โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

อาหารสัตว์ต้านข้าวโพด 7.50 บาท จี้ทบทวน หวั่นต้นทุนพุ่ง 1,000 ล้าน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 14 ส.ค. เวลา 10.29 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. เวลา 01.00 น.

แหล่งข่าวจากสมาคมอาหารสัตว์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เหตุผลที่ไม่เห็นด้วยกับราคาดังกล่าว ประเด็นแรกคือ การกำหนดราคาประกาศเดียวตลอดทั้งปีไม่สามารถปฏิบัติได้จริง เนื่องจากราคาข้าวโพดมีความผันผวนตามฤดูกาลและกลไกตลาด โดยในปีที่ผ่านมา ราคาข้าวโพดช่วงปลายฤดู ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน ปรับตัวขึ้นสูงถึงประมาณ 13 บาทต่อกิโลกรัม (กก.)

ดังนั้น ก่อนที่ภาครัฐจะออกประกาศราคาข้าวโพดในปีนี้ สมาคมฯ จึงต้องการให้กำหนดมาตรการที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดยเฉพาะแนวทางรองรับในช่วงที่ราคาตลาดปรับตัวสูงขึ้น ไม่ใช่กำหนดเพียงตัวเลขราคาประกัน แต่ยังไม่มีมาตรการรองรับที่ชัดเจน

ราคาข้าวโพดประกันไม่แฟร์ แบกต้นทุนเพิ่ม 1,000 ล้าน

นอกจากนี้ทางสมาคมฯ มองว่าการกำหนดราคาไม่เป็นไปตามหลักการที่ควรจะเป็น เนื่องจากต้นทุนการผลิตของเกษตรกรที่นำมาใช้คำนวณราคาประกันปี 2569/70 ลดลงจากต้นทุนที่ใช้กำหนดราคาประกันในปี 2568/69 แต่ราคาประกันกลับเพิ่มขึ้น 0.17 บาทต่อ กก. ซึ่งการปรับราคาดังกล่าวจะทำให้เกษตรกรภาคปศุสัตว์ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นรวมประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี

โดยปัจจัยสำคัญมาจากการปรับสมมติฐานอัตรากำไรของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากเดิม 17% เป็น 24% ซึ่งสมาคมฯ เห็นว่ายังไม่มีเหตุผลรองรับที่ชัดเจน หากใช้อัตรากำไรเดิมที่ 17% สมาคมฯ ระบุว่า ราคาประกันข้าวโพดควรอยู่ที่ประมาณ 9.47 บาทต่อ กก. ไม่ใช่ระดับที่สูงขึ้นจากการเพิ่มอัตรากำไรเป็น 24% ที่สำคัญภาระต้นทุนของเกษตรกรภาคปศุสัตว์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ยารักษาโรค บรรจุภัณฑ์ และปัจจัยการผลิตอื่นๆ แต่ภาคปศุสัตว์ยังต้องรับภาระต้นทุนจากราคาประกันข้าวโพดที่ปรับสูงขึ้นอีก

การนำเข้าธัญพืชย้อนหลัง 5 ปี

จี้ทบทวนกำไรข้าวโพด 24%

สมาคมฯ ตั้งคำถามถึงความสมดุลของนโยบายว่า ที่ผ่านมา กรมการค้าภายในมีมาตรการควบคุมราคาสินค้าปศุสัตว์หลายรายการ โดยบางสินค้าอนุญาตให้มีกำไรได้ไม่เกิน 20% แต่ขณะเดียวกันกลับกำหนดให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีอัตรากำไรถึง 24% ทั้งที่ต่างเป็นสินค้าเกษตรเช่นเดียวกัน ดังนั้น หากภาครัฐยังยืนยันให้อัตรากำไรของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดอยู่ที่ 24%

สมาคมฯ เห็นว่า รัฐไม่ควรควบคุมราคาขายสินค้าปศุสัตว์ เพราะจะทำให้เกิดความไม่สมดุลในการกระจายภาระต้นทุนระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำสมาคมอาหารสัตว์จึงเรียกร้องให้ภาครัฐทบทวนทั้งราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มาตรการประกันราคา และหลักเกณฑ์การคำนวณต้นทุน ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของตลาด ก่อนประกาศใช้มาตรการปี 2569/70 เพื่อไม่ให้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นถูกผลักไปยังเกษตรกรปศุสัตว์ ผู้ประกอบการ และท้ายที่สุดคือผู้บริโภค

“ในที่ประชุมจึงกำหนดราคาเดิมปีที่แล้ว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ความชื้น 30% ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ กำแพงเพชร ชัยภูมิ พิษณุโลก และอุทัยธานี กำหนดราคารับซื้อที่ 7.05 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ความชื้น 14.5% ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล กำหนดราคารับซื้อที่ 9.80 บาทต่อกิโลกรัม แล้วนัดเคาะต้นทุนใหม่ในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ”

นายเทอดศักดิ์ ลาภจิตรกุศล นายกสมาคมการค้าพืชไร่

ด้านนายเทอดศักดิ์ ลาภจิตรกุศล นายกสมาคมการค้าพืชไร่ กล่าวถึงสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงก็คือ โรงงานอาหารสัตว์รายใหญ่ หยุดการรับซื้อมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงเดือนสิงหาคม เป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้ว พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลให้ผู้ค้ารายย่อยไม่กล้าซื้อสินค้าเพราะเกรงว่าราคาจะดิ่งลง จากใช้ข้ออ้างเรื่องการปิดปรับปรุงโรงงาน

“ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา โรงงานไม่เคยมีพฤติกรรมในลักษณะนี้ และมองว่าเป็นเจตนากลั่นแกล้ง เพื่อกดราคาจากราคา 13 บาท ลงมาเหลือ 9.80 บาท ก็ยังไม่อยากจะซื้อ ต้นเหตุสำคัญที่ทำให้โรงงานอาหารสัตว์มีอำนาจต่อรองเหนือเกษตรกรไทย เนื่องจากในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ผู้ผลิตรายใหญ่แทบไม่ได้ซื้อข้าวโพดในประเทศเลย แต่กลับมีตัวเลขโควตานำเข้า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสงสัยอย่างยิ่ง เรื่องเดียวที่จะปราบได้คือ ต้องทำอย่างไรให้มาตรการนำเข้าน้อยลง” นายเทอดศักดิ์ กล่าว

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,227 วันที่ 16 - 19 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...