แก๊งข้ามชาติอาละวาด! หลอกนักท่องเที่ยวอินเดียซื้อทัวร์ราคาถูก ก่อนลักพาตัวเรียกค่าไถ่ในพัทยา
แก๊งข้ามชาติอาละวาด! หลอกนักท่องเที่ยวอินเดียซื้อทัวร์ราคาถูก ก่อนลักพาตัวเรียกค่าไถ่ในพัทยา ตำรวจรวบผู้ต้องหายกแก๊ง 5 ราย เตือนอย่าหลงเชื่อแพ็กเกจราคาถูกผิดปกติ เสี่ยงตกเป็นเหยื่อ
ที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (รอง ผบก.ตม.3) ในฐานะโฆษกตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 3 เปิดเผยกรณีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ร่วมกับตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย 3 ราย ที่ตกเป็นเหยื่อขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ หลังถูกหลอกด้วยแพ็กเกจท่องเที่ยวราคาถูก ก่อนถูกลักพาตัวไปกักขังและเรียกค่าไถ่ พร้อมเตือนให้นักท่องเที่ยวเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกใช้บริการบริษัทนำเที่ยว
พ.ต.อ.ปริญญา กล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่า ผู้เสียหายทั้ง 3 ราย หลงเชื่อบุคคลที่อ้างตัวเป็นผู้จัดทัวร์ ซึ่งเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวในราคาต่ำกว่าปกติ เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยกลับถูกแยกตัวออกจากคณะ ก่อนถูกพาไปกักขังและเรียกค่าไถ่จากญาติที่อยู่ต่างประเทศ
นอกจากนี้ กลุ่มคนร้ายยังทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย พร้อมถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอส่งไปข่มขู่ญาติ เพื่อเร่งรัดให้โอนเงินค่าไถ่ โดยขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 5 รายแล้ว อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล
โฆษก ตม.3 ฝากเตือนไปยังนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการท่องเที่ยวทุกครั้ง โดยเฉพาะแพ็กเกจที่มีราคาถูกผิดปกติ หรือผู้ให้บริการที่ไม่สามารถตรวจสอบตัวตนได้ เนื่องจากอาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ
พ.ต.อ.ปริญญา ยืนยันว่า การตรวจคัดกรองบุคคลเข้า-ออกราชอาณาจักรของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบเทคโนโลยีของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ควบคู่กับฐานข้อมูลด้านความมั่นคงของประเทศไทยและฐานข้อมูลระหว่างประเทศ หากไม่พบว่าเป็นบุคคลต้องห้าม ไม่มีหมายจับ ไม่มีประวัติอาชญากรรมหรือเหตุห้ามเข้าราชอาณาจักรตามกฎหมาย ก็จะได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศ
ทั้งนี้ ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 2.5 ล้านคน มากเป็นอันดับ 2 รองจากนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวของไทย ขณะที่ผู้ที่เข้ามาแล้วกระทำผิดกฎหมายมีสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 0.1 จึงถือเป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางเข้ามาอย่างถูกต้อง
พ.ต.อ.ปริญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า หากภายหลังได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศแล้ว บุคคลดังกล่าวตกเป็นเหยื่อ ถูกหลอกลวง หรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานด้านความมั่นคงพร้อมบูรณาการการทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหาย ติดตามจับกุมผู้กระทำผิด และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
โฆษกตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 3 ระบุด้วยว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่กำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ คัดกรอง และบังคับใช้กฎหมายกับบุคคลต่างด้าวที่มีพฤติการณ์กระทำความผิดหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ กลุ่มทุนสีเทา และการใช้ประเทศไทยเป็นฐานก่ออาชญากรรมทุกรูปแบบ
พร้อมกันนี้ หากประชาชนพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิด สามารถแจ้งข้อมูลต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายต่อไป