โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ยกระดับสหกรณ์เป็นสถาบันการเงินชุมชนภาคประชาชนต้นแบบ

เดลินิวส์

อัพเดต 27 สิงหาคม 2569 เวลา 21.39 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคคี”ส่งเสริมสมาชิกดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ยกระดับเป็นสถาบันการเงินชุมชนภาคประชาชนต้นแบบ

นายณฤทธิ์ บุญชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยหลังลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคคี จำกัด แห่งบ้านโคกสะอาด ต.อุ่มจาน อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร ว่า สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคคี จำกัด ถือเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินชุมชนภาคประชาชนที่มีบทบาทอย่างมากในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและคนในชุมชน โดยจุดเริ่มต้นจากความเดือดร้อนของชาวบ้านในอดีตที่ประสบปัญหาขาดแคลนทุนทรัพย์ในการทำการเกษตร แต่การเข้าถึงแหล่งทุนในระบบธนาคารเป็นไปได้ยาก เนื่องจากขาดหลักทรัพย์ค้ำประกันส่งผลให้ชาวบ้านต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง

แกนนำชุมชนและชาวบ้าน จึงร่วมศึกษาแนวคิดการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์แบบเครดิตยูเนี่ยน โดยเน้นหลักการช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ด้วยการรณรงค์ให้สมาชิกสะสมเงินอย่างสม่ำเสมอในรูปแบบของหุ้น ส่งเสริมการออมสร้างวินัยทางการเงินให้แก่คนในชุมชนทุกวัย เน้นการออมทีละเล็กละน้อยและบริการสินเชื่อปล่อยกู้ที่เป็นธรรม เพื่อนำไปประกอบอาชีพการเกษตรทำไร่ทำนาเลี้ยงสัตว์และขยายกิจการร้านค้าในท้องถิ่น แล้วนำกำไรสุทธิมาจัดสรรเป็นทุนสวัสดิการแก่สมาชิก เช่น เงินช่วยเหลือเจ็บไข้ได้ป่วยและเสียชีวิต รวมถึงทุนการศึกษาบุตรหลานของสมาชิก

นายดาวิทย์ พุทธิไสย ประธานกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคดี จำกัด อดีตครูโรงเรียน บ้านโคกสะอาด หัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการจัดตั้งสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคคี จำกัด เมื่อปี 2541 ซึ่งก่อนหน้านั้นตั้งแต่ปี 2525 มีกลุ่มอยู่แล้วชื่อว่า “กลุ่มเครือข่ายเครดิตยูเนี่ยนบ้านโคกสะอาด” ด้วยความที่เป็นชาวบ้านไม่มีความรู้เรื่องการบริหารจัดการ โดยเฉพาะเรื่องบัญชี การดำเนินงานจึงล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอด ก่อนที่เด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่เคยดำเนินการกิจกรรมสหกรณ์โรงเรียนบ้านโคกสะอาดเข้ามาดูแลดูแลระบบบัญชีและมีคณะกรรมการสหกรณ์ฯเป็นตัวจักรในการขับเคลื่อน หลังพัฒนาตัวเองมาเรื่อย ๆ ตามระบบ มีผลประกอบการดีขึ้นตามลำดับ จากสมาชิกในหมู่บ้านที่มีแค่ 80 หลังคาเรือน ก็มาถึงทางตันทำให้กระบวนการกู้ยืมต่าง ๆ ไปต่อไม่ได้ จึงเป็นต้องขยายไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 2,933 ราย มีบัญชีเงินฝาก-เงินกู้ บัญชีสะสมค่าหุ้นรวมกว่า 6,000 บัญชี ครอบคลุมพื้นที่ 20 หมู่บ้าน ในอ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร มีทุนหมุนเวียนกว่า 128 ล้านบาท

“จุดเด่นของเราไม่ได้พึ่งเงินกู้จากข้างนอกเลย เราเคยกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ เคยกู้เงินชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ แต่ปัจจุบันไม่มีแล้วพยายามเติบโตด้วยเงินทุนของตัวเอง ด้วยการระดมหุ้มระดมเงินฝาก แม้แต่สร้างสำนักงาน 12 ล้านบาท เราก็ไม่กู้ใช้วิธีระดมเงินฝาก ปัญหาหนี้เสียมีน้อยมาก มีแค่ 1.24 % สมาชิกส่วนใหญ่มีวินัยทางการเงิน”

สมาชิกที่ทำไร่ทำนาต้องการเงินกู้ระยะสั้น เมื่อตอนนั้น 10 กว่าปีที่แล้ว สหกรณ์ไปกู้เงินจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ ดอกเบี้ยร้อยละ 1 แล้วนำมาปล่อยให้สมาชิกไม่เกินร้อยละ 3 ตามระเบียบที่ กพส.กำหนด ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก วันนี้ถึงแม้เราไม่กู้กพส.แล้ว แต่เราใช้แนวทางนี้ปล่อยกู้ให้สมาชิกเหมือนเดิมโดยใช้เงินทุนของเราเอง

สหกรณ์ฯมีสมาชิกเครือข่าย 20 กลุ่มหมู่บ้าน แต่ละหมู่บ้านเขาสนใจอาชีพอะไรก็รวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ตอนนี้มีประมาณ 5 หมู่บ้าน เช่น กลุ่มชาผักหวาน เพิ่งเริ่มมาไม่นาน กลุ่มผลิตภัณฑ์จากผ้าพื้นเมือง กลุ่มทำผ้าย้อมคราม กลุ่มทำหมอนขิด กลุ่มผลิตผ้าขาวม้า แล้วก็กลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์ โดยที่สหกรณ์ฯจะสนับสนุนด้านแหล่งทุน พาสมาชิกไปศึกษาดูงานตามที่ต่าง ๆ แล้วเชิญอาจารย์สถาบันการศึกษามาถ่ายทอดองค์ความรู้ ในสาขาอาชีพที่กลุ่มสมาชิกสนใจ”

ด้าน น.ส.วัชรี ปุกหุต สหกรณ์จังหวัดสกลนคร กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันจังหวัดสกลนครมีสหกรณ์ ทั้งสิ้น 89 แห่ง มีสมาชิกทั้งสิ้น 175,283 ราย มีปริมาณธุรกิจรวมของสหกรณ์กว่า 37,967 ล้านบาท และมีกลุ่มเกษตรกร 77 กลุ่ม มีสมาชิกทั้งสิ้น 6,135 คน ปริมาณธุรกิจรวมของกลุ่มเกษตรกรกว่า 241 ล้านบาท โดยเฉพาะสหกรณ์เครดินยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคคี จำกัด ที่มีความโดดเด่นในเรื่องความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจจากคณะกรรมการฯและสมาชิกสหกรณ์สูงมาก สหกรณ์จึงไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องหนี้ค้างชำระ เนื่องจากสมาชิกมีรายได้เพียงพอสามารถส่งคืนเงินได้ตามเวลาที่กำหนด

สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคคี จำกัด จังหวัดสกลนคร จึงถือเป็นเสาหลักเศรษฐกิจชุมชนของคน ในตำบลอุ่มจาน ที่ช่วยลดปัญหาหนี้นอกระบบ และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืนตามแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...