โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองทัพบกแจงกรณีทหารหนีออกจากหน่วยพร้อมอาวุธเสียชีวิตแล้ว หลังก่อเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ใน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์

VoiceTV

อัพเดต 15 ส.ค. 2568 เวลา 07.18 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2568 เวลา 02.50 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 เวลา 00.45 น. กำลังพลกองร้อยทหารราบที่ 1623 ได้ยินเสียงปืนดังเป็นชุด จำนวน 10 นัด บริเวณถนนข้างวัดบ้านเขื่อนแก้ว อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ต่อมาเวลา 00.54 น. ได้ยินเสียงปืนเพิ่มอีก 2 นัด

จากการตรวจสอบกำลังพลและอาวุธประจำกาย พบว่า พลทหารรัฐภูมิ เทพศิริ สังกัดกองร้อยทหารราบที่ 1623 ได้ออกจากที่ตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมอาวุธปืนเล็กยาวและกระสุนจำนวนหนึ่ง

เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ได้แก่

1. นายอนุวัฒน์ สิงห์ชัย อายุ 32 ปี ชาวบ้านเขื่อนแก้ว ถูกกระสุนปืนทะลุปอดด้านขวา อาการสาหัสแต่ยังรู้สึกตัว ขณะนี้ส่งต่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสุรินทร์

2. นายวุทธนา นาประโคน อายุ 35 ปี ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดกระจกที่เท้าซ้าย อาการปลอดภัย

ผู้บาดเจ็บทั้งสองรายได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและส่งโรงพยาบาลกาบเชิง ก่อนส่งต่อรักษาตามความเหมาะสม โดยขณะนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจร่วมกับกำลังพลกองร้อยทหารราบที่ 1623 ได้ตรวจสอบพื้นที่และสอบถามพยาน เบื้องต้นคาดว่าพลทหารดังกล่าวอาจเป็นผู้ก่อเหตุ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้ จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนค้นหาโดยรอบพื้นที่ แต่ยังไม่พบตัว

กองทัพบกขอแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่โดยทันที ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

ต่อมา วันนี้ (15 ส.ค.2568) เวลาประมาณ 13.00 น. ทาง กองทัพบก ได้ออกมาชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่พบพลทหารดังกล่าวเสียชีวิตในบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการอัตวินิบาตกรรม เนื่องจากพบหมวกเหล็กและอาวุธประจำกายวางอยู่ข้างลำตัว ขณะนี้กองทัพภาคที่ 2 ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและนิติเวชอยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และชันสูตรพลิกศพ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

กองทัพบกขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในกระบวนการสืบสวนตามกฎหมาย และเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ผู้บาดเจ็บอย่างดีที่สุดต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...