โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ศุลกากรทลายขบวนการสวมสิทธิ์ “Made in Thailand” ยึดของกลางกว่า 100 ล้าน

สยามรัฐ

อัพเดต 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

วันที่ 20 ก.ค.2569 ที่สำนักงานศุลกากรท่าเรือเเหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นางอารดา เฟืองทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ร่วมแถลงผลการตรวจยึดสินค้าที่แสดงประเทศกำเนิดเป็นเท็จ โดยเป็นสินค้าที่นำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่ระบุบนผลิตภัณฑ์ว่า "Made in Thailand" หรือผลิตในประเทศไทย รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท หวั่นทำลายกลไกเศรษฐกิจและความน่าเชื่อถือทางการค้าระดับสากล พร้อมเผยผลงานกวาดล้างของผิดกฎหมายในพื้นที่ท่าเรือแหล่มฉบังตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2569 สกัดกั้นกัญชาซูกซ่อนส่งออก ยืดขยะอันตราย ปราบสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา มีมูลค่ารวมถึง 1,377 ล้านบาท สะท้อนความเข้มงวดในการปกป้องเศรษฐกิจและผลประโยชน์ของประเทศ

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาล ที่ได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการนำเข้า-ส่งออก สินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการสวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อแสวงหาสิทธิประโยชน์ทางการค้าโดยมิชอบ อันเป็นการบิดเบือนระบบการค้าระหว่างประเทศและส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสินค้า ส่งออกไทย กรมศุลกากรจึงได้บูรณาการความร่วมมือกับกรมการค้าต่างประเทศ ร่วมนำทีมลงพื้นที่ปฏิบัติการตรวจสอบสินค้าในเขตปลอดอากร และเขตประกอบการเสรี (EAT/Free Zone) ในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อสกัดกั้นสินค้านำเข้าที่มีพฤติการณ์สวมสิทธิ์หรือแอบอ้างถิ่นกำเนิด สินค้าเป็น "Made in Thailand" เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ อันเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสองหน่วยงานในการปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของประเทศ รักษาความน่าเชื่อถือของสินค้าส่งออกไทย และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประเทศคู่ค้าจากการปฏิบัติการร่วมกัน

ในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้อายัดสินค้าต้องสงสัยและดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด พบการกระทำความผิดจำนวน 2 คดี ได้แก่ การนำเข้าบุหรี่จำนวน 5,370,000 มวนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยใช้สิทธิประโยชน์เขตปลอดอากร (Free Zone) แต่บนหีบห่อระบุถิ่นกำเนิด ว่า "Made in Thailand" อันเป็นการแสดงประเทศกำเนิดสินค้าอันเป็นเท็จ มีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 17 ล้านบาท และการนำเข้าใบมีดกึ่งสำเร็จรูป อุปกรณ์มีดอเนกประสงค์ และกล่องบรรจุภัณฑ์จากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยใช้สิทธิประโยชน์การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (IEAT) ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นมีดคัตเตอร์ที่ผลิตสำเร็จพร้อมจำหน่าย บนบรรจุภัณฑ์ที่ระบุถิ่นกำเนิด "Made in Thailand" จำนวน 202,000 ชุด มีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 84.27 ล้านบาท

อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวเพิ่มเติมว่า การแสดงประเทศกำเนิดสินค้าอันเป็นเท็จไม่เพียงเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ยังเป็นการบิดเบือนข้อมูลทางการค้า ซึ่งอาจถูกนำไปใช้เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้าของประเทศคู่ค้า ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของสินค้าไทยในตลาดโลก กรมศุลกากรจึงได้ยกระดับมาตรการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยแก้ไขมาตรการทางกฎหมาย เพิ่มบทลงโทษกรณีแสดงข้อมูล อันเป็นเท็จเกี่ยวกับถิ่นกำเนิดสินค้า พร้อมกำหนดมาตรการระงับการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าทุกประเภท อีกทั้งบูรณาการความร่วมมือกับกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อป้องปรามและตัดวงจรการกระทำความผิดอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ในวันนี้กรมศุลกากรยังได้แถลงผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา (ตั้งแต่ ตุลาคม 2568 - 10 กรกฎาคม 2569) ซึ่งสามารถตรวจยึดและจับกุมคดีสำคัญได้ถึง 177 คดี มีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 1,377.8 ล้านบาท ประกอบด้วย คดีสวมสิทธิ์แสดงประเทศกำเนิดสินค้าเป็นเท็จ จำนวน 41 คดี ตรวจยึดของกลางกว่า 8.8 ล้านชิ้น มูลค่าความเสียหาย 442.64 ล้านบาทรวมถึง คดีลักลอบนำเข้าขยะอันตราย 88 ราย น้ำหนักของกลางกว่า 5.66 ล้านกิโลกรัม มูลค่า 204.56 ล้านบาท พร้อมผลักดันกลับสู่ประเทศต้นทาง คดีสินค้าปลอมแปลงเครื่องหมายการค้าและละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จำนวน 35 คดี ตรวจยึดของกลาง 303,472 ชิ้น มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 582.19 ล้านบาท คดีลักลอบส่งออกกัญชาได้จำนวน 13 คดี ของกลาง 14,840 กิโลกรัม มูลค่า 148.40 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...