาย และผลตรวจสารพิษ
สถาบันนิติวิทยาศาสตร์จะประสานผ่านกระทรวงยุติธรรมไปยังประเทศจอร์เจีย เพื่อขอผลชันสูตรอย่างละเอียด รวมถึงผลตรวจเลือด สารพิษ สารเคมี และข้อมูลการตรวจอวัยวะสำคัญ โดยเฉพาะหัวใจ ซึ่งทางจอร์เจียได้ตัดชิ้นเนื้อบางส่วนไปตรวจตามมาตรฐานสากล ทำให้การชันสูตรซ้ำในไทยมีข้อจำกัดบางประการ แต่ยังสามารถใช้ผลตรวจจากทั้งสองประเทศประกอบการวินิจฉัยได้
อีกทั้งยังเตรียมยื่น 3 ประเด็นคำถามสำคัญ ประกอบด้วย สถานที่เกิดเหตุ: ว่ามีข้อสงสัยหรือประเด็นใดที่ต้องได้รับการชี้แจงเพิ่มเติม ผลตรวจเลือด: โดยเฉพาะการตรวจหาสารพิษหรือสารเคมีต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต และผลการตรวจอวัยวะสำคัญ: เช่น หัวใจ และอวัยวะอื่น ๆ ที่แพทย์ได้ทำการตรวจ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด
นอกจากนี้ แพทย์ระบุว่า หากเป็นกรณีหัวใจล้มเหลว อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตาย เส้นเลือดหัวใจตีบ หรือภาวะไหลตาย ซึ่งต้องรอผลตรวจเพิ่มเติม จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต การออกกำลังกาย ความเครียด หรือปัจจัยภายนอกอื่น ๆ
ส่วนประเด็นเรื่องแก๊สพิษหรือสารเคมีในสถานที่เกิดเหตุ แพทย์ระบุว่า ต้องอาศัยผลตรวจเลือดที่ประเทศจอร์เจียเป็นหลัก เนื่องจากไทยไม่ได้รับตัวอย่างเลือดกลับมา จึงจำเป็นต้องรอข้อมูลจากต่างประเทศประกอบการพิจารณา
สำหรับผลตรวจทางห้องปฏิบัติการของไทยจะใช้เวลาประมาณ 1–2 สัปดาห์ ขณะที่การประสานขอข้อมูลจากประเทศจอร์เจียจะดำเนินการผ่านกระทรวงยุติธรรม โดยญาติได้รับทราบผลชันสูตรเบื้องต้นทั้งหมดแล้ว และสามารถรับร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาได้ เนื่องจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้เก็บพยานหลักฐานไว้อย่างครบถ้วนแล้ว