โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เท้ง ณัฐพงษ์’ ตั้งคำถามยุทธศาสตร์ดับไฟใต้ 20 ปีเดินผิดทางหรือไม่ ชี้รัฐต้องปรับมุมมอง เลิกมองเป็นพื้นที่ความมั่นคงที่ต้องจัดการ

THE STANDARD

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
‘เท้ง ณัฐพงษ์’ ตั้งคำถามยุทธศาสตร์ดับไฟใต้ 20 ปีเดินผิดทางหรือไม่ ชี้รัฐต้องปรับมุมมอง เลิกมองเป็นพื้นที่ความมั่นคงที่ต้องจัดการ

วานนี้(3 กันยายน) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาต่อที่ประชุมสภาฯ เพื่อขอให้ร่วมกันทบทวนแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมส่งสัญญาณถึงรัฐบาลว่า การใช้มาตรการทางการทหารและการบังคับใช้อำนาจด้านความมั่นคงเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้ หากปราศจาก “ความกล้าหาญและเจตจำนงทางการเมือง”

ณัฐพงษ์ได้ฉายภาพประวัติศาสตร์ความขัดแย้งตลอดกว่า 20 ปี นับตั้งแต่ปี 2547 โดยระบุว่า แม้สถิติความรุนแรงจะเคยลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังเริ่มต้นกระบวนการพูดคุยสันติภาพในปี 2556 ทว่าสถานการณ์ในปี 2569 กลับทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่ากังวล โดยเฉพาะเหตุโจมตีด่านตรวจในจังหวัดนราธิวาสเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ส่งผลให้ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย และการก่อความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 75 ครั้ง ในช่วงวันที่ 22-23 สิงหาคมที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่ายุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาของรัฐไทยอาจกำลังเดินผิดทิศทาง พร้อมตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ของเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ระบุว่าความขัดแย้งต้องลดลงเหลือศูนย์ภายในปีงบประมาณ 2570

ในมิติด้านการข่าว ผู้นำฝ่ายค้านได้ตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่หน่วยงานความมั่นคงระบุว่า มีข้อมูลข่าวกรองล่วงหน้าถึง 2 เดือน แต่กลับไม่สามารถป้องปรามเหตุร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความผิดพลาดในระบบ ซึ่งแท้จริงแล้วงานข่าวกรองที่แม่นยำจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมี ‘ความไว้เนื้อเชื่อใจ’ ระหว่างประชาชนในพื้นที่กับเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงระหว่างพี่น้องต่างศาสนา ตราบใดที่ประชาชนยังถูกมองด้วยสายตาหวาดระแวง การแก้ปัญหาผ่านระบบข่าวกรองย่อมเป็นไปไม่ได้

นอกจากนี้ ตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ภาครัฐทุ่มงบประมาณลงพื้นที่ชายแดนใต้ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท พร้อมบังคับใช้กฎหมายพิเศษอย่างครอบคลุม ทั้ง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, กฎอัยการศึก และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนงบประมาณ บุคลากร หรืออำนาจทางกฎหมาย แต่เป็นผลจากยุทธศาสตร์ที่ไม่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ที่มองชายแดนใต้เป็นเพียง ‘พื้นที่ความมั่นคง’ และเลือกที่จะเข้าไป ‘จัดการ’ ผ่านการตั้งด่านหรือขยายอำนาจพิเศษ แทนที่จะมองเห็นเป็นบ้านและวิถีชีวิตของประชาชน การใช้อำนาจเกินขอบเขตจึงกลายเป็นการบ่อนทำลายความไว้ใจโดยสิ้นเชิง

ในช่วงท้าย ณัฐพงษ์ ได้เรียกร้องให้ตัวแทนคณะรัฐมนตรียืนยันความชัดเจนต่อสภาฯ ใน 2 ประเด็นหลัก

ได้แก่ 1. ยืนยันแนวทางการพูดคุยสันติภาพ รัฐบาลต้องแสดงเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจนว่าการพูดคุยหาทางออกในระยะยาว เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือไปจากมาตรการทางการทหาร และ

  • ยืนยันการพัฒนางานข่าวและสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ รัฐบาลต้องมีแนวทางที่ชัดเจนในการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างรัฐกับประชาชน และระหว่างประชาชนต่างศาสนา เพื่อลดความหวาดระแวง และคืนความสงบสุขที่แท้จริงให้แก่พี่น้องชายแดนใต้ทุกกลุ่ม
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...