TikTok ซุ่มพัฒนาฟีเจอร์โอนเงินผ่านแชต รุก Fintech เต็มตัว หลัง TikTok Pay บุกไทย-อาเซียน
TikTok ศึกษาฟีเจอร์ส่งเงินหากันผ่าน Direct Message โดยอาจใช้ TikTok Pay รองรับธุรกรรม ขณะที่บริการดังกล่าวปัจจุบันมีเฉพาะไทย มาเลเซีย และเวียดนาม
วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 01.04 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า TikTok กำลังศึกษาการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ที่จะเปิดให้ผู้ใช้งาน ส่งเงินหากันโดยตรงผ่านข้อความส่วนตัว (Direct Message) ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นในการขยายธุรกิจจาก Social Media และ E-commerce ไปสู่บริการทางการเงิน
ฟีเจอร์ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพัฒนาและหากเปิดให้บริการจริง จะใช้ TikTok Pay ซึ่งปัจจุบันมีให้บริการในบางประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทย มาเลเซีย และเวียดนาม เป็นระบบรองรับการทำธุรกรรม
เบาะแสเกี่ยวกับฟีเจอร์นี้ถูกค้นพบจากโค้ดที่ซ่อนอยู่ใน TikTok เวอร์ชันปัจจุบันสำหรับแอป iPhone ในสหรัฐฯ โดยโค้ดดังกล่าวบ่งชี้ว่า TikTok กำลังพัฒนาระบบชำระเงินระหว่างบุคคล หรือ Peer-to-Peer (P2P) Payment
จากข้อมูลในโค้ด ผู้รับเงินจะสามารถกด “Tap to Accept” เพื่อรับเงินที่ถูกส่งมาให้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ขณะที่ผู้ส่งสามารถติดตามสถานะของธุรกรรมผ่าน Push Notification หรือกล่องข้อความภายในแอปฯ
นอกจากนี้ยังพบการอ้างอิงถึงฟังก์ชันที่อนุญาตให้ผู้ส่ง แนบข้อความไปพร้อมกับการโอนเงิน คล้ายกับบริการ Venmo ของ PayPal ที่เปิดให้ผู้ใช้ใส่ข้อความประกอบการทำธุรกรรมระหว่างกัน
อย่างไรก็ตาม โฆษก TikTok ระบุว่า ฟีเจอร์ดังกล่าว ยังไม่ได้เข้าสู่ขั้นตอนทดสอบในตลาดใด ๆ สะท้อนว่ายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา และยังไม่มีหลักประกันว่า TikTok จะเปิดให้บริการจริงในอนาคต
ปัจจุบัน TikTok Pay มีให้บริการเฉพาะในไทย มาเลเซีย และเวียดนาม โดยใช้สำหรับชำระค่าสินค้าบน TikTok Shop เป็นหลัก
แม้ยังไม่มีการยืนยันการเปิดตัว แต่การที่มีงานด้านวิศวกรรมเกี่ยวกับระบบดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว สะท้อนว่า ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok กำลังพิจารณาขยายบริการเข้าสู่ตลาดการโอนเงินระหว่างบุคคลอย่างจริงจัง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่แพลตฟอร์ม Social Media พยายามขยายโมเดลธุรกิจเข้าสู่ E-commerce และบริการทางการเงิน เพื่อให้ผู้ใช้อยู่ภายใน Ecosystem ของตัวเองให้นานที่สุด พร้อมเก็บเกี่ยวทั้งข้อมูลและเม็ดเงินการใช้จ่ายของผู้บริโภค
ByteDance ได้ขยายเข้าสู่ธุรกิจ Fintech มาหลายปี ผ่านการสร้างและลงทุนในระบบชำระเงินของตัวเอง เพื่อเพิ่มทั้งการใช้จ่ายและ Engagement ภายใน TikTok
ข้อมูลจาก Sensor Tower ระบุว่า ผู้บริโภคทั่วโลกใช้จ่ายบน TikTok ไปแล้วมากกว่า 2.9 พันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ขณะที่ TikTok ครองตำแหน่งแอปที่สร้างรายได้จาก In-app Purchase สูงที่สุดในโลกมาตั้งแต่ปี 2565 เฉพาะในสหรัฐ ผู้ใช้งานใช้จ่ายเงินบน TikTok มากกว่าบน YouTube, Facebook และ Instagram
ปัจจุบัน TikTok มีระบบการเงินหลายรูปแบบอยู่แล้ว นอกจากการซื้อขายสินค้าผ่าน TikTok Shop ผู้ใช้ยังสามารถซื้อเหรียญดิจิทัลเพื่อส่ง Virtual Gifts ให้ครีเอเตอร์หรือผู้จัด Livestream ซึ่งของขวัญเหล่านั้นสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ในภายหลัง
ขณะเดียวกันครีเอเตอร์จำนวนมากใส่บัญชี Venmo, Cash App หรือช่องทางรับเงินอื่น ๆ ไว้ใน Bio เพื่อให้ผู้ติดตามสามารถส่งเงินให้กันนอกแพลตฟอร์ม
หาก TikTok สามารถนำระบบโอนเงินเข้ามาอยู่ภายใน Direct Message ได้สำเร็จ บริษัทจะสามารถ ลดการไหลออกของผู้ใช้ไปยังแพลตฟอร์มการเงินอื่น และเก็บมูลค่าจากธุรกรรมเหล่านั้นไว้ภายใน Ecosystem ของตัวเอง
TikTok และ ByteDance กำลังเปิดรับบุคลากรทั้งในสหรัฐและต่างประเทศสำหรับตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์บริการทางการเงิน โดยผู้บริหาร ByteDance หลายรายที่มีบทบาทในการผลักดันธุรกิจ Payment เคยทำงานกับ JPMorgan Chase
ก่อนหน้านี้ JPMorgan เคยร่วมมือกับ ByteDance เพื่อช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงิน แม้บริษัทจีนจะเคยเผชิญการตรวจสอบด้านความมั่นคงจากรัฐบาลสหรัฐอย่างหนักก็ตาม
เมื่อต้นปีนี้ TikTok และ ByteDance ยังปิดดีลโอนธุรกิจบางส่วนในสหรัฐให้แก่นักลงทุนอเมริกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกแบนทั่วประเทศและลดความกังวลด้านความมั่นคง หลัง TikTok มีผู้ใช้งานมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรสหรัฐ
ล่าสุดในเดือนสิงหาคม รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังยกเลิกข้อจำกัดการใช้งาน TikTok บนอุปกรณ์ของรัฐบาลกลาง หลังประเมินว่าแอปดังกล่าวไม่ถือเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม การรุกเข้าสู่บริการโอนเงินอาจเพิ่มความท้าทายด้านกฎระเบียบให้ TikTok เนื่องจากเครื่องมือด้านการชำระเงินบางประเภทของบริษัทเคยเป็นหนึ่งในประเด็นของคดีที่อัยการสูงสุดหลายรัฐยื่นฟ้อง
ข้อกล่าวหาครอบคลุมตั้งแต่ความเสี่ยงที่ฟีเจอร์บางอย่างอาจนำไปสู่การแสวงหาประโยชน์ทางเพศและการเงินจากเด็ก ไปจนถึงข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดกฎหมายการโอนเงินและการเอื้อให้เกิดการฟอกเงิน
TikTok ไม่ใช่แพลตฟอร์ม Social Media รายเดียวที่พยายามรุกเข้าสู่โลกการเงิน โดย Elon Musk ก็กำลังผลักดัน X ให้กลายเป็น “Everything App” ที่รวมบริการทางการเงินไว้ในแพลตฟอร์ม และครีเอเตอร์บางส่วนเริ่มทดลองใช้ X Money เพื่อส่งเงินระหว่างกันแล้ว
หาก TikTok เดินหน้าเปิดตัว P2P Payment จริง การแข่งขันระหว่างแพลตฟอร์ม Social Media จึงอาจขยับจากการแย่งชิงเวลาและเม็ดเงินโฆษณาของผู้ใช้ ไปสู่การแย่งชิง ธุรกรรมทางการเงินในชีวิตประจำวัน โดยตรง
อ้างอิง : bloomberg.com