โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทรัมป์ ท่าทีอ่อนลง ส่งสัญญาณเปิดทางเจรจา หลังจีนขู่ตอบโต้เด็ดขาด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ต.ค. 2568 เวลา 09.27 น. • เผยแพร่ 13 ต.ค. 2568 เวลา 02.27 น.

ทรัมป์ ท่าทีอ่อนลง ส่งสัญญาณเปิดทางเจรจา หลังจีนขู่ตอบโต้เด็ดขาดกรณีสหรัฐฯจะเก็บภาษีเพิ่มอีก 100% สำหรับสินค้านำเข้าจากจีน

วันที่ 13 ต.ค. 2568 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนจะเป็นไปด้วยดีแม้ความตึงเครียดทางการค้ากลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่เขาขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม 100% สำหรับสินค้านำเข้าจากจีน โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 พ.ย.2568 นี้

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเมื่อวันอาทิตย์ (12 ต.ค.) ว่า เขามีความสัมพันธ์ที่ "ยอดเยี่ยม" กับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน

"เขาเป็นคนที่แกร่งมาก เป็นคนที่ฉลาดมาก เขาเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่สำหรับประเทศของพวกเขา" ทรัมป์ กล่าวหลังจากขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางเยือนอิสราเอลและอียิปต์

ทั้งนี้คำกล่าวของผู้นำสหรัฐฯ มีขึ้นหลังจากที่เขาได้ออกมาขู่ว่าจะใช้มาตรการภาษีใหม่กับจีนเมื่อวันศุกร์ (10 ต.ค.) เพื่อตอบโต้มาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากของจีน ซึ่งรัฐบาลจีนก็ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้การขู่ขึ้นภาษีของทรัมป์อย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ (12 ต.ค.) โดยระบุว่าพร้อมที่จะใช้มาตรการตอบโต้ที่เด็ดขาดเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของตน

เมื่อถูกถามว่าการเก็บภาษีเพิ่มเติมดังกล่าวยังคงเป็นแผนการอยู่หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า"ใช่ในตอนนี้" แต่"มาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น"

พร้อมทั้งกล่าวต่อไปว่า สำหรับหลายคน วันที่ 1 พ.ย. ซึ่งทรัมป์กำหนดให้เป็นวันที่ภาษีอัตราใหม่จะมีผลบังคับใช้นั้น อาจฟังดูเหมือนใกล้เข้ามาแล้ว แต่สำหรับตัวทรัมป์เอง กลับมองว่า มันเป็นเวลาที่ยาวนานมาก ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่ายังมีช่องว่างให้ทั้งสองประเทศสามารถถอยออกจากความขัดแย้งได้

ก่อนหน้านั้นในวันอาทิตย์ ทรัมป์ยังได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับจีน โดยระบุว่า ผู้นำจีน "เพิ่งมีช่วงเวลาที่แย่ เขาไม่ต้องการภาวะเศรษฐกิจตกต่ำสำหรับประเทศของเขา และผมก็ไม่ต้องการเช่นกัน สหรัฐฯ ต้องการช่วยจีน ไม่ใช่ทำร้าย"

ท่าทีของทรัมป์ที่ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปสู่แนวทางที่ลดการเผชิญหน้ากับจีนลงนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่ดัชนีหุ้นสำคัญของสหรัฐฯ ปิดร่วงลงอย่างรุนแรงเมื่อวันศุกร์ เนื่องจากความกังวลว่าสงครามการค้าจะปะทุขึ้นอีกครั้ง

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 45,479.60 จุด ลดลง 878.82 จุด หรือ -1.90%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,552.51 จุด ลดลง 182.60 จุด หรือ -2.71% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,204.43 จุด ลดลง 820.20 จุด หรือ -3.56%

สถานการณ์ความตึงเครียดล่าสุดระหว่างสองชาติมหาอำนาจเกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อวันพฤหัสบดี (9 ต.ค.)จีนได้ประกาศมาตรการควบคุมการส่งออกเพิ่มเติมสำหรับแร่หายาก และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลิตสินค้าไฮเทค

หลังจากนั้น ทรัมป์ได้ออกมากล่าวหาจีนในวันศุกร์ว่า มีท่าที "เป็นปรปักษ์อย่างยิ่ง" และกำลังจับสหรัฐฯ และทั่วทั้งโลก "เป็นตัวประกัน" ด้วยการเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการส่งออก พร้อมประกาศว่า สหรัฐฯ จะเริ่มเก็บภาษี 100% ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. หรือเร็วกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการดำเนินการใด ๆ ของจีน ทั้งยังเปรยด้วยว่า อาจยกเลิกการประชุมกับสี จิ้นผิง ที่เกาหลีใต้ในปลายเดือนต.ค.นี้

ทรัมป์ยังขู่ว่า สหรัฐฯ วางแผนที่จะใช้มาตรการควบคุมการส่งออกผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ที่สำคัญทั้งหมด โดยเริ่มในวันเดียวกันด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...