เลือกตั้งซ่อม “อุดรฯ” เขต 3 ระอุ ! วัดใจ “เพื่อไทย” สู้หรือหลีกทาง “ภูมิใจไทย” จับตา "กล้าธรรม" ร่วมวงชิงเก้าอี้
">
ภายหลังการเสียชีวิตของ “หรั่ง ธุระพล” อดีตสส.อุดรธานี เขต 3 จากพรรคภูมิใจไทย ส่งผลทำให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งขึ้นมาใหม่ และแน่นอนว่า การเลือกตั้งซ่อม ในพื้นที่นี้ แม้จะเป็นเพียง 1เขตเลือกตั้ง แต่น่าจะมีความหมายทั้งต่อแชมป์เก่า อย่าง พรรคสีน้ำเงินเองแล้ว
ขณะเดียวกัน ยังจะกลายเป็นโอกาสที่จะทำให้ “พรรคเพื่อไทย” ได้แก้มือ เนื่องจากในเขตเลือกตั้งที่ 3 ผู้สมัครของเพื่อไทย พ่ายแพ้ให้แก่อดีตสส.หรั่ง ในหลักพัน เท่านั้น
แต่น่าสนใจว่า ในสนามเลือกตั้งสส. เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 พรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยคือ “คู่แข่ง” ในสังเวียนเลือกตั้ง ทว่าวันนี้ เพื่อไทย อยู่ในสถานะพรรคร่วมรัฐบาล กับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งต้องพิจารณากันต่อไปว่า งานนี้ พรรคเพื่อไทยจะยอม“ถอย” ไม่ส่งผู้สมัครลงไปสู้กับ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่เขต 3
“อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ส่งสัญญาณ อย่างชัดเจนล่าสุดวันนี้แล้วว่า ภูมิใจไทยจะต้องรักษา “แชมป์” เอาไว้ให้ได้ และจะต้อง “ครองพื้นที่” นี้เอาไว้
ทั้งนี้ในการตอบคำถามของนายกฯอนุทิน ต่อกรณีที่ว่า เรื่องนี้จะต้องพูดคุยกับ พรรคเพื่อไทยด้วยหรือไม่ ว่าจะสู้ หรือ หลีกทาง ว่า ตนเองคงไปพูดแทนพรรคอื่นไม่ได้ แม้ที่ผ่านมาจะมีธรรมเนียมก็ตาม
“ ก็เคยมีคนแหกธรรมเนียม ผมจะไปตอบแทนได้อย่างไร อย่าไปสนใจ เราเอาคนที่ดีที่สุดส่งให้ประชาชนตัดสิน ตรงนี้ไม่มีปัญหา สมมติชนะก็เท่าทุน แพ้ก็หายไปคนเดียว อย่าไปคิดอะไรมาก” (22 ก.ค.69)
อย่างไรก็ดี สังเวียนการต่อสู้ที่อุดรธานี เขต 3 ต้องถือว่าเป็นสมรภูมิที่น่าสนใจ หากย้อนกลับไปเมื่อการเลือกตั้งครั้งล่าสุด จะพบว่า ในเขตเป็นการชนกันระหว่าง หรั่ง ธุระพล สวมเสื้อพรรคภูมิใจไทย เอาชนะไปได้ด้วยคะแนนกว่า 33,000 แต้ม ขณะที่ “สมัคร บุญปก” ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย พ่ายแพ้ไปด้วย27,000 กว่าคะแนน และก่อนหน้านั้นหรั่ง อดีตสส.ก็เคยสังกัดพรรคเพื่อไทย
เท่ากับว่าในการเลือกตั้งสส.เมื่อ8 ก.พ.69 จึงเป็นการต่อสู้กันระหว่าง คนเพื่อไทย ด้วยกันเอง ในพื้นที่เขต 3 ดังนั้น หากพรรคเพื่อไทย ต้องการแก้มือในรอบนี้ ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสได้ลุ้น
แม้อนุทิน จะบอกว่า ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ในเลือกตั้งนี้ ก็เป็นเพียง 1 เก้าอี้ แต่อีกด้านหนึ่งสำหรับพรรคภูมิใจไทยแล้วคือการรักษาแชมป์ ปักหมุดในเขตที่เคยเป็นของพรรคเพื่อไทย ขณะที่พรรคเพื่อไทยเอง อย่าลืมว่า 1 เก้าอี้ ย่อมมีความหมาย ทั้งในเชิงการเมือง และการเพิ่มแต้ม เพื่อทิ้งห่าง “พรรคกล้าธรรม” ที่มี 58 สส. รอรับเทียบเชิญให้เข้าร่วมรัฐบาล
นอกจากการจับตามองไปที่พรรคเพื่อไทยแล้ว ยังน่าสนใจว่า ในคีย์เวิร์ด ที่อนุทิน ตอบสื่อเมื่อถูกถามคือกรณีที่ พรรคกล้าธรรม จะส่งคนเข้ามาลงแข่งในเขตเลือกตั้งนี้ และการเติบโตของพรรคสีเขียว ว่า เรื่องนี้ต้องเคารพการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน แต่ย้ำว่าสส.ของพรรค ตัวแข็งๆ ลงพื้นที่กันทั้งนั้น
ทำไปทำมา ต้องนับว่าเขตเลือกตั้งอุดรธานี เขต 3 ที่กำลังจะระเบิดศึกรอบใหม่นี้ จะทำไห้ได้เห็น ปฏิกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่ง จากพรรคเพื่อไทย จะสู้หรือหมอบ หลีกทางให้ พรรคภูมิใจไทยไปตามมารยาท
หรือพรรคกล้าธรรม จะส่งใครลงมาชนกับคนของพรรคภูมิใจไทยเหมือนในบางเขตเลือกตั้ง เมื่อ8 ก.พ.69 จนทำให้เกิดเสียงร่ำลือกันว่าเกิดความไม่พอใจ พรรคกล้าธรรม ที่ล้ำแดนไม่ไว้ใมตรีกันภูมิใจไทยกันมาแล้ว หรือไม่ ?